
ทีโอทีพร้อมให้บริการ3จีต้นปีหน้า
ทีโอทียันพร้อมให้บริการ 3 จีในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเดือนมีนาคมปีหน้า พร้อมขยายทั่วประเทศปี 55 ส่วนการแก้สัญญาสัมปทานกับเอกชนได้ข้อสรุปเตรียมเสนอ ครม.เดือนธันวาคมนี้ ด้าน สคร.แจงรัฐวิสาหกิจประหยัดงบลงทุนจากบาทแข็งได้ 5 พันล้านบาท
นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (กนร.) ที่มีนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้รับทราบจากผู้บริหารบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่รายงานในที่ประชุมว่า แผนการลงทุนในการขยายเครือข่ายให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3 จี พร้อมเปิดให้บริการในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ในช่วงเดือนมีนาคม 2554 และจะขยายการให้บริการคลอบคลุมทั่วประเทศได้ในปี 2555 ดังนั้น การเปิดประมูลคลื่นความถี่ให้เอกชนได้รับใบอนุญาต จะสอดคล้องกับกฎหมายของ กสทช. ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปชัดเจนในสิ้นเดือนนี้ และน่าจะทำให้ประชาชนจะสามารถใช้มือถือ 3 จีได้ในช่วงต้นปีหน้า
สำหรับการตั้งคณะกรรมการตามมาตรา 22 ในการแก้สัญญาสัมปทานของทีโอทีกับเอกชนได้ข้อสรุปแล้ว โดยกระทรวงไอซีทีเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือนธันวาคมนี้ ส่วนคณะกรรมการตามมาตรา 13 ระหว่าง กสท กับดีแทค และทรูมูฟ จะประชุมอีก 2 ครั้ง จากนั้นจะเสนอ ครม.พิจารณาแผนเพื่อสามารถปรับปรุงอุปกรณ์ให้บริการ 3 จี
นอกจากนี้ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) รายงานว่า รัฐวิสาหกิจมีการเบิกจ่ายงบลงทุนในงบประมาณปี 2553 ล่าสุดมียอดการเบิกจ่ายสูงสุดในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา โดยจากงบลงทุน 2 แสนล้านบาท มีการเบิกจ่ายถึง 81% นอกจากการลงทุนของรัฐวิสาหกิจยังสามารถประหยัดเงินลงทุนจากเงินบาทแข็งค่า เมื่อซื้อสินค้าทุนมาขยายการลงทุน ทำให้รัฐวิสาหกิจโดยรวมประหยัดเงินลงทุนในรอบปีปฏิทิน 2553 ในช่วง 3 เดือนสุดท้าย ได้อีก 5,000 ล้านบาท และคาดว่าแนวทางดังกล่าวจะส่งผลให้ประหยัดเงินลงทุนในงบประมาณปี 2554 ได้ถึง 1 หมื่นล้านบาท ที่ประชุมจึงให้ สคร.แจ้งไปยังสำนักงบประมาณทราบ นอกจากนี้ ยังต้องการส่งสัญญาณให้เอกชนทราบว่าเมื่อเงินบาทแข็งค่าย่อมทำให้ต้นทุนนำเข้าสินค้าถูกลง ผู้ประกอบการก็ควรปรับราคาสินค้านำเข้าให้ลดลงตามต้นทุนที่ลดลงด้วย



