
บวงสรวงงานเฉลิมพระเกียรติในหลวง23พ.ย.13.09น.
วธ.เผยฤกษ์บวงสรวงงานเฉลิมพระเกียรติ"ในหลวง" 23 พ.ย. นี้ เวลา 13.09 น. ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เทพเทือก เป็นประธาน พร้อมเดินหน้ามอบพื้นที่ให้แต่ละหน่วยงาน 25 พ.ย.นี้ กทม. ร่วม คมนาคมจัดขบวนเรือเฉลิมพระเกียรติยิ่งใหญ่ที่ท่าน้ำศิริราช
เมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2553 ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายสมชาย เสียงหลาย ปลัดวธ. กล่าวว่า ตามที่ รัฐบาลกำหนดจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 5 ธันวาคม 255 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและส่งเสริมความเป็นเลิศทางด้านศิลปวัฒนธรรม ในระหว่างวันที่ 1-9 ธันวาคม 2553 ณ บริเวณลานพระราชวังดุสิต (พระบรมรูปทรงม้า)
วธ. ได้รับมอบหมายให้เป็นเจ้าภาพจัดสถานที่และเตรียมกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “แผ่นดินของเรา” ในการนี้ วธ. กำหนดจัดพิธีบวงสรวง “การจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 5 ธันวาคม 2553 ในวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน 2553 เวลา 13.09 น. ณ หน้าลานพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบรมรูปทรงม้า โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และพระราชครูศิวาจารย์ เป็นผู้ประกอบพิธีบวงสรวง
“การจัดสถานที่และเตรียมกิจกรรมการแสดงทางวัฒนธรรม อาทิ การจัดสถานที่จัดงานเฉลิมพระเกียรติฯ ในบริเวณพระราชวังดุสิตให้ 20 กระทรวง รัฐวิสาหกิจ ภาคเอกชน กลุ่มจังหวัด และกทม. 50 เขตนั้น มีความคืบหน้ามากแล้ว โดยจะส่งมอบพื้นที่ให้หน่วยงานต่างๆในวันที่ 25 พ.ย. นี้
ส่วนการจัดแต่งภายในขึ้นอยู่กับแต่ละหน่วยงาน เวทีถวายพานพุ่ม 50 คู่ บริเวณริมรั้วสวนอัมพรด้านลานพระบรมรูปทรงม้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว พร้อมเปิดให้ประชาชนถวายพานพุ่มและลงนามถวายพระพร ตั้งแต่วันที่ 1-9 ธ.ค. เวลา13.00-24.00 น. การแสดงบนเวทีกลางในเนื้อหา แผ่นดินของเรา จะมีการแสดงสำคัญๆดังนี้
การแสดงศิลปวัฒนธรรมนานาชาติ การแสดงพื้นบ้านที่ได้รับรางวัลถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี การแสดงกลองมหามงคล 4 ภาค การแสดงกลุ่มชาติพันธ์เรื่องชนเผ่าไทย และเทิดไท้องค์ราชัน การแสดงลิเกเรื่องพระมหาชนก การแสดงลิเกเด็ก เรื่องประกาศิตพระร่วงเจ้า และอื่นๆ” นายสมชาย กล่าว
นายธวัชชัย ทวีศรี อดีตเอกอัครราชทูตไทย ประจำสาธารณรัฐอินเดียและในฐานะประธานอุปถัมภ์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ เมืองกุสินารา สาธารณรัฐอินเดีย กล่าวถึงความคืบหน้าการประกอบพิธีเททองหล่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขนาดความสูง 2.30 เมตร น้ำหนัก 2,000 กิโลกรัม ซึ่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯแทนพระองค์พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ในการประกอบพิธีเททองหล่อ ณ อุโบสถ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า
บรรยากาศการประกอบพิธีเททองหล่อไม่รู้ว่าจะเป็นเรื่องปาฏิหาริย์หรือไม่ แต่ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่น่ามงคลอย่างยิ่งและแสดงให้เห็นถึงพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากก่อนการเริ่มพิธีเททองหล่อนั้นได้เกิดฟ้าร้องเสียงดังและมีฝนตกลงมาเป็นละอองเล็กๆ แต่เมื่อเริ่มประกอบพิธีละอองฝนก็หยุดทันที ท้องฟ้ามืดครึ้มและแสงแดดเริ่มจางลง ซึ่งผู้เข้าร่วมพิธีต่างยกมือพนมไหว้ด้วยความปลื้มปิติในพระบารมีของพระองค์
