
ดับฆาตกรบ้ากามที่เหตุ
ข่าวบนสื่อสารมวลชนเรื่องข่มขืน เช่น ขืนใจเด็ก ขืนใจแล้วฆ่า นับเป็นข่าวสะเทือนขวัญของคนดี เป็นความกังวลและความกลัวที่จะเกิดขึ้นแก่ตนและแก่คนที่รัก เพราะไม่รู้ว่าชะตากรรมจะมาถึงตนเมื่อไร นับวันการข่มขืนแล้วฆ่าจะทวีความรุนแรงและมีสถิติเพิ่มขึ้น
เมื่อสังคมเปลี่ยนไปในทาง “กามโมฆะ คือคลั่งกามารมณ์ สั่งสมวัตถุอุปโภค-บริโภค” ก็ต้องสาวหาเหตุซึ่งเรียกว่า “สมุทัย” เพื่อให้รู้...ต้นสาย สู่ปลายเหตุ...ก็พอจะคลำหาต้นสายของความเจ้าชู้ สำส่อน ข่มขืน ข่มขืนแล้วฆ่า ลองมองดูสัก ๓ สาเหตุ คือ
๑.ถูกปลูกฝังเรื่องเพศสัมพันธ์ว่าเป็นสุดยอดของความสุขสันต์ในชีวิต โดยการพูดคุย ยั่วยุจากเพื่อนชาย จากนิยาย ภาพยนตร์ จนจิตใจถูกย้อมว่าชีวิตอยู่ได้หาความสุขได้ต้องเสพกามกับผู้หญิง
๒.ถูกปลูกฝังมอมเมาว่า ร่างกายสตรีและอวัยวะเพศสตรีเป็นของสวยงาม หอมหวน ดุจดอกไม้อันน่าเด็ดดมชมเชย ถ้าใครได้ซุก ไซ้ ไล้ เลีย จนถึงเสพกาม จะอำนวยความสุขสันต์สุดยอดของชีวิต โดยมิได้เว้นว่า “เด็กหญิง” ยิ่งหากได้เด็กเพิ่งแตกเนื้อสาว หรือหญิงสาว ขาว สวย หมวย อวบ และมิเคยผ่านชายใดมาก่อน ยิ่งจะอำนวยความสุขได้สุดยอด และหากได้เห็นเลือดออกจากอวัยวะเพศหญิงก็จะยิ่งภูมิใจใน “เลือดพรหมจารี” ซึ่งในความจริงเป็น “เลือดแห่งบาดแผลและความเจ็บปวดของผู้หญิง”
๓.ดูหนังสือโป๊ ซีดี วิดีโอ ลามก จนติดเป็นอุปนิสัย ฝังความรู้สึกว่าต้องมีความสุขดังที่เห็นในสื่อลามก ปลูกฝังนิสัยแห่งฆาตกรบ้ากามอย่างไม่รู้ตัว
เมื่อเหตุทั้ง ๓ ประการถูกฝังในจิตจนเกิดเป็น “ขันธสันดาน” หนาแน่นเหมือน “ดาลหิน” ก็รอวันปะทุ ถ้ากรณีมีเงินก็เที่ยวราตรี ซื้อกามและเพศสัมพันธ์ แต่ถ้าไม่มีเงินก็เก็บอารมณ์เพศสัมพันธ์จนกำเริบเป็นโรคร้าย จ้องหาวิธีแสวงหาความสุขในการเสพกาม และเมื่อสภาวการณ์พร้อม สันดานฆาตกรข่มขืนแล้วฆ่าก็กำเริบ
สภาวการณ์อันนำไปสู่การข่มขืนแล้วฆ่า คือ
เงียบเหงา
เมาเหล้า
เมายา
เฮฮาเพื่อนชั่ว
เมื่อรู้ต้นสาย ปลายเหตุแล้วก็จงหาวิธี...“กำจัด และป้องกัน, สร้างสรรค์ และรักษา”...แล้วจะทำอย่างไร? ตอนหน้าจะหาวิธีให้สอนให้ปฏิบัติ เพื่อกำจัด “ฆาตกรบ้ากาม”
"พระราชวิจิตรปฏิภาณ (เจ้าคุณพิพิธ)"



