ไลฟ์สไตล์

รักษาลูก2คนไว้ไม่ได้เรื่อง"เศร้า"จากคนทำแท้ง

รักษาลูก2คนไว้ไม่ได้เรื่อง"เศร้า"จากคนทำแท้ง

23 พ.ย. 2553

“สิ่งที่น่าละอายที่สุดในตอนนี้ ก็คือ การที่เราไม่สามารถรักษา 2 ชีวิตที่เกิดจากสายเลือดของตัวเองได้ เหมือนอย่างที่แม่รักษาเราได้ในวันนี้ แม้ว่าโตจนพอจะรับผิดชอบหลายๆ อย่างได้แล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถทำทั้งหน้าที่ลูกที่ดีและแม่ที่ดีได้” แดงอธิบายถึงความร

 นักศึกษาสาววัย 23 ปี เล่าว่า เธอกับแฟนตัดสินใจย้ายมาอยู่หอพักเดียวกันใกล้ๆ กับมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.สุรินทร์ หลังจากคบกันได้ 2 ปี และมีเพศสัมพันธ์กัน และพลาดตั้งท้องถึง 2 ครั้ง โดยทันทีที่รู้ตัวว่าท้องก็เลือกปรึกษาแฟนก่อนใคร แต่ก็ไม่เคยได้รับคำตอบที่พอจะหาทางออกได้ สุดท้ายจึงเลือกปรึกษาเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยเดียวกัน เพื่อนแนะนำว่า ให้ไปเอาลูกออกที่ร้านขายยาแห่งหนึ่งที่รับทำแท้ง สามารถทำได้ทั้งวิธีการใช้ยาสอด ยากิน และรับขูดมดลูก ซึ่งราคาถูกและปลอดภัย แต่เนื่องจากกังวลว่าอาจจะบังเอิญเจอคนรู้จัก จึงใช้วิธีซื้อยามาสอดเองที่หอพัก

 “หลังจากสอดยาเข้าไปไม่นานก็มีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง รวมทั้งมีอาการปวดหัวร่วมด้วย เวลาผ่านไปสักประมาณ 2 สัปดาห์ ไข้ก็ยังไม่ลด อาการปวดท้องน้อยละ ปวดช่องคลอดก็รุนแรง จึงตัดสินใจไปพบแพทย์โรงพยาบาลแห่งหนึ่งของรัฐ หมอขูดมดลูก และแจ้งว่า การใช้ยาสอดไม่สามารถขับสิ่งสกปรกจากช่องท้องได้ทั้งหมด จึงต้องทำความสะอาดและนอนพักรักษาตัวเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งช่วงแรกๆ แฟนก็ช่วยเหลือค่ายา ค่าอาหาร แต่ระยะหลังละเลยทุกอย่างและเงียบหายไปประมาณ 2 เดือน" นักศึกษาสาวเล่า

 ทันทีที่ออกจากโรงพยาบาล เธอสังเกตอาการของตนเองอย่างต่อเนื่อง และพบว่าร่างกายอ่อนแอลงมาก ซึ่งอาการดังกล่าวส่งผลให้เธอไม่สามารถช่วยงานพ่อและแม่ ซึ่งมีอาชีพเกษตรกรรมได้ตามปกติ เนื่องจากแดงมีอาการเวียนหัว และปวดท้องบ่อยๆ บางครั้งก็เป็นลม หมดสติง่ายๆ หากมีอาการขณะช่วยงานพ่อแม่ทางครอบครัวก็ต้องทราบเรื่องที่แดงกับแฟนอยู่ด้วยกัน

 ช่วง 1-2 เดือนหลังจากทำแท้ง ครรภ์แรกเธอเลือกที่จะอ้างกับพ่อและแม่ว่า ติดภาระงานของมหาวิทยาลัย จึงไม่สามารถกลับมาบ้านเพื่อช่วยงานได้ กระนั้นพ่อกับแม่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ หมั่นโทรถามบ่อยครั้งว่า เป็นอย่างไรบ้าง มีเงินใช้พอไหม หรือบางครั้งแม่ก็ถามว่า เสียงดูเพลียๆ เป็นอะไรหรือเปล่า เมื่อแม่ถามบ่อยครั้งก็ปิดโทรศัพท์ไปนานเป็นสัปดาห์ ไม่นานก็ทราบข่าวจากน้องสาวว่า พ่อกับแม่ลำบากกับภาระงานอย่างมาก จึงอยากให้พี่แดงกลับไปช่วยงานที่บ้าน