นายธวัชชัย กล่าวว่า ในการประกอบพิธีเททองหล่อพระบรมรูปนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระราชทานแผ่นทองคำน้ำหนัก 1 บาท 50 สตางค์ และทรงเจิมแผ่นทองคำด้วยพระองค์ เพื่อใช้ในการหล่อพระบรมรูปด้วย ซึ่งสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ทรงเทแผ่นทองของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงเบ้าหลอมเป็นแผ่นแรก อย่างไรก็ตามหลังจากพิธีเททองหล่อพระบรมรูปเสร็จเรียบร้อย ตนได้ออกจากวัดพระแก้วปรากฏว่าบริเวณโดยรอบและส่วนต่างๆ พื้นถนนเปียกและฝนตก ซึ่งต่างจากบริเวณพิธีที่มีเพียงละอองฝนเท่านั้น
นายถวัลย์ เมืองช้าง เจ้าของโรงหล่อเอเซีย ไฟน์ อาร์ท จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นช่างหล่อพระบรมรูป กล่าวว่า ขณะนี้ได้เคลื่อนย้ายพระบรมรูปในส่วนที่ 1 คือท่อนบนตั้งแต่เอวจนถึงพระเศียร ซึ่งทำพิธีเททองหล่อเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนไปยังโรงหล่อ ที่จ.พระนครศรีอยุธยา ส่วนที่ 2 ตั้งแต่เอวถึงพระบาทนั้นตามกำหนดการจะดำเนินการหล่อภายในสัปดาห์นี้ โดยจะใช้ชนวนจากการหล่อครั้งที่ 1 มาหล่อ ทั้งนี้เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตนได้เคลื่อนย้ายเบ้าหลอมและพระบรมรูปต้นแบบไปยังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ปรากฏว่าเมื่อจัดวางเสร็จเรียบร้อยมีฝนตกอย่างหนักมาก อย่างไรก็ตามคาดว่าการหล่อจะเสร็จสมบูรณ์ในสิ้นเดือนธันวาคมนี้
กทม.ร่วมคมนาคมจัดขบวนเรือเฉลิมพระเกียรติ
นายเจตน์ โศภิษฐ์พงศธร โฆษกของกรุงเทพมหานคร แถลงภายหลังการประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ว่า ในวันที่ 5 ธันวาคม กทม.จะร่วมกับกระทรวงคมนามคมจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีการจัดขบวนเรือที่ท่าน้ำโรงพยาบาลศิริราช ซึ่งอยู่ระหว่างการหารือกับกระทรวงคมนาคม อย่างไรก็ตามเนื่องจากเรือของกทม. จะเป็นเรือหัวขบวนที่ร่วมกับหน่วยงานอื่นๆด้วย ดังนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. ได้สั่งการสำนักวัฒนธรรมกีฬาและการท่องเที่ยว (สวท.) กทม. ให้จัดเตรียมเรือที่ทำจากพืชผักผลไม้เป็นหลัก เพื่อให้ย่อยสลายได้ง่ายไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมในแม่น้ำ
นายเจตน์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนั้นแล้วกรุงเทพมหานครยังได้เตรียมการจัดงานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 83 พรรษา 5 ธันวามหาราช ระหว่างวันที่ 4-6 ธันวาคม 2553 ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการ กทม. โดยมีกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ การลงนามถวายพระพร กิจกรรมสาธารณประโยชน์เฉลิมพระเกียรติ การจัดซุ้มจำหน่ายสินค้าของดี 50 เขต กิจกรรมมหรสพสมโภช และการแสดงพลุดอกไม้ไฟ นอกจากนี้ โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร 435 โรงเรียน จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย ทั้งนี้ ในช่วงเช้าของวันที่ 5 ธันวาคม มีพิธีเจริญพระพุทธมนต์พระราชาคณะ 10 รูป พิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 284 รูป การถวายเครื่องราชสักการะ และการจุดเทียนชัยถวายพระพร โดยในปีนี้รัฐบาลกำหนดจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติระหว่างวันที่ 1-9 ธันวาคม ณ ลานพระราชวังดุสิต (สนามเสือป่า)



