
คำสารภาพของ "คุณจีน" รักนะ..แต่ไม่อยากผูกพัน
เคยไหมเวลามองไปตามถนนหนทาง นอกจากความจอแจของยวดยานและผู้คนขวักไขว่ที่ใช้ชีวิตแข่งกับเวลา ยังมีสิ่งมีชีวิตสี่ขาปะปนคล้ายๆ กับอยากกลมกลืนไปกับวิถีวุ่นๆ ทว่าเมื่อเพ่งพินิจให้ดีกลับค้นพบความจริงที่ว่า น้องหมาตาดำๆ ถูกเบียดพื้นที่เล็กๆ ให้อยู่อย่างไร้ใครเหลียว
และหนึ่งในนั้นมีชื่อของสาวหน้าหมวยแต่เป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น อย่าง "คุณจีน" ม.ล.นภาศิริ ชยางกูร ติดอยู่ในทำเนียบด้วย เพราะตั้งแต่เกิดมาจำความได้ก็ไม่เคยมองเจ้าสี่ขาว่าเป็นใครอื่นไกล ยิ่งหากพบน้องหมาถูกทิ้งขว้างเป็นไม่ได้ต้องยื่นสองมือน้อยๆ เข้าโอบอุ้ม โดยมีกองหนุนสำคัญคือคุณพ่อ ม.ร.ว.ศุภชัย และคุณแม่ชาวอาทิตย์อุทัย สุกัญญา หรือ คาซึโกะ ชยางกูร คอยปลูกฝังจิตเมตตาให้ลูกสาวคนเล็กคนนี้อยู่ไม่ห่าง
ดูเหมือนภารกิจเสริมหลังจากมุงานหลักจากการบริหารธุรกิจส่วนตัว กับเว็บไซต์ขายโฆษณา "คลิกซี (Clicksee)" จะกลายเป็นงานหนักสำหรับสาวใจบุญรายนี้ไปเสียแล้ว เพราะแต่ละวันหลังเลิกงานเธอต้องสละเวลาชิลเอาท์ส่วนตัวมาใส่ใจทุกข์สุขเหล่าเพื่อนยากที่ใช่ว่าจะสมบูรณ์แข็งแรงทุกตัว เนื่องจากส่วนใหญ่ที่รับเข้ามาอุปการะมักได้รับบาดเจ็บจนแทบจะช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
"เริ่มจากก่อนที่จะไปเรียนต่อที่อเมริกา ตอนนั้นบ้านยังอยู่แถวซอยรามคำแหง 24 ก็เลี้ยงหมาไว้ 5 ตัว เราสัมผัสได้ว่าเขารักเรามาก เรียนจบกลับมาก็ยังจำเราได้ วันหนึ่งขับรถกลับบ้านก็เห็นหมาจรจัดในซอยเยอะมาก รู้สึกสงสารขึ้นมาก็เลยแวะให้ข้าวทุกวัน หลังจากนั้นทุกเช้าที่เราออกจากบ้านเขาก็จะมารอแล้วตอนกลับก็ยังเห็นอยู่ ซ้ำพาพวกมาอีกด้วยนะ เราก็เลยดูแลเหมือนเป็นเจ้าของเลย มีอยู่ตัวหนึ่งตั้งชื่อให้ว่า "ฝรั่ง" เป็นพันทาง ตามมาอยู่บ้านใหม่ที่ซอยนวลจันทร์ด้วย ก็ 8-9 ปีมาแล้ว" สาวใจอ่อน เล่าพร้อมชี้ชวนให้ดูเจ้าฝรั่งพันทางที่นอนซมป่วยด้วยโรคลมชัก
ถึงเป็นสาวร่างเล็กแต่จิตใจกว้างใหญ่เกินตัว ใช่ว่าจะรับอุปการะเจ้าตูบพเนจรเพียงไม่กี่ตัว จากสถิติสูงสุดที่ทำไว้เคยมากถึง 15 ตัวในคราวเดียว กินนอนในห้องแอร์ประหนึ่งว่าเป็นเจ้าของน้องหมาตั้งแต่อ้อนแต่ออก ขณะอีกหลายตัวที่ไม่อาจรับมาเลี้ยงดูในบ้านได้ทั้งหมดก็ใช้วิธีให้ข้าวปลาตามรายทาง ซึ่งคุณจีนเล่าว่ามีอยู่ตัวหนึ่งถูกหย่อนเข้ามาริมรั้วพร้อมจดหมายน้อย "ฝากเลี้ยงบ็อบบี้ด้วย"
