ไลฟ์สไตล์

มิตรภาพ&ความรัก ในเทศกาลออกแบบบางกอก

มิตรภาพ&ความรัก ในเทศกาลออกแบบบางกอก

18 พ.ย. 2553

อีกครั้งสำหรับงานที่มิใช่แค่จะเอาใจเด็กอาร์ต แต่ยังเป็นการแสดงศักยภาพของวงการนักออกแบบชาวไทยให้ทัดเทียมสากล ซึ่งได้โต้โผใหญ่อย่างศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ร่วมกับโครงการเทศกาลออกแบบบางกอก และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับงานออกแบบสร้างสรรค์ต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกช

  ประธาน ธีระธาดา ผู้อำนวยการโครงการเทศกาลออกแบบนานาชาติบางกอก แจงให้ฟังคร่าวๆ ถึงงานใหญ่ครั้งนี้ว่า จัดขึ้นภายใต้แนวคิด "เลิฟ แอนด์ เฟรนด์ชิพ" (Love & Friendship) ที่เน้นถึงความรัก มิตรภาพและการแลกเปลี่ยนทางการออกแบบ เป็นงานที่เกิดขึ้นจากความร่วมมือกันของดีไซเนอร์ไทย และดีไซเนอร์ต่างชาติมาร่วมกันผลิตงานมาแสดง โดยลักษณะของงานมีด้วยกัน 3 กลุ่มใหญ่ๆ

 เริ่มต้นที่ "เลิฟ แอนด์ เฟรนด์ชิพ" ซึ่งถือเป็นนิทรรศการหลักประจำปี โดยเป็นความร่วมมือกันของดีไซเนอร์ชาวไทยร่วมกับ ดีไซเนอร์ต่างชาติร่วมกับผลิตงานมาแสดง เช่น CE character design ที่คนไทยออกแบบและร่วมสร้างสรรค์ลวดลายโดยดีไซเนอร์จากทั่วโลก, ปอม ชาน (Pomme Chan) สาวไทยนักวาดภาพประกอบที่ได้รับเลือกไปออกแบบ วอลล์เปเปอร์ ให้แก่ไมโครซอฟท์ ลายเสื้อผ้าให้แบรนด์ topshop จับมือทำงานกับ เซียน ฟรีแมน (Sean Freeman) นักออกแบบตัวอักษรที่ดังที่สุดคนหนึ่งในโลก เป็นต้น งานส่วนนี้มาจากหลากหลายดีไซเนอร์กระจายตัวอยู่ตาม HUB ต่างๆ

 ถัดมาก็เป็นโซนตลาดนัดงานออกแบบ (Creative Market Zone)  ที่มีทั้งผลิตภัณฑ์ โปสเตอร์ สิ่งพิมพ์ แฟชั่น และอื่นๆ ที่หักมุม โดดเด่น เติมเต็มจินตนาการ แปลกใหม่ไม่ซ้ำใครจากนักออกแบบรุ่นใหม่อย่าง แบดสโตร์ (BADstore) และ โอเพ่น สตูดิโอ (Open studio) ที่จะแสดงกระบวนการสร้างงานเก๋ไก๋ เช่น การนำเซรามิกรูปทรงใหม่ๆ บวกเข้ากับลายเบญจรงค์จาก สตูดิโอ เมค (Studio Make), งานปูนที่ผสมผสานงานผ้าจากฝีมือดีไซเนอร์ไทยอย่าง จารุพัชร อาชวะสมิต เป็นต้น อีกทั้งยังมีแบรดน์ดังอย่าง เกรย์ฮาวด์ มาเสนอผลงานอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อนเป็นการเซอร์ไพรส์อีกด้วย

 "และกลุ่มสุดท้าย นิทรรศการและการแสดงผลงาน โดยในส่วนนี้กระจายไปในจุดต่างๆ เช่น ภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ส่วนงานศิลปะหรือดีไซน์จะอยู่ในบริเวณหอศิลป์กรุงเทพมหานคร และหน้าห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง ตัวอย่างเช่น นิทรรศการงานออกแบบดีเด่นจากประเทศญี่ปุ่น GMARK, งานออกแบบดีเด่นของไทย DMARK, DMY งานดีไซน์ล่าสุดส่งตรงจากกรุงเบอร์ลิน, กลุ่มนักออกแบบและศิลปิน อาทิ ม.ล.จิราธร จิรประวัติ, ติ๊ก ชีโร่, ทวีศักดิ์ ศรีทองดี, ดวงฤทธิ์ บุนนาค, ดร.สิงห์ อินทรชูโต ฯลฯ ที่เก็บซากสิ่งของจากเหตุการณ์ความรุนแรงเดือนพฤษภามาสร้างเป็นงานชิ้นใหม่ รวมถึงการโชว์ผลงานของเหล่านักออกแบบทั้งชาวไทยและต่างประเทศ" ประธาน กล่าว

