
ศิลปะยั่งยืนหากศิลปินไม่ทิ้งรากเหง้า
"งานศิลปะเป็นเรื่องของจิตวิญญาณ ขอเพียงผู้เรียน เห็นชอบ เพียรชอบ สมาธิชอบ ทำงานอยู่บนความตั้งใจ ค่อยๆ เติบโตไปบนรากแก้วของวัฒนธรรมของตัวเอง เพราะถ้าทุกคนหลงลืมสิ่งเหล่านี้ ศิลปวัฒนธรรมของประเทศชาติก็มีอันล่มจม"....หนึ่งในวาทะเด็ดกะซวกใจเด็กอาร์ต ที่ อ.ถวั
ภายในโถงชั้นล่างของ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ มีสีสันกว่าทุกๆ วันที่ผ่านมา ด้วยไม่ได้มีเพียงผลงานของศิลปินที่ประดับตามฝาผนังห้องเท่านั้น แต่ยังปะปนไปด้วยเสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ ยังไม่นับเสียงชัตเตอร์ ที่ดังขึ้นเป็นระยะๆ สลับกับเสียงบรรยายอันเปี่ยมไปด้วยอรรถรสผสมผสานการหยอดมุกฮาชนิดไหลลื่น จนผู้ฟังหลายคนต้องใช้ความพยายาม (อย่างหนัก) ในการเปิดปัญญาตัวเองเพื่อรับ "เตชะหรูวิจิตรวาจา" ของศิลปินชื่อดัง (แม้จะเพียรออกตัวว่าดังน้อยกว่า ฟิล์ม รัฐภูมิ หรือ โน้ต อุดม นิดนึง) ให้ได้มากที่สุด...โดยเฉพาะในประเด็น "การตามล่าหาจิตวิญญาณตัวเองให้พบ"
"การทำงานศิลปะต้องเติบโตจากรากเหง้าของตัวเอง เมื่อวันนั้นมาถึงก็จะเป็นความงดงามที่ยั่งยืน ดังนั้นผมจึงเห็นว่าก่อนอื่นเด็กไทยต้องศึกษา ต้องเรียนรู้จิตวิญญาณของความเป็นไทย ความเป็นชนชาติตะวันออกของตัวเองให้ถ่องแท้ว่าคืออะไร เท่าที่เห็นทุกวันนี้เด็กส่วนใหญ่รับเอาศิลปวัฒนธรรมต่างบ้านเข้ามาใช้ โดยหารู้ไม่ว่าเป็นทัศนคติที่ผิด เปรียบเหมือนต้นไม้ไร้รากแก้วยึดเหนี่ยว วันใดเมื่อโดนกระแสลมแรงก็ล้มลงได้ง่ายๆ จึงรู้สึกยินดีที่ตัวเองมีส่วนร่วมปลูกสร้างเมล็ดพันธุ์ในเนื้อดินที่สมบูรณ์ แม้จะมีเพียงบางเมล็ดที่จะงอกงาม และถึงแม้ว่าจะไม่ได้เป็นดาวเด่น แต่ก็เชื่อว่าทุกคนที่มาได้รับการคัดเลือกให้มาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ต้องได้รับความรู้ติดตัวกลับไปปรับใช้ได้อย่างแน่นอน" ศิลปินนักวาดฝีมือฉมัง กล่าว
เช่นเดียวกับ คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กรรมการมูลนิธิธนาคารกรุงเทพ และเจ้าภาพโครงการฯ ได้กล่าวถึง "ศิลปะ" ที่ผ่านมาว่า ถูกจำกัดอยู่ในวงแคบๆ อีกทั้งยังถูกลดระดับความสำคัญให้น้อยลงไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะในระดับสังคม หรือแม้แต่ตามโรงเรียน ทั้งที่ศิลปะเป็นพื้นฐานที่ดีของการเรียนรู้ และการดำเนินชีวิตที่ให้ปรัชญาชีวิต ให้มุมมอง นี่จึงเป็นจุดเริ่มจัดโครงการ "ศิลปินดาวเด่นบัวหลวง 101" ด้วยความมุ่งหวังให้ทุกคนหันมาสนใจศิลปะมากขึ้น โดยขอให้สถาบันการศึกษาคัดเลือกนักศึกษาดีเด่นเข้าร่วมโครงการแข่งขันวาดภาพสดๆ ในรูปแบบเรียลิตี้โชว์เป็นครั้งแรกของไทย