 “โดยปกติแล้วเราจะช่วยงานพ่อแม่ทุกอย่าง ทั้งทำงานบ้าน ทำไร่ผัก ไร่อ้อย ทำนา และเลี้ยงเป็ดที่บ้าน แต่พอร่างกายแย่ลงก็ทำเหมือนเดิมไม่ได้ และทันทีที่น้องเล่าให้ฟังว่าพ่อแม่ลำบาก ช่วงแรกๆ ก็ได้แต่เศร้า สุดท้ายจึงตัดสินใจกลับไปช่วยงานที่บ้านและรับยามากินบรรเทาอาการปวดเป็นระยะๆ ตามแพทย์สั่ง” แดงอธิบายเพิ่ม

 นักศึกษาสาวดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มดีขึ้นและกลับมาคบกับแฟนหนุ่มรุ่นเดียวกันอีกครั้ง จนพลาดตั้งครรภ์ครั้งที่ 2 และใช้วิธีแก้ปัญหาในลักษณะเดียวกัน โดยเสียค่าใช้จ่ายค่ายา 2,000 บาท ส่วนแฟนหนุ่มก็ตีจากไปคบกับผู้หญิงคนอื่น ไม่เคยกลับมาดูแล และเนื่องจากอายุยังน้อยและขาดการพักผ่อนทำให้ร่างกายของแดงอ่อนแอลงมากกว่าเดิมหลายเท่า

 วันหนึ่งระหว่างทำงานบ้านเธอล้มลงหมดสติ แม่พาไปพบแพทย์จึงทราบเรื่องราวว่าเคยผ่านการขูดมดลูกมา แต่รายละเอียดอื่นๆ ไม่ได้เล่าให้แม่ฟัง แม่นิ่งเงียบและไม่พูดกับเธอไปสักพัก เนื่องจากเสียใจ แต่ก็ไม่เคยละเลยกับการดูแลหุงข้าว ทำกับข้าวให้กิน และซื้อยามาให้ทุกครั้งที่ป่วย แดงเห็นแม่แอบร้องไห้บ่อยครั้ง เธอเข้าใจว่าแม่คงจะเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ไม่มีอะไรจะพูดจะบอกแม่ ได้แค่ขอโทษในใจ และบอกกับตัวเองว่า หากอาการดีขึ้นจะเรียนให้จบการศึกษาในชั้นปริญญาตรี ตามที่แม่ตั้งใจไว้ให้ได้

 “ยอมรับว่ารู้สึกแย่มากกับการกระทำของตัวเอง แต่ประสบการณ์ทั้ง 2 ครั้งก็ทำให้เราเข้าใจในบทบาทของแม่มากขึ้น เรารู้ว่าแม่เหนื่อยและแม่ต้องลำบากอย่างมาก ไหนจะแบกรับภาระทางบ้าน ไหนจะแบ่งเวลามาดูแลเรา แต่ก็พูดอะไรไม่ออก” วัยรุ่นสาวอธิบายถึงความรู้สึก

 ช่วงเวลาที่ได้ใกล้ชิดกับแม่ แดงได้คิดได้ทบทวนเรื่องราวหลายอย่าง และยอมรับว่า การเอาเงินค่าเล่าเรียนจากแม่ไปใช้จ่ายเพื่อแฟน เพื่อฆ่าลูก เป็นสิ่งที่บาปหนามาก จึงตั้งใจไว้ว่า 1 ปีหลังจากนี้จะไถ่บาปด้วยการตั้งใจเรียนตามเจตนาของแม่กับพ่อ ซึ่งเธอกำลังจะจบการศึกษาในสาขาศึกษาศาสตร์ (คณิตศาสตร์) และจะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในปี 2554 นี้ แดงจึงสัญญากับตัวเองว่า หลังจากจบการศึกษาจะประกอบอาชีพที่ตัวเองรัก นั่นคือ การเป็นครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ ประถมวัย หลังจากนั้นจะทำหน้าที่ของลูกที่ดีให้แม่ได้เห็น และจะเป็นแม่ที่ดีให้ได้ ในอนาคตเมื่อเธอพร้อมจะมีลูก

