ไลฟ์สไตล์

"ถ้าเราหยุดพัฒนา จะเริ่มต้นของการถอยหลังทันที" 
คริสโตเฟอร์ ไรท์

"ถ้าเราหยุดพัฒนา จะเริ่มต้นของการถอยหลังทันที" คริสโตเฟอร์ ไรท์

17 พ.ย. 2553

กลับมาเดี่ยวไมโครโฟนอีกครั้ง สำหรับ "ฝรั่งหัวใจไทย" คริสโตเฟอร์ ไรท์ ครูสอนภาษาและพิธีกรคนดังแห่งยุค คราวนี้จะขนความฮา พร้อมสาระมาฝากผู้ชมมากมายขนาดไหน ตามไปอุ่นเครื่องกับเขาใน CHRIS UNSEEN 2 The Return of Chris Torres ที่ได้จัดการแสดงไปแล้วเมื่อเสาร์-อาท

  มาเป็น "แขกรับเชิญ" ทั้งที เลยขอคุยซะหลายเรื่อง จะน่าสนใจแค่ไหน ตามไปดูกันเลยค่ะ 

0 ขอถามก่อนเลยค่ะว่าติดอกติดใจอะไรกับการทอล์กโชว์หรือเดี่ยวไมโครโฟน
 ติดใจอะไรหรือครับ คือที่จริงมันเป็นอาชีพของผมที่ผมทำทุกวันนะครับ เพราะการเป็นครูสอนภาษาอังกฤษนี่นะครับ คือเป็นครูละกัน กิจกรรมแรกเมื่อสมัยสัก 10 ปีที่แล้วเนี่ย ประเทศไทยคือยุคนักพูดบูมมาก จะมีพวกอาจารย์ต่างๆ อาจารย์เอกราช อาจารย์จตุพล อาจารย์สุขุม อาจารย์แอนนี่ออกมาพูดเยอะนะครับ และก็จะมีคุณโน้ส ก็ที่จริงแล้วชีวิตของอาจารย์ก็เป็นอาชีพนักเดี่ยวน่ะครับ พวกเราก็จะมายืนอยู่หน้าคนเยอะๆ ไม่ว่าจะเป็นห้องเล็กสักสิบคน หรือว่าในเลกเชอร์ฮอลล์สักร้อยคน และเราก็ต้องสามารถที่จะเอาชนะใจของคนเรียนให้ได้ ด้วยเนื้อหาที่สอน แต่เราจะทำยังไงให้เนื้อหาที่สอนมันเข้าไปถึงสมอง บันไดของเขา คือต้องใช้ความบันเทิงและสิ่งที่เขาชอบ ที่คนไทยชอบความสนุกสนานมากเป็นพิเศษนะครับ

0 การแสดงสดครั้งนี้กับปีที่แล้วแตกต่างยังไงบ้าง
 ก็แน่นอนครับ เรื่องราวมันก็ต้องเป็นเรื่องราวใหม่หมดทั้ง 3 ชั่วโมงเต็มๆ แต่ว่าบางเรื่องอาจจะมีการต่อจากปีที่แล้วนิดหนึ่ง ก็เพราะในเมื่อมันเป็นภาคสองน่ะครับ อย่างเช่นว่าเวลาเราไปดูหนัง อย่างหนังเรื่อง ทรานส์ฟอร์เมอร์ ภาคสอง ผมจำได้ ตอนนั้นผมเป็นแฟนพันธุ์แท้ ก็ไปดูภาคสองปั๊บ คู่รักข้างหลังนะครับ คือภรรยาเนี่ยไม่ได้ดูภาคแรกมา แต่ไอ้ตัวแฟนผู้ชายดู ก็คือเมียก็ถามว่า เนี่ยตัวเนี้ยคือใคร อันนั้นคืออะไร ประมาณนี้อ่ะครับ แล้วแฟนเขาต้องเล่าตลอดเลย ซึ่งผมก็นั่งดูแบบอารมณ์เสียมากๆ คือข้างหน้าเนี่ยคือภาคสองล้วนๆ แต่ข้างหลังเนี่ยทรานส์ฟอร์เมอร์ภาคหนึ่งชัดๆ เลย และผมเอ๊ะนี่จะดูภาคไหนกันแน่วะ มันก็เลยเริ่มมึน ก็คือมันอาจจะมีเรื่องราวที่มันเกี่ยวกับภาคแรกเข้ามา 

