ไลฟ์สไตล์

ชี้คอมพิวเตอร์พกพากระตุ้นนร.ได้สกสศ.ฟันธงไม่พบว่าเกรดดีขึ้นหรือแย่ลง

ชี้คอมพิวเตอร์พกพากระตุ้นนร.ได้สกสศ.ฟันธงไม่พบว่าเกรดดีขึ้นหรือแย่ลง

17 พ.ย. 2553

สภาการศึกษาเผยผลวิจัยโครงการ One Laptop per child พบไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าทำให้เกรดเด็กดีขึ้นหรือแย่ลง แต่เป็นเครื่องมือกระตุ้นการเรียนตามทฤษฎีใหม่ได้ ระบุโรงเรียนธรรมดาที่ไม่ได้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้เป็นแนวใหม่รองรับ การลงทุนโครงการดังกล่าวเสี่ยงไม่ค

 นายอานันท์ สีห์พิทักษ์เกียรติ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยผลวิจัยโครงการนำร่องรูปแบบการพัฒนาการเรียนรู้ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา (One Laptop per Child) OLPC ซึ่งเป็นโครงการวิจัยของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ว่าจากการศึกษาโรงเรียนในกลุ่มนำร่องโครงการดังกล่าว 7 แห่ง ได้แก่ ร.ร.บ้านสันกำแพง จ.เชียงใหม่, ร.ร.บ้านขาแหย่ง จ.เชียงราย, ร.ร.เทศบาลนครลำปาง 4 จ.ลำปาง, ร.ร.บ้านสามขา จ.ลำปาง, ร.ร.วุฒินันท์ จ.ระยอง, ร.ร.ดรุณสิกขาลัย และร.ร.สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ซึ่งส่วนใหญ่นำร่องกับเด็กในระดับประถมศึกษาตอนปลาย มีนำร่องระดับประถมศึกษาตอนต้นบ้างเล็กน้อย เริ่มนำร่องตั้งแต่ปี 2551 และในปี 2552 จึงทำการวิจัยติดตามผล

 จากการวิจัย 2 ปีไม่พบสัญญาณชัดเจนว่าผลการเรียนหรือเกรดของนักเรียนที่ใช้คอมพิวเตอร์พกพาประกอบการเรียนรู้ดีขึ้นหรือแย่ลง แต่พบว่าเด็กมีความกระตือรือร้นในการทำงานมีค่อนข้างมาก สามารถเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้ากับการเรียนรู้ การสืบค้นข้อมูลได้ สอดคล้องกับการเรียนรู้ตามทฤษฎีใหม่ที่ต้องการเน้นให้เด็กคิดเป็นทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเองได้

 "สำหรับ ร.ร.ธรรมดาทั่วไปในระบบการศึกษาที่ไม่ได้มีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้เป็นแนวใหม่ การลงทุนดังกล่าวก็เสี่ยงที่จะไม่คุ้มค่า ถ้าไม่มีการปรับการเรียนการสอนรองรับ เด็กจะแค่ตื่นเต้นกับการมีของเล่นใหม่ในชั้นเรียนแค่ช่วงสั้นๆ จากนั้นจะเริ่มเบื่อ ในที่สุดคอมพิวเตอร์พกพาก็จะกลายเป็นส่วนเกินของชั้นเรียน เด็กจะเอาแต่เล่นคอมพิวเตอร์พกพานี้ ไม่สนใจครูผู้สอน ท้ายสุดครูก็จะสั่งห้ามนำคอมพิวเตอร์พกพาเข้าชั้นเรียน ซึ่งขณะนี้มีร.ร.ในบางประเทศสั่งห้ามแล้ว” นายอานันท์ กล่าว

 ข้อดีของคอมพิวเตอร์พกพาก็มีตรงที่สามารถให้นักเรียนใช้สืบค้นหาข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา อย่างกรณีร.ร.เทศบาลนครลำปาง 4 มีรายงานว่าเมื่อนักเรียนได้รับคอมพ์ใหม่ๆ นักเรียนจะนำกลับบ้านทุกวัน เมื่อเวลาผ่านไปนักเรียนที่มีคอมพ์ของตัวเองที่บ้านจะเริ่มทิ้งคอมพิวเตอร์พกพาไว้โรงเรียน ไม่นำกลับบ้าน การสรุปผลของร.ร.ดรุณสิกขาลัย ก็บอกว่าเครื่องคอมพ์ของโครงการ ไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนของโรงเรียนที่ตั้งในสังคมเมืองและมีการใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายอยู่แล้ว บรรยากาศห้องเรียนเต็มไปด้วยเทคโนโลยีหลากหลายที่เด็กคุ้นเคยและใช้งานได้รวดเร็วกว่า นักเรียนมีการบ้านต้องเรียนพิเศษมากจนไม่มีเวลาเรียนรู้เครื่องคอมพิวเตอร์พกพาหลังเลิกเรียน