ดันเด็กท้องไม่พร้อมวาระแห่งชาติ

 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ร่วมกับภาครัฐและเอกชนจัดทำร่างยุทธศาสตร์เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ และประกาศเป็นวาระแห่งชาติในการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อสตรีในวันที่ 25 พฤศจิกายนนี้

 นางพนิตา กำภู ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันปัญหาการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมในกลุ่มเด็กและเยาวชนทวีความรุนแรงและต้องเร่งแก้ไขให้เป็นรูปธรรม โดยประเทศไทยมีแม่วัยเยาว์อายุ 15-19 ปี มากเกินมาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกกำหนด โดยมากเป็นอันดับหนึ่งของเอเชีย และอันดับสองของโลก

 เฉพาะปี 2553 พบแม่อายุต่ำกว่า 15 ปี เพิ่มขึ้นกว่า 2,000 คน ทำให้รวมเป็นกว่า 3,000 คนแล้ว ในจำนวนนี้มีแม่ที่อายุต่ำสุด คือ 9 ปี สาเหตุส่วนใหญ่มาจากการถูกกระทำ ร่างยุทธศาสตร์ดังกล่าวประกอบด้วย 5 ด้าน คือ การป้องกัน, การช่วยเหลือและบำบัดฟื้นฟู, การเสริมสร้างบทบาทและองค์ความรู้แก่ผู้นำทางความคิดของเด็กและเยาวชน, การผลักดันนโยบาย และการสำรวจข้อมูล การพัฒนา และการติดตามผล โดยสำรวจและจัดทำฐานข้อมูลทุกปีงบประมาณ

 การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นหรือท้องในวัยทีน คือตั้งครรภ์เมื่ออายุ 19 ปี หรืออ่อนกว่านี้ พบร้อยละ 10-30 ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด นับเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของทุกประเทศทั่วโลกใน 10 ปีมานี้ ท้องในวัยทีนในประเทศไทยมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นจากร้อยละ 10 ในปี พ.ศ.2536 เป็นกว่าร้อยละ 20 ในปัจจุบัน นอกจากนั้นอายุของแม่วัยทีนนับวันยิ่งน้อยลง ต่ำสุดพบเพียง 12 ปี ขณะที่ในประเทศสหรัฐอเมริกา แนวโน้มท้องในวัยทีนมีจำนวนลดลงตามลำดับ

 วัยรุ่นที่สมัครใจมีเพศสัมพันธ์ พบเหตุผลใหญ่ๆ 2 ประการ คือ 1.มีเพศสัมพันธ์โดยไม่คุมกำเนิด บ้างไม่รู้ว่ามีเพศสัมพันธ์แล้วท้อง บ้างเชื่อโดยไม่มีเหตุผลว่าตนเองไม่ท้อง บ้างคุมกำเนิดไม่เป็น บ้างไม่สนใจคุมกำเนิด บ้างไม่สามารถเข้าถึงการบริการคุมกำเนิด บ้างกลัวการคุมกำเนิด ฯลฯ 2.มีความเชื่อที่ผิดๆ ในการคุมกำเนิดทั้งในวัยรุ่นหญิงชาย เช่น ไม่สวมถุงยางอนามัยเพราะกลัวถูกว่าสำส่อน รับประทานยาคุมกำเนิด ฉีดยาคุมกำเนิด ทำให้เป็นฝ้า มดลูกแห้ง ฯลฯ

 ทั้งนี้การตั้งครรภ์วัยทีนอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนช่วงตั้งครรภ์ คลอด หลังคลอดสูงกว่าคนทั่วไป เช่น แท้ง ทารกพิการ น้ำหนักน้อย ขาดอาหาร ทารกตายในครรภ์ คลอดยาก ตกเลือดหลังคลอด ฯลฯ มารดาต้องหยุดเรียน มารดาเครียด ซึมเศร้า วิตกกังวล การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ นำไปสู่ปัญหาการทำแท้งเถื่อน ทารกถูกทอดทิ้ง ทารกไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่ ทารกเติบโตมาเป็นปัญหาของสังคม ฯลฯ ส่งผลให้ท้องวัยทีนสร้างบาดแผลอันเจ็บปวดแห่งความทรงจำไม่รู้ลืม แก่ทั้งตัววัยทีนและผู้ปกครอง

      0 ทีมข่าวการศึกษา-สาธารณสุข 0