 ทั้งนี้ศิลปินเจ้าของผลงานหนึ่งในชุด “ประเทศไทยที่รักษ์” อย่าง  ติ๊ก ชีโร่ เล่าว่า ผลงานชิ้นนี้เป็นการนำเก้าอี้ซากอารยธรรมของโรงภาพยนตร์สยามมาทำเป็นผลงานศิลปะ มีแนวคิดมาจากการที่อยากให้ชีวิตของที่นั่นกลับคืนมา อยากให้ทุกคนมองภาพยนตร์ว่าเป็นผลงานศิลปะที่มีสีสันจึงใช้สีสันหลากหลายมาใส่ไว้ในเก้าอี้ ส่วนรูปรอยเท้า เป็นสัญลักษณ์แทนคาแรกเตอร์ของนักแสดงที่เหลือไว้เพียงรอยเท้า สำหรับภาพคนที่นอนและยืนอยู่ปนกันมีความหมายแทนผู้คนที่ยังเหลืออยู่และบางคนก็ล้มหายตายจากไปกับเหตุการณ์ความไม่สงบที่ผ่านมา เม็ดคริสตัลแทนสัญลักษณ์ของนักแสดง ที่เหมือนกับดวงดาวระยิบระยับอยู่บนฟากฟ้า และมีโรลฟิล์มภาพยนตร์ที่ทุกคนสามารถมาหมุนสัมผัสได้เป็นเหมือนการปลุกชีวิตของโรงหนังให้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง

 นอกเหนือจากนี้ ผอ.โครงการ ยังได้เล่าถึงกิจกรรมอื่นๆ ที่จะมีขึ้นในงานอีกมากมาย เช่น "ดีไซเนอร์ แซทเทอเดย์" (Designer Saturday)  ที่เชิญดีไซเนอร์ชั้นเซียนมาพูดคุยสบาย, งานแสดงผลงานนักศึกษาที่เข้าตากรรมการของเทศกาล, การเปิดพื้นที่ให้เกิดการช็อปบุคลากรรุ่นใหม่ในวงการออกแบบ รวมถึง “Design Film Festival” ณ โดยจะมีการฉายภาพยนตร์เกี่ยวกับงานออกแบบ, เทรนด์ใหม่ๆ ของมีเดีย, งานศิลปะและสถาปัตยกรรมทั้งหมด 8 เรื่อง ท้ายสุดจะเป็นปาร์ตี้กลางคืนซึ่งนับว่าครั้งแรกของเทศกาลออกแบบบางกอก

 ด้านเจ้าของสถานที่อย่าง องอาจ สุขเลิศกมล รองผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ กล่าวว่า เทศกาลออกแบบนานาชาติบางกอก 2010  ถือเป็นงานแสดงผลงานศิลปะทุกสาขาสุดสร้างสรรค์ที่ยิ่งใหญ่ประจำปี 2553 และเป็นความตั้งใจของเซ็นทรัลเวิลด์ที่จะมอบประสบการณ์สุดพิเศษของความเป็นอาร์ตและไลฟ์สไตล์ ซึ่งการจัดงานภายในศูนย์การค้าจะทำให้งานศิลปะได้มีโอกาสเข้ามาใกล้ชิดประชาชนมากยิ่งขึ้น งานครั้งนี้จัดขึ้นเต็มพื้นที่กว่า 2,000 ตร.ม. ตลอดช่วงเวลา 10 วัน

 ว่ากันว่าผู้ที่รักการออกแบบและอยากจะรู้ว่างานออกแบบสร้างมูลค่าทั้งทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตได้อย่างไร ไม่ควรพลาด “เทศกาลออกแบบบางกอก 2553” ระหว่างวันที่ 20-30 พฤศจิกายนนี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์