ไลฟ์สไตล์

ชี้One Laptop per child ไม่พบเกรดดีขึ้นหรือแย่ลง

ชี้One Laptop per child ไม่พบเกรดดีขึ้นหรือแย่ลง

16 พ.ย. 2553

สภาการศึกษาเผยผลวิจัยโครงการ One Laptop per child พบไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าทำให้เกรดเด็กดีขึ้นหรือแย่ลง แต่เป็นเครื่องมือกระตุ้นการเรียนตามทฤษฏีใหม่ได้ไม่น้อย ระบุร.ร.ธรรมดาที่ไม่ได้ปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้เป็นแนวใหม่รองรับ การลงทุนโครงการดังกล่าวเสี่ยงไม

 ที่โรงแรมรอยัลริเวอร์ วันที่ 16 พ.ย นายอานันท์ สีห์พิทักษ์เกียรติ อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยผลวิจัยโครงการนำร่องรูปแบบการพัฒนาการเรียนรู้ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์พกพา ( One Laptop per Child ) OLPC ซึ่งเป็นโครงการวิจัยของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา ว่า จากการศึกษาร.ร.ในกลุ่มนำร่องโครงการดังกล่าว 7 แห่ง ได้แก่ ร.ร.บ้านสันกำแพง จ.เชียงใหม่ , ร.ร.บ้านขาแหย่ง จ.เชียงราย , ร.ร.เทศบาลนครลำปาง 4 จ.ลำปาง , ร.ร.บ้านสามขา จ.ลำปาง ,ร.ร.วุฒินันท์ จ.ระยอง, ร.ร.ดรุณสิกขาลัย และร.ร.สาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ซึ่งส่วนใหญ่นำร่องกับเด็กในระดับประถมศึกษาตอนปลาย มีนำร่องระดับประถมศึกษาตอนต้นบ้างเล็กน้อย เริ่มนำร่องตั้งแต่ปี 2551 และในปี 2552 จึงทำการวิจัยติดตามผล

 นายอานันท์ กล่าวว่า จากการวิจัย 2 ปีไม่พบสัญญาณชัดเจนว่าผลการเรียนหรือเกรดของนักเรียนที่ใช้คอมพิวเตอร์พกพาประกอบการเรียนรู้ดีขึ้นหรือแย่ลง จะมีเพียงเรื่องการอ่านและการเขียนเท่านั้นที่มีรายงานว่า นักเรียนมีพัฒนาการมากขึ้นกว่าเดิม อย่างไรก็ตามหากขยายมุมมองให้มากขึ้นกว่าผลสัมฤทธิ์ด้านวิชาการจะพบว่าเด็กมีทักษะที่ดีเกิดขึ้นหลายอย่างเช่นความกระตือรือร้นในการทำงานมีค่อนข้างมาก สามารถเชื่อมโยงคอมพิวเตอร์เข้ากับการเรียนรู้ การสืบค้นข้อมูลได้ ซึ่งทักษะเหล่านี้สอดคล้องกับการเรียนรู้ตามทฤษฎีใหม่ที่ต้องการเน้นให้เด็กคิดเป็นทำเป็น แก้ปัญหาเป็น ค้นคว้าหาความรู้ด้วยตัวเองได้ เป็นทักษะที่ภาคอุตสาหกรรมในยุคใหม่ต้องการ

 “ เป็นที่สังเกตว่าคอมพิวเตอร์พกพาจะเป็นเครื่องมีที่สร้างประโยชน์ทางการเรียนรู้แก่เด็กได้เฉพาะกับร.ร.ที่มีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้เป็นไปตามทฤษฎีใหม่ เราจะเห็นว่าทั้ง 7 ร.ร.ที่ทำการศึกษานั้นล้วนปรับแนวทางการเรียนรู้ให้เป็นแบบ Constructionism ซึ่งเน้นการเรียนรู้โดยลงมือปฏิบัติผ่านการให้เด็กทำโครงงาน เน้นกระบวนการคิด ซึ่งคอมพิวเตอร์พกพาจะเข้ามาเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้การเรียนรู้ตามแนวทางใหม่ ๆ โดยเฉพาะที่เน้นการเรียนเป็นโครงงานทำได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้น หัวใจสำคัญสุดที่ทำให้ประสบความสำเร็จอยู่ที่กระบวนการเรียนการสอนไม่ใช่คอมพิวเตอร์พกพา

 สำหรับ ร.ร.ธรรมดาทั่วไปในระบบการศึกษาที่ไม่ได้มีการปรับรูปแบบการเรียนการสอนให้เป็นแนวใหม่ การลงทุนดังกล่าวก็เสี่ยงที่จะไม่คุ้มค่า ถ้าไม่มีการปรับการเรียนการสอนรองรับ เด็กจะแค่ตื่นเต้นกับการมีของเล่นใหม่ในชั้นเรียนแค่ช่วงสั้นๆ จากนั้นจะเริ่มเบื่อ ในที่สุดคอมพิวเตอร์พกพาก็จะกลายเป็นส่วนเกินของชั้นเรียน เด็กจะเอาแต่เล่นคอมพิวเตอร์พกพานี้ ไม่สนใจครูผู้สอน ท้ายสุดครูก็จะสั่งห้ามนำคอมพิวเตอร์พกพาเข้าชั้นเรียน ซึ่งขณะนี้มีร.ร.ในบางประเทศสั่งห้ามแล้ว” นายอานันท์ กล่าว

 นายอานันท์ กล่าวว่า การวิจัยยังพบว่านร.ในบางร.ร.เมื่อได้ใช้คอมพิวเตอร์พกพาไปในระยะเวลาหนึ่งแล้ว ก็จะเริ่มเบื่อและเห็นเป็นภาระ เพราะเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆที่นร.มีโอกาสได้ใช้มีสเป็คการทำงานที่สูงและรวดเร็วกว่าคอมพิวเตอร์พกพาของโครงการ OLPC แต่ข้อดีของคอมฯพกพาก็มีตรงที่สามารถให้นร.ใช้สืบค้นหาข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา อย่างกรณีร.ร.เทศบาลนครลำปาง 4 มีรายงานว่าเมื่อนร.ได้รับคอมฯพกพาใหม่ๆนร.จะนำกลับบ้านทุกวัน เมื่อเวลาผ่านไปนร.ที่มีคอมฯของตัวเองที่บ้านจะเริ่มทิ้งคอมฯพกพาไว้ร.ร. ไม่นำกลับบ้าน นอกจากนี้การสรุปผลของร.ร.ดรุณสิกขาลัย ก็บอกว่าเครื่องคอมฯพกพาของโครงการ ไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้นร.ของร.ร.ที่ตั้งในสังคมเมืองและมีการใช้เทคโนโลยีที่หลากหลายอยู่แล้ว บรรยากาศห้องเรียนเต็มไปด้วยเทคโนโลยีหลากหลายที่เด็กคุ้นเคยและใช้งานได้รวดเร็วกว่า นร.มีการบ้านต้องเรียนพิเศษมากจนไม่มีเวลาเรียนรู้เครื่องคอมฯพกพาหลังเลิกเรียน