
กทม.นำร่อง3โรงเรียนพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ
"การขยายโครงการเข้าสู่โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครจะช่วยลดช่องว่างทางการศึกษาของเด็กไทย และส่งเสริมให้ครูมีบทบาทสำคัญที่จะค้นหาศักยภาพของเด็กแต่ละคน และคอยกระตุ้นให้เด็กได้พัฒนาความโดดเด่นของตนเองอย่างเต็มที่" คุณหญิงชดช้อยโสภณพนิช ผู้อำนวยการ มูลนิธิชิน
และนี่คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้มูลนิธิโสภณพนิช ขยายโครงการโรงเรียนไทยสู่ความเป็นเลิศ โดยได้นำแนวคิดการจัดการการศึกษาแบบเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง หรือ "Cild Centred Education" (CCE) ซึ่งมีต้นแบบมาจากประเทศอังกฤษและนำมาปรับใช้ให้เข้ากับบริบทของระบบการศึกษาไทย โดยมีโรงเรียนเอกชนไทยเข้าร่วมโครงการฯ จำนวน 5 แห่ง ได้แก่โรงเรียน มาแตร์ เดอี วิทยาลัย, อำนวยศิลป์, ศรีวิกรม์, พิชญศึกษาและสาธิตบางนา โรงเรียนเอกชนทั้ง 5 แห่ง ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี
ทำให้เกิดแนวคิดที่จะขยายโครงการไปสู่โรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครจึงเป็นที่มาของ "โครงการโรงเรียนกรุงเทพมหานครสู่ความเป็นเลิศ" โดยเริ่มจากโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร3 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนวัดเทวราชกุญชร โรงเรียนคลองทรงกระเทียม และโรงเรียนวัดสุทธิสะอาด เป็นโรงเรียนนำร่องเพื่อขยายผลไปสู่โรงเรียนอื่นในสังกัดกรุงเทพมหานคร
ครูพวงผกาแสงเงิน ผู้อำนวยการโรงเรียนเทวราชกุญชรหนึ่งในโรงเรียนนำร่องที่เข้าร่วมโครงการ เล่าว่า ได้ส่งคุณครูของระดับชั้นอนุบาลและประถมส่วนหนึ่งไปอบรมที่ศูนย์ฝึกอบรมมูลนิธิ โสภณพนิช ตลอดปิดภาคเรียนช่วงเดือนตุลาคม ปี 2552 ทีมงานวิทยากรได้ให้ความรู้ในเรื่องเทคนิคการสอนแบบ CCE ที่ให้ความสำคัญกับการคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน
เน้นการทำงานกลุ่ม โดยจำแนกผู้เรียนออกเป็น 3 กลุ่มคือ กลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลาง และกลุ่มอ่อน โดยแต่ละกลุ่มจะได้รับมอบหมายงานที่แตกต่างกัน ครูจะให้เด็กเข้าไปใช้มุมการเรียนรู้ที่จัดไว้ในห้องเรียนตามความสนใจของเด็กแต่ละคน อาทิ มุมบทบาทสมมุติ ฝึกให้เด็กๆ จินตนาการในบทบาทต่างๆ เช่น เป็นพ่อครัว เป็นนักวิทยาศาสตร์
การวัดผลความสำเร็จของเด็กที่เข้าสู่โครงการนี้คือเด็กจะมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป จะรักการเรียนรู้เพิ่มขึ้น มีสมาธิมากขึ้น รู้จักการโต้ตอบระหว่างครูกับเด็ก รู้จักการใช้สัญญาณ รู้จักข้อตกลงของห้อง อยากมาโรงเรียน สามารถช่วยเหลือตนเองได้ดี มีระเบียบวินัย นอกจากนี้ยังมีกิริยามารยาทที่งดงามแบบไทยๆ อยากใฝ่รู้ใฝ่เรียน นับเป็นก้าวหนึ่งของความสำเร็จ เนื่องจากเรามีการทำโครงการต่อเนื่อง 4 ปี โดยเริ่มจากระดับอนุบาลก่อน แล้วต่อไปค่อยขยับไปสู่ชั้นประถม
