
"เลอโนโว"รุกตลาดคอมพ์ภาคเหนือ-อีสาน
"เลอโนโว" ปลื้มปี 53 ยอดขายโตไตรมาสละ 20% ขณะที่ภาพรวมตลาดคอมพ์โตเพียง 10% วางแผนปี 54 ทำตลาดเชิงรุกเล็งเจาะตลาดเหนือ-อีสานขยายฐานลูกค้า เปิดช็อปเชียงใหม่ตั้งเป้าไตรมาสแรกปี 54 ครองมาร์เก็ตแชร์ 10% เพิ่มจากปีก่อนที่มีเพียง 3%
นายขจรเกียรติ อร่ามรัศมีกุล ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฝ่ายผลิตภัณฑ์สำหรับใช้ในบ้านธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม บริษัท เลอโนโว (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาบริษัทเน้นทำตลาดในกรุงเทพเป็นหลักกว่า 90% โดยใช้กลยุทธ์ออนไลน์ ใช้โซเชียลมีเดียให้ลูกค้าที่ใช้บริการบอกต่อถึงคุณภาพของเลอโนโว ไม่ได้มีการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ กระแสการตอบรับสินค้าเลอโนโวดีมากการจัดงานคอมมาร์ทที่เสร็จสิ้น ที่กรุงเทพฯ พบว่าเลอโนโวสามารถครองยอดขายได้ 1 ใน 3 ของยอดขายทั้งหมด ยอดขายเพิ่มขึ้นทุกไตรมาสๆ ละ 20% ส่งผลให้ปีนี้ภาพรวมบริษัทมีอัตราการเจริญเติบโตกว่า 20% ในขณะที่ตลาดคอมพิวเตอร์ภาพรวมโตแค่ 5-10% เท่านั้น เนื่องจากหลายปัจจัยปัญหาที่เกิดขึ้นในปีนี้ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ เป็นต้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าแบรนด์เลอโนโวเป็นที่รู้จักของลูกค้ามากขึ้น
ดังนั้น ในปี 2554 จะรุกทำการตลาดเชิงรุกมากขึ้นเพื่อสนองตอบกลุ่มเป้าหมายให้มากยิ่งขึ้นทั้งลูกค้าองค์กรและลูกค้าทั่วไปด้วยการนำเสนอประสิทธิภาพ ฟีเจอร์การใช้งานที่ครบครัน ความโดดเด่นมีสไตล์และราคาที่เหมาะสม ทั้งนี้ คาดการณ์การแข่งขันในปี 2554 คาดว่าจะรุนแรงมากขึ้น ตลาดคอมพิวเตอร์ภาพรวมอาจโตแค่ 10% แต่ในส่วนของเลอโนโวคาดว่าจะโตกว่า 20% โดยจะทำการรุกตลาดในส่วนที่ไม่เคยจับมาก่อนมากขึ้น
โดยเฉพาะตลาดต่างจังหวัดบริเวณหัวเมืองใหญ่ทางภาคเหนือและอีสานซึ่งจะดำเนินการควบคู่ไปพร้อมกัน โดยในส่วนของภาคเหนือจะเน้นที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นหลัก เพราะเป็นตลาดที่มีศักยภาพทั้งกลุ่มนักเรียนนักศึกษา และวัยทำงาน ที่ผ่านมาเลอโนโวทำตลาดต่างจังหวัดเพียงแค่ 5% เท่านั้น ซึ่งได้มีการเปิดช็อปจำหน่ายสินค้าที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต เพิ่มเติมจากดีลเลอร์ 3-4 ราย ได้แก่ บริษัท เชียงใหม่สยามทีวี จำกัด บริษัท ชิชาง (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอ แอนด์ เอ นีโอ เทคโนโลยี จำกัด เป็นต้น ที่จำหน่ายสินค้าเลอโนโว
นอกจากนี้ ยังมีศูนย์บริการรับซ่อมเครื่องที่จ.เชียงใหม่ผ่านบริษัท เดอะแวลลูซิสเตมส์ จำกัด ซึ่งเป็นศูนย์ซ่อมที่ได้มาตรการได้รับความเชื่อถือ ทั้งนี้ ไตรมาสแรกปี 2554 ตั้งเป้าว่าจะต้องมีมาร์เก็ตแชร์เพิ่มขึ้นเป็น 10% จากปีที่แล้วที่มีมาร์เก็ตแชร์เพียง 3% เท่านั้น



