ไลฟ์สไตล์

สร้าง"สมรรถนะ"เด็กปฐมวัยด้วย...รับรู้ เข้าใจพัฒนาการ

สร้าง"สมรรถนะ"เด็กปฐมวัยด้วย...รับรู้ เข้าใจพัฒนาการ

19 พ.ย. 2553

"ผู้ฉลาดย่อมรู้ธรรมชาติของเด็ก ว่าเด็กวัยใด ลักษณะใด ชอบฝึกหัดอบรมแบบใด เขาย่อมสังเกตทราบว่า เด็กวัยหนึ่งต้องหัด ต้องประคับประคองให้ทำ จึงจะได้ผล อีกวัยหนึ่งต้องเคี่ยวเข็ญ ต้องบังคับต้องกวดขันให้ทำจึงจะได้ผล อีกวัยหนึ่ง ต้องแสดงเหตุผลผิดชอบชั่วดีให้เห็นก

 พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพิมพ์ในหนังสือ "วันเด็ก" ประจำปี 2522 ถูกหยิบยกเป็นตัวอย่างก่อนพูดถึงวิธีการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยที่ดี ให้มีคุณภาพและเติบโตอย่างมีศักยภาพ ในโครงการสัมมนา เรื่อง "เด็กปฐมวัย สมรรถนะดี คิดดี ทำดี" โดยความร่วมมือของสำนักงานเลขาธิการ สภาการศึกษาและองค์กรทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ (ยูนิเซฟ) ประเทศไทย ณ โรงแรมอมารี วอเตอร์เกท เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

 รศ.พญ.นิชรา เรืองดารกานนท์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย กล่าวว่า การที่เด็กสามารถแสดงท่าทางต่างๆ ทั้งที่ยังพูดไม่ได้ เรียกว่า "สมรรถนะ" คือความสามารถที่คาดหมายได้ สามารถแบ่งได้หลายด้านตามพัฒนาการของแต่ละวัยแต่เกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน เช่น การรับรู้ การมองเห็น และการได้ยิน โดยเด็กอายุตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปี จะมีเส้นประสาทในสมองที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว  

 หลักในการเลี้ยงดูเด็กปฐมวัยว่า ควรมี 2 ก 2 ล ซึ่ง "ศ.พญ.ศิรกุล อิศรานุรักษ์" กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการสาธารณสุข กล่าวถึง ได้แก่ ก กินอาหารดี มีประโยชน์จะทำเด็กเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ ก กอด เป็นการสื่อความรัก ความผูกพันได้เป็นอย่างดี ทำให้เด็กรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ล เล่น โบราณว่าไว้ "เด็กซนคือเด็กฉลาด" การปล่อยให้เด็กได้เล่น เท่ากับให้เรียนรู้ด้วยตัวเอง พัฒนาการทำงานของสมอง ล เล่า การพูดคุย เล่านิทาน จะช่วยพัฒนาทางด้านภาษาสำหรับเด็กได้เป็นอย่างดี

 ขณะเดียวกันการทำความเข้าใจกับตัวเด็กและสอนให้เขาเจริญเติบโตตามวัย ค่อยเป็นค่อยไปตามอายุ ไม่เร่งรีบ แต่ใช้วิธีการทำเป็นตัวอย่างที่ดี และที่สำคัญคือให้เวลากับเด็ก สนใจในสิ่งที่เขาต้องการสื่อให้เรารับรู้ พูดคุย สังเกตท่าที และเล่นกับเขา ชมเชยเมื่อเขาทำดี ไม่เปรียบเทียบกับเพื่อนพี่น้องหรือเด็กคนอื่น เพราะจะทำให้เขาขาดความภูมิใจในตัวเอง และการเรียนรู้อาจหยุดชะงัก

 ด้าน "กรรณิกา ลังกะสูตร" ครูอนุบาลโรงเรียนวรรัตน์ศึกษา เล่าว่า จากประสบการณ์ทำงานกับเด็กมากว่า 40 ปี ว่าเด็กปฐมวัยที่มีสมรรถนะที่ดีต้องมาจากครอบครัวที่พร้อม ไม่ว่าจะเป็นด้านฐานะ ความรู้ สติปัญญาของผู้ปกครอง การดูแลเอาใจใส่ และการทำหน้าที่พ่อแม่ที่ดี เช่น สนใจ คอยสอบถาม พูดคุยกับครูผู้สอนอยู่เสมอ เพื่อรับรู้ปัญหาของเด็กและช่วยกันหาวิธีแก้ไข แต่เด็กที่มีพัฒนาการช้ากว่าปกติ อาจมีผลมาจากสภาพครอบครัวที่ยังไม่มีความพร้อม เช่น มีลูกก่อนวัยอันควร จึงไม่พร้อมจะอบรมหรือพัฒนาทักษะความสามารถของลูก เพราะสถาบันครอบครัวคือสถาบันแรกและสำคัญที่สุดต่อการพัฒนาด้านจิตใจ สติปัญญา และอารมณ์ของเด็กก่อนที่จะออกไปสู่สังคม ซึ่งจะส่งผลให้ในอนาคตเด็กไทยจะมีจิตสาธารณะ ไม่อยู่ในสังคมที่โดดเดี่ยว ไม่ชิงดี ชิงเด่นหรืออิจฉา ริษยา สอนให้เด็กรู้จักความทัดเทียมกัน ไม่โกหกและทำตัวเป็นสาธารณประโยชย์ต่อสังคม

 ฟูใจ โกมลบุตร คุณครู จากโรงเรียนสัตย์สงวนวิทยา ที่เข้าร่วมโครงการสัมมนา บอกว่าเด็กปฐมวัยต้องได้รับการเลี้ยงดูอย่างใกล้ชิด เด็กอายุ 0-5 ปี จะมีเส้นประสาทในสมองที่เจริญเติบโต 750 ครั้งต่อวินาที เพราะฉะนั้นเด็กควรได้เรียนรู้ตลอดเวลา หากไม่กระตุ้นเส้นประสาทจะไม่เชื่อมต่อกัน ทำให้เด็กมีพัฒนาการช้าลง การทำกิจกรรมง่ายๆ เช่น อ่านหนังสือนิทานให้ฟัง หรือปล่อยให้เล่นซนบ้าง ถือเป็นการเรียนรู้และเก็บประสบการณ์ แต่บางครั้งผู้ปกครองอาจลืมตัว เป็นห่วงหรือเข้มงวดเกินไป

 คำตอบของคำถามที่ว่า "ทำอย่างไรให้เด็กปฐมวัยมีสมรรถนะในการพัฒนาตามวัย" คือรักลูกอย่างไม่มีเงื่อนไข เข้าใจว่าการเรียนรู้ของลูกเริ่มต้นตั้งแต่ปฏิสนธิ การเรียนรู้เป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปและต่อเนื่อง พ่อแม่ ผู้ใหญ่ต้องฟังเด็ก ส่งเสริมให้เด็กถามและสังเกต ชี้ชวนกันพูดคุย สนทนา ไม่ใช้วิธีบังคับฝืนใจ ก้าวร้าว หรือทำร้ายทารุณ ลูกจะรู้จักความรับผิดชอบชั่วดีและจริยธรรม ลูกจะต้องมีโอกาสฝึกการมีวินัยในตนเอง เพียงเท่านี้เขาก็จะสามารถเติบโตได้อย่างเต็มศักยภาพ

        0 ภาวิณี   เทพคำราม 0