
พร้อมรับมือไข้หวัดนกกลายพันธุ์แค่ไหน?
ปัจจุบันสถานการณ์ของโรคไข้หวัดนกยังคงพบได้อย่างต่อเนื่อง จึงมีโอกาสที่เชื้อไวรัสจะเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมกลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่อาจสามารถก่อให้เกิดการระบาดใหญ่รุนแรงทั่วโลก
ดังนั้น เพื่อกระตุ้นให้ทุกภาคส่วน ได้ตระหนัก และเตรียมพร้อมรับมือและป้องกันมหันตภัยไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่อย่างทันการ เมื่อเร็วๆ นี้ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญชื่อดังด้านโรคติดเชื้อจึงได้สัมมนาวิชาการเรื่อง “ไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่” ขึ้น
ศ.พญ.อุษา ทิสยากร กรรมการบริหารสมาคมโรคติดเชื้อเด็กแห่งโลก กล่าวว่า สิ่งที่น่าวิตกคือสถานการณ์การติดเชื้อไข้หวัดนก H5N1 ทั้งในสัตว์และในคน ยังคงพบได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อใดที่เชื้อไวรัสชนิดนี้สามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ติดต่อจากคนสู่คนได้ง่าย และคนทั่วไปยังไม่มีภูมิคุ้มกัน จะทำให้มีผู้คนเจ็บป่วยและล้มตายเป็นจำนวนมาก จนเกิดการระบาดใหญ่ไปทั่วโลก ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคงของชาติ
เช่นเดียวกับ รองศ.(พิเศษ) นพ.ทวี โชติพิทยสุนนท์ ที่ปรึกษาขององค์การอนามัยโลก ซึ่งให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า เชื้อไข้หวัดนก H5N1 เป็นเชื้อที่มีอยู่ประจำท้องถิ่น ซึ่งในอนาคตไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ระบาดใหญ่คงเกิดขึ้นแน่นอน แต่จะเกิดเมื่อไรหรือรุนแรงแค่ไหนคงไม่มีใครทราบ ดังนั้นการเตรียมตัวจึงเป็นเรื่องสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง และหัวใจสำคัญในการต่อสู้กับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่นั้น คือ ต้องรู้เร็ว ไวต่อการรักษาและป้องกันตนเอง เตรียมยาต้านไวรัส ควบคุมการแพร่ของโรคได้เร็ว และสุดท้ายคือ วัคซีนสำหรับโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่
ขณะที่ ศ.นพ.ประเสริฐ เอื้อวรากุล แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสและอาจารย์ประจำภาควิชา จุลชีววิทยาคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช ได้เปิดเผยว่า ทั่วโลกยังไม่มีวัคซีนป้องกันการระบาดใหญ่ของไข้หวัดใหญ่ใช้ เนื่องจากต้องรอพิสูจน์จากองค์การอนามัยโลกก่อน ว่าเชื้อไวรัสเป็นสายพันธุ์ใด ซึ่งกว่าจะผลิตวัคซีนได้ต้องรอ หลังจากที่ทราบเชื้อแล้วอย่างน้อย 6 เดือน ซึ่งกว่าจะมีวัคซีนใช้ก็ต้องมีคนเจ็บป่วย และล้มตายเป็นจำนวนมากแล้ว
"ปัจจุบันมีเพียงวัคซีนที่ใช้ฉีดเพื่อเตรียมการไว้ก่อนการระบาด เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ซึ่งเป็นวัคซีนสำหรับป้องกันเชื้อไวรัส H5N1 ที่ปัจจุบันได้มีผลการศึกษาในคนไทยเพื่อดูระดับภูมิคุ้มกัน และความปลอดภัยจากการใช้วัคซีนแล้ว ขณะนี้มียาต้านไวรัสที่ใช้ในการรักษาไข้หวัดใหญ่อยู่ 2 ชนิด ซึ่งเป็นที่น่าตระหนกว่าอัตราการดื้อยาได้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การเตรียมการเพื่อรับมือกับการดื้อยาโดยหายาใหม่ๆ จึงนับว่ามีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่ง" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัส กล่าวทิ้งท้าย