"เชื่อว่าหากมีการขยายโครงการนี้ออกไปมากๆเด็กไทยจะพัฒนาขึ้นเทียบเท่ากับสากลในการจัดการเรียนการสอนในรูปนี้ทำให้ครูใช้เทคนิคสอนอย่างเต็มที่ เด็กกล้าแสดงออก ได้เรียนรู้มากขึ้นจากกิจกรรมต่างๆ และหากเป็นไปได้อยากให้ โรงเรียนในกรุงเทพฯ ทั้งหมด 436 แห่งเข้าในรูปแบบของ CCE"ครูพวงผกากล่าวอย่างมีความหวัง
ครูวิไล ตั้วสมพงษ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนคลองทรงกระเทียมเล่าถึงการเข้าร่วมโครงการนี้ ว่าได้ช่วยพัฒนาศักยภาพของทั้งครู และนักเรียน เพราะไม่เพียงแต่ครูจะได้รับความรู้จาการเข้าอบรม แต่ครูยังมีโอกาสได้เข้าศึกษาดูงานที่โรงเรียนต้นแบบอีกด้วย ทำให้เห็นภาพจริงของการจัดการเรียนการสอนแบบ CCE และนำไปประยุกต์ใช้ได้ง่ายยิ่งขึ้นเมื่อนำวิธีดังกล่าวมาสอน จะเห็นว่าเด็กมีความสุขขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน
ครูอนุชรีวรรณสาร ที่ดูแลนักเรียนชั้นอนุบาล2 โรงเรียนวัดสุทธิสะอาด กล่าวว่า โรงเรียนจะมีนโยบายให้ครูอนุบาลตามมาสอนเด็กห้องเดิมเวลาเปลี่ยนชั้นปีด้วย เพื่อให้ครูรู้จักเด็ก และเด็กก็มีความคุ้นเคยกับครู ยิ่งตอนนี้เข้าร่วมโครงการฯ ต้องมีการใช้สัญญาณ ใช้กติกาข้อตกลง ถ้าครูได้ตามมาดูแลเด็กอย่างต่อเนื่อง เด็กก็ไม่ต้องไปปรับตัวใหม่ ใช้กติกาเดิมต่อเนื่อง เท่าที่สังเกตดูก็เห็นว่าได้ผลดี เด็กไม่เครียด เพราะเวลาเขาไปเจอครูคนใหม่ ต้องปรับตัวนาน
ในห้องเรียนครูอนุชรี ได้เขียนข้อตกลงเชิงบวกที่ครูและเด็กๆ ได้ช่วยกันสร้างขึ้นได้แก่ "ฟังอย่างตั้งใจ" "พูดคุยกันเบาๆ" "จะไปไหนก็บอกครูด้วย" "เล่นแล้วอย่าลืมเก็บนะ" "เป็นเด็กดีของครูนะจ๊ะ" "เดินดีกว่าวิ่ง" ข้อตกลงที่ใช้กับเด็กจะหลีกเลี่ยงคำว่า"ห้าม" "ไม่" ."อย่า" เพราะเป็นคำพูดเชิงลบซึ่งถือเป็นการนำแนวทางการจัดการชั้นเรียนแบบ CCE มาใช้อย่างได้ประสิทธิภาพนอกจากนี้ในห้องเรียนของคุณครูยังมีการสมมุติพี่นางฟ้าใจดีขึ้นมา เพื่อเป็นตัวแทนในการเสริมแรงพฤติกรรมทางบวกให้กับเด็กอีกด้วย
โครงการโรงเรียนกรุงเทพมหานครสู่ความเป็นเลิศถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการจัดหลักสูตรที่บูรณาการ และเน้นจัดประสบการณ์ตรงแก่ผู้เรียน ส่งเสริมเด็กไทยให้กล้าคิดกล้าทำ อีกทั้งให้ครูมีความเข้าใจ สามารถจัดการเรียนรู้ที่คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และปลูกฝังความเชื่อที่ว่า เด็กทุกคนมีจุดเด่นของตน ซึ่งเป็นหน้าที่ของครูในการที่จะค้นหาและส่งเสริมจุดเด่นของเด็กเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น เรียนอย่างมีความสุข และเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการฯ สอบถามได้ที่ โทร.02- 252- 5699



