
นายกฯย้ำเทคโนโลยีเป็นดาบสองคมเสมอ
นายกฯย้ำเทคโนโลยีเป็นดาบสองคมเสมอ สร้างความเสียหายต่อคุณภาพการศึกษา-คุณภาพของสังคมได้
เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 15 พ.ย. ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ จังหวัดนนทบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีเปิดการสัมมนาวิชาการ "คุณภาพ ICT เพื่อคุณภาพการศึกษาไทย" และปาฐกถาพิเศษเรื่อง "ICT เพื่อการพัฒนาการศึกษาไทย จัดโดยกระทรวงศึกษาธิการ โดยมี นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศ.ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้บริหาร คณาจารย์ ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน และผู้เข้าร่วมสัมมนาประมาณ 400 คน ตลอดจนสื่อมวลชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก
รมว.กระทรวงศึกษาธิการ กล่าวรายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการเป็นองค์กรหลักในกระบวนการจัดการและส่งเสริมการศึกษาของประเทศไทย และเป็นองค์กรที่ขับเคลื่อนปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 โดยมีพันธกิจสำคัญในการสร้างเสริมโอกาสทางการศึกษาให้มีคุณภาพ รวมทั้ง การพัฒนามาตรฐานการศึกษา เพื่อสร้างความเข้มแข็งทางสติปัญญาให้แก่ประชาชนทุกภาคส่วนให้เป็นผู้ที่มีความรู้ มีคุณภาพและศักยภาพในการพัฒนาตนเอง ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน โดยที่ประชุมของผู้บริหารองค์กรหลักของกระทรวงศึกษาธิการ ได้เห็นชอบแผนการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ในปี 2554-2557 โดยมีเป้าหมาย 4 แผนงานหลัก ดังนี้ 1) แผนพัฒนาคุณภาพคนไทยยุคใหม่ มีกิจกรรม 30 โครงการรวมเป็นงบประมาณ 15,798 ล้านบาท 2) แผนพัฒนาคุณภาพครูยุคใหม่ มีกิจกรรม 9 โครงการรวม เป็นงบประมาณ 7,393 ล้านบาท 3) แผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาและแหล่งเรียนรู้ยุคใหม่ มีกิจกรรม 12 โครงการ รวมเป็นงบประมาณ 9,443 ล้านบาท และ4) แผนพัฒนาคุณภาพการบริหารจัดการใหม่ มีทั้งสิ้น 17 โครงการรวมเป็นงบประมาณ 76,815 ล้านบาท ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะดำเนินการการพัฒนาและประยุกต์ใช้ ICTเพื่อขยายตัวทางการศึกษาในทุกระดับ ทุกประเภทอย่างทั่วถึงและเท่าเทียมกัน โดย ศธ. ได้จัดตั้งงบประมาณที่จะขับเคลื่อนคุณภาพทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินการตามโครงการแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ในการจัดซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ไปยังสถานศึกษาต่าง ๆ ในปี 2553 จำนวน 140,000 ชุด และในปี 2554 เพิ่มเติมอีกจำนวน 120,000 ชุด
นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งงบประมาณในการดำเนินการโครงข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงไปยังสถานศึกษาทั่วประเทศ อีกประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท เพื่อพัฒนาศูนย์เรียนรู้และอิเล็กทรอนิกส์ทางการเรียนรู้ต่างๆ โดยผ่านทางองค์กรหลักอีกประมาณ 3,000 กว่าล้านบาท ซึ่งได้ดำเนินการใช้งบประมาณดังกล่าวประมาณ 1,0000 ล้านบาท โดยศธ.ได้พยายามที่จัดโครงการเกี่ยวกับ ICT ให้มีความโปร่งใสและมีประสิทธิภาพอีกด้วย ทั้งนี้ ศธ. ได้วางเป้าหมายในทางปฏิบัติโดยยึดหลัก 3 N คือ 1) จัดทำระบบเครือข่ายเพื่อการศึกษาแห่งชาติ (National Education Network : NedNet) 2) จัดทำระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษาแห่งชาติ (National Education Information System : NEIS) และ 3) จัดทำศูนย์การเรียนรู้แห่งชาติ (National Learning Center : NLC) ที่กระทรวงศึกษาธิการจะนำมาใช้ จะก่อให้เกิดการบูรณาการทั้งระบบเครือข่ายของบุคลากร การบูรณาการข้อมูลสารสนเทศขอกระทรวงศึกษาธิการ และบูรณาการข้อมูลสาระความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย นอกจากนี้ จะมีการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีแล้ว ยังมีการจัดตั้ง "กองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา" โดยได้รับการสนับสนุนด้วยเงินประเดิมกองทุนจากรัฐบาล จำนวน 5,000,000 บาท และจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) จำนวน 100 ล้านบาทอีกด้วย