0 งั้นต้องให้คุณคริสเล่าแล้วค่ะว่าภาคที่แล้วมีความเกี่ยวเนื่องมาถึงภาคนี้ยังไง จะได้ไม่ต้องมานั่งเล่าให้ฟังกันอีก
 ก็คือจริงๆ แล้วบางคนถามว่าต้องดูภาคแรกไหม ผมก็บอกว่าดูซะหน่อยก็ดี

0 แล้วนี่ก็ต้องไปซื้อวีซีดีใช่ไหมคะ (หัวเราะ)
 ใช่ บอกสักหน่อยว่าซื้อวีซีดีได้ 99 บาทเอง 3 ชั่วโมงครึ่ง หรือถ้าท่านไม่อยากซื้อ ก็ช่วยดาวน์โหลดได้ครับ ปกตินักร้องเขาจะมีดาวน์โหลด ดอกจันกดสี่ห้าๆ ๆ ๆ ๆ

0 แล้วของคุณคริสล่ะคะ
 ของผมก็ดาวน์โหลดได้จากบิตทอร์เรนท์นะครับ ไม่ต้องเสียตังค์นะครับ ของฟรีๆ

0 ได้เต็ม 3 ชั่วโมงไหมคะ
 โอ้ แน่นอนครับ ก็คือปีนี้ผมจะแซว ไอ้พวกนี้ผมจะเรียกว่าพวกแวมไพร์เรคคอร์ด ไอ้พวกไซเบอร์เรคคอร์ด  แวมไพร์เรคคอร์ดก็คือดีวีดีผี ไซเบอร์เรคคอร์ดก็คือพวกโหลดจากเน็ต มันมีครั้งล่าสุดที่ผมเดินไปที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง จู่ๆ ก็มีเด็กเดินเข้ามาหาผมถามว่า อาจารย์ได้ข่าวจะทำเดี่ยวภาคสองเหรอครับ ผมก็ตอบ ใช่ครับ เขาก็บอก คราวนี้ทำให้มันสั้นๆ ได้ไหม ผมก็ถามว่าทำไมล่ะ เขาก็ตอบว่า คราวที่แล้วผมรอโหลดเกือบวันหนึ่งครับกว่าจะได้ ผมตกใจมากเลย ก็บอกไปว่างั้นปีนี้ก็มาดูของสดๆ ดิ เขาก็บอกว่าไม่หรอก เดี๋ยวผมรอโหลดเอาก็ละกัน โอ้ขอบคุณมาก ผมก็บอก เฮ้ย! ไม่แน่ปีนี้อาจจะไม่ทำดีวีดีก็ได้นะ เขาก็บอกผมไม่เชื่อหรอกดูในเว็บไทยทิคเก็ตแล้วอาจารย์ขายบัตรไม่หมด ผมว่ายังไงอาจารย์ก็ขายลิขสิทธิ์ดีวีดีแน่ๆ

0 โอ้โห หลอกไม่สำเร็จอีก
 ใช่ฮะ ก็ต้องบอกว่าขอขอบคุณนะครับคนพวกนี้ คุณจะทำให้วงการบันเทิงสูญพันธุ์เลยทีเดียว เพราะว่าโหลดไปเรื่อยๆ เนี่ย พวกนักร้องนักแสดงเขาจะรู้สึกว่า ทำไปทำไม ทำไปเงินก็ไม่เข้า เหนื่อยฟรีอีก

0 คุยเรื่องคอนเซ็ปต์ดีกว่า ของปีนี้มีอะไรบ้าง
 มันก็จะเป็นเรื่องราวต่างๆ ที่หลักๆ ก็จะเป็นเรื่องโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษของผมเอง ซึ่งตั้งที่เซ็นทรัลเวิลด์ที่โดนเผาไป แต่ตอนนี้ไม่ได้เผานะไม่มีน้ำมันโผล่มาด้วย แค่จะบอกเรื่องราวว่าเกิดอะไร เพราะว่าตอนนั้นมันมีเรื่องเยอะมาก แล้วก็จะมีเรื่องเกี่ยวกับปลาหมอสีในโรงเรียน ทำให้ผมได้มุกที่นำมาเล่าสู่กันฟังได้ คือผมได้ไปประสบพบเจอกับม็อบของพี่น้องที่มาประชุมกันด้านหน้านะครับ และก็เกี่ยวกับปลาหมอสีตัวนี้

