
วุฒิฯเห็นชอบร่างพ.ร.บ.กสทช.82ต่อ4
การประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ที่มีนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เป็นประธาน ได้พิจารณาเรื่องด่วนร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์
และกิจการโทรคมนาคม (พ.ร.บ.กสทช.) พ.ศ. ....ที่คณะกรรมาธิการร่วมกันทั้งสองสภาพิจารณาเสร็จแล้วและสภาผู้แทนราษฎร์ได้เห็นชอบก่อนหน้านี้
หลังจากอภิปรายอย่างกว้างขวางที่ประชุมวุฒิสภาได้เปิดให้ลงมติ เมื่อเวลา 17.15 น. โดยมีมติเห็นชอบตามร่าง พ.ร.บ.กสทช. ตามร่างคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ร่วม สส.และ สว. ด้วยคะแนน 82 ต่อ 4 งดออกเสียง 4 และไม่ลงคะแนน 1 คะแนน โดยจะนำขึ้นทูลเกล้าฯตามขั้นตอนต่อไป
อย่างไรก็ตามระหว่างการพิจารณานั้นได้มีสมาชิกวุฒิสภา ติดใจในร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวและอภิปรายอย่างหลากหลาย อาทิ นายธวัช บวรวนิชยกูร ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับ ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว แต่อยากให้ ส.ว.ที่ร่วมเป็นกมธ.พิจารณา ระบุหลักประกัน เพื่อรับรองว่าจะสามารถสรรหากรรมการกสทช. ได้ด้วยความรวดเร็วและการประมูลไลเซ่น 3 จี จะสามรถดำเนินการได้
นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ส.ว.สรรหา กล่าวว่ากรณีที่ให้สำนักงานเลขาวุฒิสภาเป็นหน่วยงานธุระการเพื่อสรรหา กรรมการ กสทช. ตนมองว่าอาจจะทำให้เกิดปัญหาเรื่องข้อกฎหมาย หรือการฟ้องร้องได้ นอกจากนั้นแล้วการให้สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเป็นหน่วยงานธุรการ จะต้องมีหน้าที่รับขึ้นทะเบียนองตค์กรวิชาชีพ ตวจสอบคุณสมบัติด้วย และมีหน้าที่ให้กำเนิดและถอดถอน กรรมการ กสทช. อาจจะทำให้ขัดดุลอำนาจได้ เนื่องจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ แต่การสรรหาเป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหาร
นายคำนูน สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ตอนนี้การพิจารณากฎหมายฉบับนี้เสมือนเป็นการบีบบังคับให้วุฒิสภาต้องให้ความเห็นชอบให้ได้เพราะถ้าไม่ผ่านก็จะทำให้เกิดความล่าช้าในการพัฒนาเทคโนโลยีของประเทศ อย่าไรก็ตาม ประเด็นสำคัญที่สงสัยมากที่สุด คือ การตัดสัดส่วนบุคคลผู้มีความเชี่ยวชาญด้านความั่นคงของรัฐออกไปในสัดส่วนของกสทช. เพราะการทำงานจริงของกสทช.ย่อมมีความจำเป็นที่จะเกี่ยวข้องกับความมั่นคงของรัฐ ไม่รู้ว่าผู้ร่างกฎหมายกำลังกลัวอะไรอยู่หรือไม่
นายอนันต์ วรธิติพงศ์ ส.ว.สรรหา ในฐานะกมธ.ชี้แจง ว่า การกำหนดให้สำนักงานฯเข้ามาทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการสรรหากสทช.เพราะจะให้ความเป็นกลางมากกว่าองค์กรซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด รวมทั้งมีประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าวจึงมั่นใจว่าจะสามารถสรรหากสทช.ได้ภายใน 180 วัน อยากให้ดูตัวอย่างในอดีตที่ผ่านมาที่ให้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีในอดีตที่ไม่สามารถสรรหาคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) ได้
“การตัดสัดส่วนของบุคคลผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงของรัฐกมธ.ร่วมกันก็ไม่ได้ตัดออกไปจากสารบบเสียทีเดียว แต่ในมาตรา 48 เกี่ยวกับการจัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่นั้นได้กำหนดให้กสทช.รับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายรวมไปถึงต้องคำนึงถึงการใช้งานด้านความมั่นคงของรัฐตามความจำเป็นด้วย ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่าฝ่ายความมั่นคงยังคงมีส่วนร่วมอยู่” นายอนันต์ กล่าว



