ไลฟ์สไตล์

เปิดร้านซ่อมดนตรีเคลื่อนที่ 
ชีวิตวันนี้ "จุฬา ประแดงปุย"

เปิดร้านซ่อมดนตรีเคลื่อนที่ ชีวิตวันนี้ "จุฬา ประแดงปุย"

11 พ.ย. 2553

จากอดีตพนักงานธนาคารที่ชื่นชอบเสียงเพลงและการเล่นดนตรีเป็นชีวิตจิตใจ เขาตัดสินใจลาออกจากการเป็นพนักงานประจำผันตัวเองมาเป็นช่างซ่อมเครื่องดนตรีสากล โดยเปิดร้านซ่อม ซื้อ ขาย แลก เปลี่ยน เครื่องดนตรีสากล แต่จากภาวะเศรษฐกิจ จึงปิดร้านแล้วหันไปใช้รถตู้เปิดเป็น

  บนถนนสายนี้จึงเป็นถนนดนตรีสายมิตรภาพที่ "จุฬา ประแดงปุย" เจ้าของไอเดียร้านซ่อมเครื่องดนตรีเคลื่อนที่ ผู้ชื่นชอบเสียงเพลงมาตั้งแต่เด็ก ตัดสินใจเรียนดนตรี ที่วิทยาลัยครูพระนครในสมัยนั้น และศึกษาขั้นตอนวิธีการซ่อมเครื่องดนตรีด้วยตนเอง ฝึกฝีมือซ่อมจนเกิดความชำนาญหวังเป็นอาชีพเสริมเลี้ยงตัวเองในอนาคตข้างหน้า

 หลังเรียนจบก็ทำงานเป็นพนักงานธนาคารในจ.ขอนแก่น โดยอาศัยเวลาในช่วงเย็นหลังเลิกงานรับซ่อมเครื่องดนตรีสากลทุกชนิดเป็นอาชีพเสริม โดยเฉพาะกีตาร์จะมีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ ก่อนตัดสินใจลาออกจากงานประจำในอีก 2 ปีต่อมา แล้วหันมายึดอาชีพเป็นช่างซ่อมเครื่องดนตรีสากลเป็นอาชีพหลักและเปิดร้านซ่อมในตัวเมืองของแก่น ใช้ชื่อว่าร้าน ฬ.จุฬา

 ผ่านไปกว่า 14 ปี ที่เปิดร้านซ่อม จนเป็นที่รู้จักของนักดนตรีมือสมัครเล่นและมืออาชีพ แต่ระยะหลังลูกค้าที่มาใช้บริการมีการใช้จ่ายอย่างประหยัด ทำให้แต่ละเดือนต้องวิ่งหาลูกค้ามากขึ้น เพื่อให้มีรายได้เสียค่าใช้จ่ายทั้งค่าเช่าร้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ประกอบกับรู้สึกเบื่อที่ต้องนั่งซ่อมเครื่องดนตรีอยู่ภายในร้านและต้องการอิสระในการทำงานมากขึ้น จึงตัดสินใจปิดร้าน แล้วนำแนวคิดจากการขายตรงมาปรับใช้ จึงตัดสินใจซื้อรถตู้นำไปดัดแปลงให้เป็นร้านซ่อมเครื่องดนตรีเคลื่อนที่ บนถนนสายมิตรภาพก่อนถึงสี่แยกเจริญศรี จ.ขอนแก่น

  หากใครที่ขับรถผ่านจะสังเกตเห็นรถตู้สีขาว ข้างรถติดสติกเกอร์รูปกีตาร์ พร้อมข้อความรับซ่อมและให้คำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องดนตรีสากลทุกประเภท จุฬาเป็นเจ้าของไอเดียร้านซ่อมเครื่องดนตรีข้างทางรายเดียวในจ.ขอนแก่น ที่เปิดร้านซ่อม ซื้อ ขาย แลก เปลี่ยน เครื่องดนตรีสากลทุกประเภท โดยสร้างจุดเด่นที่ทำให้ร้านของเขาต่างจากร้านซ่อมอื่นๆ ทั้งตัวร้านเคลื่อนที่ได้ มีกีตาร์ไฟฟ้าวางขาย ตกแต่งร้านด้วย ซีดีเพลงสากลในยุค 60 เสื้อหนังตามแบบที่เจ้าของร้านชื่นชอบ  

 "การเปิดร้านซ่อมเครื่องดนตรีเคลื่อนที่ สิ่งสำคัญที่สุดคือความสุจริตต่ออาชีพและต้องอาศัยความไว้ใจกัน เพราะเครื่องดนตรีที่ลูกค้านำมาต้องใช้เวลาซ่อมหลายวันขึ้นอยู่กับความเสียหาย ไม่ได้ซ่อมเสร็จภายในวันเดียวต้องนำกลับไปซ่อมที่บ้าน กว่า 3 เดือนที่เปิดร้านซ่อมดนตรีข้างทาง ทำให้ได้รับความสนใจและความไว้วางใจจากลูกค้า แต่ละวันจึงมีลูกค้านำเครื่องดนตรีมาซ่อมเฉลี่ยวันละ 3-6 ราย" เขาบอก

 จึงนับเป็นตัวอย่างที่ดีของคนที่ทำงานด้วยหัวใจ มีความเป็นมิตรกับลูกค้า ทั้งยังใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดความสุขในการทำงาน และสามารถยืนหยัดอยู่ได้ในภาวะเศรษฐกิจทุกวันนี้

"กวินทรา ใจซื่อ"