0 อ้าวไหนบอกไม่เครียดไง ไหนว่าจะคุยแนวสนุกสนาน ไม่มีเรื่องการเมืองนะ
 อ๋อ แน่นอนครับ แต่การเมืองมันมีมุมเบาๆ มุมสนุกๆ มุมตลกๆ อยู่เยอะครับ อยากให้ลองดูมุมมองใหม่

0 ทราบมาว่าคุณคริสอยู่เบื้องหลัง ทำเองหมดทุกอย่างด้วย
 ครับ เขียนสคริปต์เอง กำกับเอง เขียนเอง ลงทุนเอง

0 แล้วการเดี่ยวในแบบของคริส แตกต่างจากนักเดี่ยวคนอื่นๆ ยังไงคะ 
 การจะเป็นนักสแตนด์อัพคอมเมดี้ ต้องมีหลายปัจจัย คือคุณต้องมี 2 ช่างก่อนนะครับ คือช่างสังเกต กับช่างสงสัย 2 ช่างนี้ต้องไปกับคุณทุกที่ แต่คนส่วนใหญ่จะมีแต่ช่างมันไปอย่างเดียว คือไม่ค่อยได้เปิดตาดู ผมได้ถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็กว่าให้เป็นคนช่างสังเกตและช่างสงสัย เหมือนเวลาเรารถเสียเรียกช่างมาซ่อม ถ้าภาษาอังกฤษเสีย ก็เรียกช่างสังเกต ช่างสงสัยมาซ่อม
 
 อย่างจะทำสแตนด์อัพคอมเมดี้ มุกเนี่ยต้องเป็นมุกที่ทิ่มแทงเข้าไปในจิตใจคน บางมุกไม่ได้ตลก ซึ่งของผมก็ประมาณนั้นครับ เราก็ต้องเอาเรื่องราวต่างๆ อย่างเช่น ฝรั่งเรียนภาษาไทย หลายคนไม่เคยรู้มาก่อนนะครับว่าผมเคยเป็นครูสอนภาษาไทย แม่ผมสอนภาษาไทย ผมก็ได้นำเทคนิคต่างๆ ที่ผมเคยได้เห็นมาสอนฝรั่ง ผมพยายามให้ฝรั่งดูละครไทย ฟังเพลงไทย 

0 ให้คุณคริสบอกหน่อยค่ะว่าเดี่ยวไมโครโฟนครั้งนี้คนดูจะได้อะไร
 ความสนุกสนาน ตลกบ้าง บางมุกอาจจะไม่ได้ฮามาก แต่จะได้ความสนุก ความสะใจ โดนใจ ได้ภาษาอังกฤษ แล้วก็ได้กำลังใจครับ อย่างเคยมีหลายคนเข้ามาหาผมเป็นร้อยครับ ว่าคุณคริสครับคุณเป็นคนที่ทำให้ผมเปลี่ยนทัศนคติเกี่ยวกับภาษาอังกฤษโดยสิ้นเชิง คือคุณทำให้ผมรู้สึกว่า เกลียด กลัว แล้วไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตผมเลย คุณทำให้ผมมีกำลังใจที่อยากจะเรียนภาษาอังกฤษขึ้นมา

0 ยังมีอะไรอีกไหมที่คุณคริสยังไม่ได้ทำ
 ผมก็ทำไปเรื่อยๆ เขียนหนังสือ ทำโรงเรียน ทำรายการทีวี พอทุกอย่างมันนิ่งเนี่ย เราก็อย่าหยุดพัฒนา ผมเชื่อว่าถ้าเมื่อใดที่เราหยุดพัฒนา มันจะเป็นการเริ่มต้นของการถอยหลังทันที ผมก็เลยพยายามหาช่องทางใหม่ๆ ที่จะทำ เมื่อปีที่แล้วก็เลยได้ทำสแตนด์อัพคอมเมดี้ครั้งแรก ปีนี้ก็เป็นครั้งที่สองครับ

เรื่อง... "นันทพร ไวศยะสุวรรณ์"
ภาพ... "กฤษณะ คล้ายทิม"