นายกฯกล่าวแสดงความยินดีที่ได้มีโอกาสมาเปิดงานสัมมนาวิชาการ ที่จัดโดยกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีวัถตุประสงค์เพื่อที่จะกระตุ้นและส่งเสริมให้ผู้บริหาร ครู นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษามีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับนโยบายและทิศทางการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทั้งนี้ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ทศวรรษที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่าความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคมทั่วโลก ซึ่งศักยภาพของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ได้เพิ่มสูงขึ้นมาจากนวัตกรรมต่าง ๆ จนทำให้มนุษย์มีเครื่องมือที่สำคัญในการที่จะเชื่อมโยงแลกเปลี่ยนและสื่อสารระหว่างกันและกัน ถ้าหากเครื่องมือเหล่านี้ถูกนำมาใช้ให้ถูกทางก็จะสามารถสร้างประโยชน์และสามารถยกระดับคุณภาพชีวิตของ ประชาชนได้อย่างดียิ่งขึ้น
"รัฐบาลได้ดำเนินการผลักดันให้มีการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 โดยได้ตนมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการเร่งดำเนินการให้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด และผลักดันให้มีการจัดตั้งกองทุนโดยอาศัยการจัดงบประมาณให้กับกองทุนดังกล่าวไว้ในกฎหมายงบประมาณประจำปีเป็นการเริ่มต้น พร้อม ๆ กันไป อีกทั้ง คณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบการตรากฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีทางด้านการศึกษา ซึ่งปัจจุบันอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งคาดว่าจะสามารถผลักดันนำเสนอต่อรัฐสภาในช่วงต่อไป อีกทั้ง ขณะนี้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ให้ความสำคัญในการที่จะให้เทคโนโลยีดังกล่าวมาสนับสนุนงานทางด้านการศึกษาโดยการนำ ICT มาสนับสนุนกระบวนการเรียนรู้ของประชาชนอีกด้วย" นายกรัฐมนตรีกล่าว
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบนโยบายบอร์ดแบรนด์แห่งชาติ ซึ่งเป็นนโยบายที่ให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีบอร์ดแบรนด์ในต้นทุนที่ต่ำ และมีเป้าหมายอย่างชัดเจนที่จะสนับสนุนกิจกรรมหลัก ๆ ที่จะนำ ICT มาใช้ในเรื่องการศึกษาอย่างนี้เป็นต้น โดยขณะนี้รัฐบาลได้ให้ทุกหน่วยงานและภาคส่วนราชการเข้ามามีส่วนร่วมในการส่งเสริมสนับสนุนงานทางด้านนี้ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน อีกทั้ง ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการได้มีการผลักดันนโยบาย 3N ว่าด้วยเรื่องการมีระบบเครือข่าย มีศูนย์สารสนเทศและศูนย์การเรียนรู้จะทำให้การบูรณาการระบบเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับงานทางด้านการศึกษามีความเป็นเอกภาพและสามารถขับเคลื่อนงานทางด้านนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นายกฯ กล่าวว่า นโยบายบอร์ดแบรนด์แห่งชาติจะเป็นตัวขับเคลื่อนให้มีความพร้อมในเรื่องเครือข่ายและอุปกรณ์ที่จะใช้ในการศึกษามากขึ้น อย่างไรก็ตามความสำเร็จที่จะนำ ICT มาใช้เพื่อส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดคุณภาพทางการศึกษาโดยมีปัจจัยอื่นๆ ที่มีความสำคัญที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการพัฒนาคนและการปรับปรุงกฎ กติกาและระบบการบริหารจัดการ มีความจำเป็นที่จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและประเมินผล อย่างต่อเนื่องในการนำเทคโนโลยีต่างๆ ไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ในการสนับสนุนคุณภาพทางการศึกษาต่อไป
"เทคโนโลยีก็เหมือนกับเครื่องมืออื่นๆ สามารถเป็นดาบสองคมได้เสมอ แม้กระทั่งการมีเทคโนโลยีสารสนเทศที่ทันสมัย หากนำไปใช้ทางที่ผิดไม่ว่าโดยฝ่ายใด ก็จะสร้างความเสียหายต่อคุณภาพการศึกษาและคุณภาพของสังคมได้เช่นกัน" นายกรัฐมนตรีกล่าว
ในโอกาสนี้ ศ.ประสิทธิ์ ประพิณมงคลการ ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ยังได้มอบเงินสนับสนุนกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาจำนวน 75 ล้านบาท และเตรียมจะมอบเพิ่มเติมอีก 25 ล้านบาทในปี 2554



