ไลฟ์สไตล์

ตรวจแนวกำแพงเมืองสงขลาสมัยรัชกาลที่3พัง

ตรวจแนวกำแพงเมืองสงขลาสมัยรัชกาลที่3พัง

17 พ.ย. 2553

(17พ.ย.) นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากร เดินทางไปตรวจแนวกำแพงเมืองสงขลาสมัยรัชกาลที่ 3 พังเสียหาย โดยมีนายจารึก วิไลแก้ว ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 13 สงขลา รายงานสถานการณ์ เมื่อวันที่ 12 พ.ย. เกิดเหตุกำแพงเมืองสงขลา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนจะนะ หน้าพ

จุดที่พังเสียหายอยู่บริเวณกึ่งกลางของกำแพงความยาวประมาณ 4 เมตรและสูงจากพื้นจนถึงใบเสมาประมาณ 7 เมตร เศษหินกระจายลงมากระจัดกระจายอยู่บนถนน โดยคาดว่ามีสาเหตุมาจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่องในช่วง 2 วันที่ผ่านมาทำให้ตัวกำแพงซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 174 ปีและสร้างด้วยหินสอปูน ถูกน้ำกัดเซาะจนทำให้ตัวกำแพงบางส่วนที่กำลังเริ่มเสื่อมสภาพพังลงมา

และจากการตรวจสอบยังพบว่าบริเวณตัวกำแพงความยาวกว่า148 เมตรยังมีรอยปริอีกหลายจุดเสี่ยงต่อการพังเสียหายหากฝนยังตกหนักต่อเนื่องต่อไปอีก โดยหลังจากนี้ ทางสำนักงานพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดสงขลาจะได้ทำเรื่องเสนอกรมศิลปากรเพื่อดำเนินการบูรณะซ่อมแซมกำแพงเมืองสงขลา ซึ่งเป็นโบราณสถานของกรมศิลปากรให้กลับอยู่ในสภาพเดิมต่อไปสำหรับประวัติความเป็นมาของกำแพงเมืองสงขลา สมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง)สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ.2379 โดยพระราชทานยกเงินภาษีอากรเมืองสงขลาให้ 200 ชั่ง

แต่ก่อกำแพงไม่ทันแล้วเสร็จ หัวเมืองมลายูเป็นกบฏ (พ.ศ.2381) ยกทัพมาเผาเมืองจะนะแล้วเลยเข้าตีเมืองสงขลา พระยาวิเชียรคีรี (เถี้ยนเส้ง) รักษาเมืองไว้จนทัพหลวงจากรุงเทพฯยกลงมาช่วยตีทัพกบฏมลายูแตกกลับไป และทัพหลวงจึงได้ช่วยก่อกำแพงเมืองสงขลาจนสำเร็จเมื่อ พ.ศ.2385ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ กำแพงเมืองสงขลาก่อด้วยหินสอปูน มีเชิงเทินใบเสมาเป็นรูปป้อม มีป้อม 8 ป้อม แต่ละป้อมมีปืนใหญ่กระสุน 4 นิ้ว ป้อมละ 3-4 กระบอก ประตูเมืองเป็นซุ้มใหญ่ 10 ประตู กับมีประตูเล็กอีก10ประตูโดยรอบ แต่ขณะนี้เหลือแต่กำแพงด้านถนนจะนะ ตรงข้ามพิพิธภัณฑ์สถานแห่ง ชาติสงขลา กับที่ถนนนครในเท่านั้น