"เป็นการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้แสดงออกถึงความสามารถและใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการผลิตผลงานศิลปะโดยไม่จำกัดขอบเขต แล้วตกผลึกความคิดเชิงศิลป์มาเป็นผลงานศิลปะได้อย่างเต็มที่ ขณะเดียวกันนักศึกษาจะได้มีโอกาสได้รับความรู้ทั้งในเชิงเทคนิค นานาทัศน์ ตลอดจนเสริมสร้างองค์ความรู้ด้านต่างๆ จากผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งเรื่องวิชการ การดำเนินชีวิต จิตวิทยา ได้พบเจ้าของแกลเลอรี รวมถึงผู้สะสมงานศิลปะ เพื่อจะได้มีพื้นฐานและต้นทุนสะสมในการก้าวไปสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพต่อไปในอนาคต และเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ให้ประชาชนเห็นความสำคัญของศิลปะอีกด้วย" ประธานโครงการกล่าว
หลังจากได้หัวร่องอหายกับการบรรยายพิเศษของศิลปินในดวงใจแล้ว "ต้น" โอฬาร ชัยณรงค์ ว่าที่ศิลปินน้องใหม่จากแดนด้ามขวาน บอกว่าสิ่งที่ได้รับนอกเหนือจากจิตวิญญาณของตัวเอง ที่เขาจะต้องค่อยๆ ไล่ล่าตามหาให้เจอในวันหน้า คือ มิตรภาพ เทคนิคการใช้สี และข้อคิดง่ายๆ ที่ว่า "ภาพเมื่อวาดเสร็จแล้ว ถ้าขายได้แสดงว่ามีคนยอมรับ ในทางกลับกันถ้าทำได้เพียงแค่ตั้งโชว์ขายไม่ออก ย่อมหมายความว่า ต้องพยายามพัฒนาต่อๆ ไป"
เช่นเดียวกับ "แก๊ป" พาณิช พิศนอก ว่าที่จิตกรหนุ่มจาก ม.เทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน เมืองย่าโม แม้ว่าจะเคยผ่านประสบการณ์กิจกรรมคล้ายๆ นี้มาบ้างแล้ว แต่ครั้งนี้นอกจากแนวคิดเรื่องความเป็นจริง ความยั่งยืนของงานศิลป์ที่ได้รับจากเมธีคนดัง เขายังหวังว่าจะได้เก็บเกี่ยว "หลักปรัญชากับศิลปะ" ของ ศ.จำกร สุนพงษ์ศรี ติดไม้ติดมือกลับไปเพิ่มพูนปัญญาเป็นอาวุธไว้ใช้ในวันข้างหน้าอีกด้วย
ในขณะที่ คุณหญิงชดช้อย กล่าวเสริมว่า ตลอดการแข่งขัน ตั้งแต่ช่วงเวลาของการบรรยายและภาพบรรยากาศความคืบหน้าในการเติมแต่ง และสร้างสรรค์ผลงานของแต่ละคน ซึ่งวันแรกประเดิมด้วยการบรรยายพิเศพจากศิลปินมือฉมังแห่งวงการศิลปะอย่าง อ.ถวัลย์ ดัชนี จะมีการถ่ายทอดสดผ่าน www.bualuang101.kapook.com ผู้ที่สนใจด้านศิลปะสามารถติดตามชมได้ตั้งแต่วันที่ 8-17 พศจิกายนนี้