"หมาแต่ละตัวต่างที่มา พอมาอยู่ด้วยกันจึงต้องหาวิธีจัดการไม่ให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งซึ่งยากมาก เราเลยจัดโซนนิ่งให้อยู่ ตัวไหนอยู่ด้วยกันได้ก็อยู่ห้องเดียวกัน ถ้าเป็นสมาชิกใหม่ต้องเลี้ยงไว้หน้าบ้านก่อน จีนจะสร้างเพิงพร้อมหลังคากันแดดฝนให้และให้ข้าวเป็นเวลา ส่วนใหญ่ตัวเมียจะดุกว่าตัวผู้เลยต้องแยกกันเด็ดขาด มีตัวหนึ่งชื่อ เจ้ามอม เป็นแผลมาก่อนแล้วถูกรุมกัดด้วย เลยเอาไปให้สัตวแพทย์ดู พบว่าเป็นมะเร็งระยะแรก เราก็เลยให้ผ่าตัด 2 ครั้ง ตอนนี้ก็อาการดีขึ้นมาก แต่ยังต้องใส่ที่ครอบปากไว้กันไม่ให้กัดแผลตัวเอง" ลูกสาวคนเล็กของบ้างชยางกูร กล่าว
คุณจีนเสริมเกี่ยวกับการดูแลน้องหมาด้วยว่าเป็นธรรมชาติของหมาทุกตัวที่ต้องมีการปัสสาวะ หรืออุจจาระตามที่ต่างๆ ยิ่งตัวที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ก็เป็นภาระให้เก็บกวาดทุกวัน และต้องดูดฝุ่นวันละ 2 ครั้ง ป้องกันภูมิแพ้ของตัวเองที่จะกำเริบด้วย
แต่ถึงจะดูแลอย่างดี มีคุณแม่และคนในบ้านให้กำลังใจ และมีความสุขที่ได้ทำ เจ้าตัวก็ยอมรับว่าตอนนี้ไม่อยากรับสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่มแล้วถ้าไม่จำเป็น ไม่ใช่ท้อหรือรังเกียจ แต่ไม่อยากผูกพัน เพราะบางตัวอยู่กันมาถึง 9 ปี นอนห้องเดียวกัน แต่ก็ถูกมะเร็งร้ายพรากชีวิตไปต่อหน้าต่อตาก็มี จึงยากจะทำใจหากต้องสูญเสียสิ่งที่ผูกพันกันมานาน
"หลายคนถามว่าทำไมไม่เลือกช่วยคน จีนว่ามีคนคอยช่วยเยอะแล้ว แต่หมาสินอกจากไม่ช่วยแล้วยังทิ้งขว้างอีก คนทั่วไปพอรู้ว่าเราเลี้ยงหมาเยอะ คิดว่าเราต้องเคยถูกคนหักอก หรือเคยรู้สึกไม่ดีกับคน แต่ไม่ใช่เลย เรายินดีและมีความสุขที่ได้ทำ เพราะหมายิ่งเลี้ยงยิ่งผูกพัน เวลาทำงานกลับบ้านมาเหนื่อยๆ 4-5 ทุ่ม แล้วเห็นเขารอรับทำสายตาละห้อย มันรู้สึกหายเหนื่อย เหมือนเขารู้ว่าเราเหนื่อย หรือเวลาเราเศร้าเขาก็เอาขามาเขี่ยๆ หรือหนุนตัดเราก็มี" คุณจีนเผยความสุขที่ซื้อหาด้วยทรัพย์สินไม่ได้
ได้ยินอย่างนี้ ก็พอจะเดาออกว่าแม้จะไม่อยากผูกพันอีกแล้ว แต่ก็ยังคงยืนยันว่าจะเลี้ยงเท่าที่มีอยู่ให้ดีที่สุด และจะทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งสิ่งที่คุณจีนอยากจะบอกสำหรับคนมีสัตว์เลี้ยงก็คือ....
"สัตว์ทุกตัวถ้าเลี้ยงแล้ว ชอบอย่างเดียวไม่พอ ต้องคิดเผื่อด้วยว่าเขาต้องแก่ ไม่สวย ไม่น่ารักเหมือนเดิม ต้องเห็นว่าเขาก็เป็นสมาชิกคนหนึ่งในบ้าน เห็นคนทิ้งขว้างแล้วรู้สึกแย่ค่ะ บาปกรรมมีจริงนะ"



