
ร่วมบุญสร้างปาฏิหาริย์ โครงการปลูกถ่ายเซลล์
เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ครบ 7 รอบ ในวันที่ 5 ธันวาคม 2554 และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา 80 พรรษา ในวันที่ 12 สิงหาคม 2555 มูลนิธิรามาธิบดี ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชก
ศ.พญ.แสงสุรีย์ จูฑา ผู้ก่อตั้งและหัวหน้าโครงการ กล่าวถึงโครงการนี้ว่า เป็นการจัดขึ้นเพื่อหาทุนช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ โดยโรงพยาบาลรามาธิบดี ริเริ่มโครงการนี้เมื่อ พ.ศ. 2553 โดยจะให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ป่วยจำนวน 100 ราย ทั้งที่เป็นผู้ป่วยของโรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลอื่นๆ และคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
“สำหรับโรคที่รักษาให้หายขาดได้ด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตนั้น มีอยู่หลายโรค คือ โรคไขกระดูกฝ่อ โรคซีดพันธุกรรมธาลัสซีเมีย โรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวทั้งเฉียบพลันและเรื้อรัง โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง และโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิด ซึ่งโรคต่างๆ เหล่านี้ หากไม่ได้รับการรักษาด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต จะมีโอกาสเสียชีวิตถึงร้อยละ 80 หรือทนทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้รักษาผู้ป่วยด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตตั้งแต่ปี 2532 เราได้รักษาผู้ป่วยด้วยวิธีนี้มาเกิน 500 รายแล้ว ส่วนค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วยต่อ 1 ราย โดยประมาณจะมีค่าใช้จ่ายห้องกดภูมิ ค่ายากดภูมิ ค่ายาล้างไขกระดูก ค่าเจาะไขกระดูก ค่าถุงกรองเลือด ค่าใช้จ่ายในการรักษาผู้ป่วยแต่ละรายประมาณอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท นั่นคือรายที่ไม่มีปัญหาแทรกซ้อนใดๆ แต่ถ้ามีปัญหาแทรกซ้อนอาจใช้จ่ายเกินไป 2-3 ล้านบาทได้ ซึ่งนับว่าเป็นค่าใช้จ่ายที่สูงมาก เพราะฉะนั้นก็ยังมีผู้ป่วยจำนวนหนึ่งซึ่งขาดแคลนทุนทรัพย์ จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ เพราะถ้าเรารักษาเขาด้วยวิธีนี้ได้ คนไข้ก็สามารถมีชีวิตปกติได้ และสามารถทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้” ศ.พญ.แสงสุรีย์ กล่าว
ปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นให้เห็นแล้วจากโครงการนี้ คือ "น้องพงศ์" ด.ช.พิสิฐพงศ์ สุระเกรียงศักดิ์ อายุ 7 ขวบ ซึ่งป่วยเป็นโรคธาลัสซีเมีย มาตั้งแต่อายุ 1 ขวบ มีอาการซีด ตัวเหลือง คุณพ่อคุณแม่จึงได้พามาหาหมอที่โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งคุณหมอได้แนะนำคุณแม่ว่าให้มีบุตรอีก 1 คน เพื่อจะได้นำไขกระดูกมาปลูกถ่ายให้น้องพงศ์ ปรากฏว่าสเต็มเซลล์ของน้องชายเข้ากันได้กับพี่ชาย จึงทำให้การรักษาประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
“ตกใจมากตอนที่รู้ว่าลูกป่วยเป็นธาลัสซีเมีย รู้สึกเหมือนฟ้าผ่า เพราะรู้ว่าโรคนี้ต้องใช้จ่ายมหาศาล ต้องให้เลือดตลอดชีวิต แล้วส่วนใหญ่จะเสียชีวิตตั้งแต่อายุสิบกว่า คุณหมอได้แนะนำว่าทางเดียวที่จะรอดคือ ปลูกถ่ายไขกระดูก และที่ดีที่สุดคือ ต้องเป็นของพี่น้อง จะเข้ากันได้มากที่สุดไม่ค่อยมีผลข้างเคียง ก็เลยตัดสินใจมีลูกอีกคน และโชคดีที่เซลล์เข้ากันได้หลังจากทำการปลูกถ่ายตอนอายุ 4 ขวบ ตอนนี้น้องก็แข็งแรงดีแล้ว ไม่มีโรคแทรกซ้อนอะไร อาจมีเป็นหวัดบ้างนิดๆ หน่อยๆ ตามประสาเด็ก ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนนี้มูลนิธิดูแลให้ทั้งหมดเลย ต้องขอบคุณมากๆ ค่ะ” ชุติมา จินดาทองประภา คุณแม่ของน้องพงศ์ กล่าวอย่างตื้นตันใจ
“คำว่าให้...ไม่สิ้นสุด” สนใจสามารถร่วมบริจาคสมทบทุน มูลนิธิรามาธิบดีฯ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร.0-2201-1111



