
นักวิทย์มะกันผนึกกำลังสู้โลกร้อนก่อนรีพับลิกันคุมสภาขวางลดปล่อยก๊าซ
วอชิงตัน- นักวิทย์มะกันนับร้อยแสดงพลังขอมีส่วนร่วมสู้โลกร้อน มุ่งนำเสนอข้อมูลความจริงด้านวิทยาศาสตร์แก่สาธารณะและผู้กำหนดนโยบาย หลังฝ่ายที่ยังไม่ปักใจเชื่อเรื่องผลกระทบโลกร้อนพลิกเป็นฝ่ายได้เปรียบ เมื่อรีพับลิกันกำชัยชนะเลือกตั้งกลางเทอม
นักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐหลายร้อยคน ออกมาเคลื่อนไหวเพื่อการมีส่วนร่วมในการจัดการภาวะโลกร้อนเมื่อวันอังคาร (8 พ.ย.) โดยยืนยันว่าไม่มีเป้าหมายที่จะก้าวก่ายการกำหนดนโยบายสาธารณะของนักการเมือง แต่เป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอข้อมูลความจริงในเวลาที่เหมาะสม
อย่างไรก็ตาม ความเคลื่อนไหวของนักวิทยาศาสตร์กลุ่มนี้มีขึ้นหลังจากพรรครีพับลิกันชนะเลือกตั้งกลางเทอม โดยได้คุมสภาล่างและได้ที่นั่งเพิ่มในสภาสูง ทำให้มีความเป็นไปได้ว่าความพยายามของประธานาธิบดีบารัก โอบามาที่จะผลักดันกฎหมายลงโทษอุตสาหกรรมปล่อยมลพิษ จะไม่ผ่านสภา เพราะพรรครีพับลิกันมองว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ
นายไมเคิล ออพเพนไฮม์เมอร์ นักวิทยาศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน ยืนยันว่า การให้ข้อมูลผลวิจัยที่ชัดเจนแก่สาธารณะและนักการเมืองเป็นเรื่องสำคัญของนักวิทยาศาสตร์พึงกระทำ เพื่อให้กลุ่มส.ส.ชุดใหม่ที่ให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์และครองเสียงข้างมากในสภาล่างได้มีความเข้าใจถึงสถานะของภาวะโลกร้อนอย่างถูกต้อง
กลุ่มนักวิทยาศาสตร์สหรัฐยังได้จัดตั้ง "ทีมตอบโต้เร็ว" ซึ่งประกอบไปด้วยนักวิทยาศาสตร์จำนวน 40 คน ที่จะให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่สื่อมวลชนและแก้ไขความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อน ซึ่งชาวอเมริกันยังมีความเข้าใจเกี่ยวกับสภาวะโลกร้อนไม่ชัดเจนนัก ผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยเยล พบว่าชาวอเมริกันเพียง 50% ทราบว่าภาวะโลกร้อนเกิดจากการกระทำของมนุษย์ และเพียง 19% เท่านั้นที่รู้ว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนจะคงอยู่ในชั้นบรรยากาศได้นานหลายพันปี
นอกจากนั้นสหภาพธรณีฟิสิกส์อเมริกัน ยังได้จัดตั้งกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ประมาณ 700 คนที่พร้อมตอบคำถามด้านสภาวะโลกร้อนแก่สื่อมวลชนในการประชุมการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศแห่งสหประชาชาติ ณ เมืองแคนคูน ประเทศเม็กซิโก ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มนักวิทยาศาสตร์สหรัฐเกิดขึ้นก่อนหน้าที่รัฐบาลจะนำระเบียบสำนักงานคุ้มครองสิ่งแวดล้อม (อีพีเอ) ฉบับใหม่ที่เพิ่มบทลงโทษผู้ผลิตก๊าซเรือนกระจกออกสู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อแก้ไขปัญหาภาวะโลกร้อนมากขึ้นเข้าสู่การพิจารณาของสภาคองเกรส ซึ่งพรรครีพับลิกันเห็นว่าร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ และทำให้เกิดการว่างงาน
นายจิม เซนเซนเบรนเนอร์ ส.ส.จากพรรครีพับลิกัน ประกาศชัดเจนว่าสภาคองเกรสควรให้ความสำคัญกับผลกระทบจากระเบียบของอีพีเอต่อสภาพเศรษฐกิจในการประชุมครั้งหน้า



