ไลฟ์สไตล์

วธ.เสนอวาระแห่งชาติเข้มหนังละครรุนแรง

วธ.เสนอวาระแห่งชาติเข้มหนังละครรุนแรง

12 พ.ย. 2553

เครือข่ายผู้ชายเลิกเหล้าบุกวธ. ยื่น 3 ข้อ เรียกร้องให้คุมเข้มหนัง ละครรุนแรง ตบตี ข่มขู่ คุกคามทางเพศ ฉากดื่มเหล้า ด้าน รองปลัด วธ.เผยเตรียมดันปัญหาดังกล่าวเป็นวาระแห่งชาติ

 เมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ชั้น 19 กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายชินพัฒน์ ต่อรัตน์ ผู้ประสานงานเครือข่ายผู้ชายเลิกเหล้ายุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็ก พร้อมด้วยนายจะเด็ก เชาวน์วิไล ผู้จัดการมูลนิธิเพื่อนหญิง นำสมาชิกทั้งผู้ใหญ่และเด็กนักเรียนประมาณ 40 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึก พร้อมทำการแสดงละครล้อเลียน เรียกร้องให้ วธ.ส่งเสริมความเสมอภาคหญิงชายในละครและภาพยนตร์ เนื่องในเดือนพฤศจิกายนเป็นเดือนรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี โดยมีนายปรารพ เหล่าวานิช รองปลัด วธ.เป็นผู้แทนรับมอบหนังสือ

 นายชินพัฒน์ กล่าวต่อว่า ทางเครือข่ายฯ จึงเสนอข้อเรียกร้องเพื่อนำไปพิจารณา 3 เรื่อง ได้แก่ 1 ให้เข้มงวด กับผลงานละคร ภาพยนตร์ ที่จงใจสื่อมิติความรุนแรง การกดขี่ทางเพศ ดื่มเหล้าทุบตี จนกลายเป็นการบ่มเพาะ ความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องต่อเด็กและเยาวชนและผู้คนในสังคม 2. ขอฝห้ส่งเสริมภาพยนตร์ ละคร และรายการโทรทัศน์ รวมถึงมิติทางวัฒนธรรมอื่นๆ ที่สนับสนุนความเสมอภาคหญิงชาย บทบาทของผ็ชายที่ดี ผู้ชายที่รับผิดชอบครอบครัว ไม่ปลูกฝังค่านิยมแบบชายเป็นใหญ่ และ 3. สร้างพื้นที่ ช่องทางสำหรับสาธารณชนเพื่อใช้ร้องเรียนหรือเสนอแนะสื่อต่างๆ ทั้งที่เหมาะสมและไม่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน
 
 นายชินพัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่าความรุนแรง ก้าวร้าว วัฒนธรรมผู้ชายเป็นใหญ่มีการเผยแพร่ผ่านละคร ภาพยนตร์เกือบทุกช่อง คงไม่สามารถเจาะจงได้ ไม่อยากจะไปโจมตี แต่ยืนยันได้ว่ามีทั้งละครในอดีตและปัจจุบัน จากสถิติมูลนิธิเพื่อนหญิงปี 2552 พบว่ามีความรุนแรง 1,500 ราย 70 % เป็นความรุนแรงในครอบครัว 10 % ความรุนแรงทางเพศ ที่เหลือเป็นการตั้งครรภ์โดยไม่พึงประสงค์ มีสถิติของศูนย์พึ่งได้ กระทรวงสาธารณสุข ในปี 2552 พบว่า มีความรุนแรงเกิดขึ้นกว่า 20,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นความรุนแรงในครอบครัว และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี อย่างไรก็ตาม วัฒนธรรมความรุนแรงไม่ได้เลียนแบบจากสื่อเท่านั้น เป็นการปลูกฝังผ่านครอบครัว สิ่งแวดล้อมอื่นๆด้วย

 “ถามว่ามาตรการของรัฐในการจัดระดับความเหมาะสมของสื่อ หรือ เร็ตติ้ง ซึ่งใช้สัญลักษณ์ น ท ฉ กำกับได้ผลหรือไม่คิดว่าเรื่องนี้ทางเอ็นจีโอได้เรียกร้องมาก่อนหน้าที่จะมีการจัดเร็ตติ้ง ให้เผยแพร่ละคร ภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมฉายหลัง 4 ทุ่ม เด็กนอนหลับไปแล้ว ซึ่งก็ทำไม่ได้ เพราะกระแสทุนนิยมมันแรง สื่อประเภทนี้มีผลประโยชน์เยอะ กลายเป็นแค่ว่าให้คอยเฝ้าระวังสื่อ ซึ่งแก้ปัญหาได้ระดับหนึ่งแต่ผู้ปกครองต้องคอยดูแลลูกหลานเอง ความเป็นจริงผู้ปกครองไม่มีเวลาดูแล เด็กก็ยังอยู่หน้าทีวีเป็นหลัก ที่สำคัญต้องมีการติดตามประเมินผลการจัดเร็ตติ้งมาประมาณ 2 ปีว่าได้ผลหรือไม่ ถ้าไม่ได้ผล สื่อรุนแรงเหล่านี้ควรจะไปอยู่ใหน หากไม่มีการประเมินเราต้องมานั่งใช้มาตรการนี้เรื่อยๆแต่ปัญหาก็ยังมีเหมือนเดิม ในอนาคตหากมาตรการเหล่านี้ไม่ได้ผล ทางเอ็นจีโอคงจะต้องกลับไปใช้มาตรการให้ฉายเนื้อหารุนแรงหลัง 4 ทุ่ม หรือสุดท้ายคือห้ามฉายในที่สุด โดยต้องมีการหารือหลายๆด้านด้วย” นายชินพัฒน์ กล่าว

 นายปรารพ กล่าวว่ายินดีรับข้อเสนอของทางเครือข่ายฯ ทุกข้อเพื่อเสนอต่อ นายสมชาย เสียงหลาย ปลัด วธ. และนำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์แห่งชาติ ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อผลักดันการดำเนินการตามข้อเสนอดังกล่าวให้เป็นวาระแห่งชาติ จะประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เพื่อร่วมกันหามาตรการควบคุมการใช้พฤติกรรมความรุนแรง และภาพความไม่เหมาะสม ในละคร และภาพยนตร์ ไทยด้วย

  อย่างไรก็ตามขณะนี้ มีแนวคิดให้ผู้ประกอบการ ผู้ผลิตภาพยนตร์ทำการประเมินตนเอง เพื่อจะได้ทราบว่าละครที่ได้ผลิตสู่สาธารณชนมีความเหมาะสมมากเพียงใด รวมถึง ควรน่าจะมีการจัดลำดับภาพยนตร์ ละคร ไทย น้ำดี โดยให้ภาคประชาชน ร่วมกันโหวตแสดงความคิดเห็น เพื่อที่จะสะท้อนความคิดเห็นดังกล่าวไปสู่ผู้ผลิตให้มีการผลิตละคร ภาพยนตร์ที่สร้างสรรค์ออกสู่สาธารณชนต่อไป