
ท่านว.วชิรเมธีชี้คนทำแท้งบาปร้ายแรง
พระอาจารย์ว.วชิรเมธี ชี้ คนทำแท้งเป็นการทำบาปอย่างร้ายแรง ด้านนายกฯชี้รณรงค์แก้ปัญหาทำแท้งไม่ตรงกลุ่มเสี่ยง สั่งเข้มสถานพยาบาลหลังพบซากทารก 2 พันกว่าศพ ขณะที่รมว.สธ. ชี้กฎหมายทำแท้งต้องแก้ที่กฎหมายอาญา ย้ำ สสจ.เฝ้าระวังต่างจังหวัด
(20พ.ย.) พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี กล่าวว่า ปัญหาทำแท้งของสังคมไทยเกิดจากการขาดศีลธรรมของคนในสังคม ความเสื่อมถอยทางการศึกษาไทยเพราะถ้าหากได้รับการอบรมที่ดีปัญหาเหล่านี้คงจะไม่เกิดขึ้น และได้รับอิทธิพลของวัตถุนิยม ทำให้คนที่ทำแท้งหรือคนที่รับทำแท้งขาดศีลธรรม ยอมทำทุกอย่างเพื่อตัวเองหรือเงิน
"ในทัศนะของพระพุทธศาสนาแล้วการทำแท้งไม่ว่าจะเป็นคนที่ไปทำหรือคนที่ทำให้ จะเป็นการฆ่าคนดีๆเป็นการทำบาปอย่างร้ายแรง และถ้าพระรูปไหนมีส่วนรู้เห็นต้องออกจากการเป็นพระทุกๆกรณี และคนใดที่อยู่ในกระบวนการการทำแท้งจะเดือดร้อนทั้งในชาตินี้และในชาติหน้าเพราะบาปจะติดตัวเราไป" พระอาจารย์ว.วชิรเมธี กล่าว
พระอาจารย์ว.วชิรเมธี กล่าวอีกว่า สุดท้ายอยากฝากถึงวัยรุ่นหรือคู่หนุ่มสาวทุกคน คนที่อยู่ในกระบวนการทำแท้งทุกๆครั้งที่ทำแท้งเหมือนเป็นการทำอาชญากรรม เป็นการทำผิดศีลธรรมและผิดกฏหมาย ทางที่ดีควรป้องกันตั้งแต่ต้นเหตุ ในการร่วมสัมพันธ์ทุกครั้งต้องมีความรักและความรับผิดชอบต่อกันไม่ควรเอาเปรียบกัน ถ้าหากขาดสิ่งเหล่านี้ปัญหาการทำแท้งก็จะไม่หมดไปจากสังคมไทย
ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีพบซากทารกกว่า 2,000 ศพจากการถูกทำแท้งที่เก็บไว้วัดไผ่เงินโชตนาราม บางคอแหลม ว่า ปัญหาดังกล่าวถือเป็นปัญหาที่ใหญ่ปีที่แล้วตนได้พูดถึงการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อม และพยายามใช้กระทรวงพัฒนาสัง คมและความมั่งคงของมนุษย์เป็นหน่วยงานรณรงค์ ทำความเข้าใจ สร้างค่านิยมที่ถูกต้อง ได้ทำมาตลอด แต่ต้องยอมรับว่าปัญหานี้เป็นปัญ หาที่ต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนค่านิยมหลายอย่าง เราต้องพยามยามเดินหน้าทำเรื่องนี้ การเข้มงวดกวดขันกรณีไปทำแท้งผิดกฎหมายต้องทำกันมากขึ้น อันนี้คือแนวทางที่เราต้องยึดต่อไปเดินหน้าต่อไป สำหรับตัวกฎหมายไม่มีปัญหาอะไร ซึ่งความยืดหยุ่นที่มีอยู่ในแง่ของข้อยกเว้นตามกฎหมายก็ดี และแนวทางที่แพทยสภาได้ทำร่วมกันดี และเป็นที่เข้าใจในกระบวนการสาธารณสุข น่าจะเหมาะสมอยู่ในปัจจุบัน
ส่วนจะดำเนินการตรวจสอบสถานพยาบาลต่างๆ หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องมีการเข้มงวดกวดขันมากขึ้นในคลีนิคต่างๆ ส่วนแนวทางเชิงรุกที่จะดำเนินการนั้น ในส่วนของตนก่อนหน้านี้เวลามีการรณรงค์ในลักษณะเป็นการทั่วไป ได้ให้หน่วยงานไปศึกษาในลักษณะว่า กลุ่มเสี่ยงอยู่ที่ไหน เพื่อเข้าไปสร้างค่านิยมที่ถูกต้อง อย่างเมื่อเรามีการรณรงค์ 80-90 เปอร์เซ็นต์อาจไม่ใช่เป็นบุคคลที่มีปัญหา หรือไม่ใช่กลุ่มคนที่เสี่ยง ซึ่งการดำเนินการตรงนั้นอาจจะไปไม่ถึง กลุ่มคนที่เราต้องการเข้าไปศึกษาจริงๆ พยายามให้เขาแยะแยกออกมา
ขณะที่นายจุลินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยที่ จ.สุราษฎร์ธานี ในโอกาสประธานพิธีเปิดการอบรมเชิงปฏิบัติการ อสม.เชี่ยวชาญ ลดเสี่ยง 5 โรค สำคัญ ที่หอประชุมวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เกี่ยวกรณีการแก้ไขปัญหาทำแท้งว่า ในส่วนของกฎหมายสาธารณสุขไม่สามารถแก้ไขได้ ต้องแก้ไขที่กฎหมายอาญา ทั้งนี้มีข้อยกเว้นให้ทำแท้งได้กรณีที่เด็กในครรภ์มีอวัยวะบางส่วนไม่สมบูรณ์ เช่นไม่มีหัว ไม่มีแขน ขา อีกทั้งแม่มีปัญหาสุขภาพจิต และกรณีที่ถูกข่มขืน โดยที่ต้องอยู่ในดุลยพินิจของแพทย์ 2 คน
ส่วนมาตรการสำหรับต่างจังหวัดได้เน้นย้ำให้สาธารณสุขจังหวัดทุกแห่งเฝ้าระวังและตรวจสอบคลีนิคทำแท้งเช่นกัน โดยทางออกที่ดีที่สุดคือมาตรการป้องกันเน้นการให้ความรู้เรื่องเพศสัมพันธ์ให้มากขึ้น ให้รู้จักปฏิเสธโดยที่ไม่สูญเสียความรัก



