ไลฟ์สไตล์

ต่อยอดงาน "วิจัย" สู่เชิงพาณิชย์

ต่อยอดงาน "วิจัย" สู่เชิงพาณิชย์

09 พ.ย. 2553

การลงนามในสัญญาอนุญาตให้ใช้สิทธิผลงานวิจัยระหว่างสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตรหรือ สวก. องค์การมหาชนในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กับ บริษัท พรีม่าเฮิร์บ (ประเทศไทย) จำกัด โดยรับเกียรติจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ "ธีระ วงศ์สมุทร" เป็นประธานในพิ

  ที่ว่ามีความสำคัญก็เพราะเป็นการต่อยอดผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ หลังจากทั้งสองโครงการได้ดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ และดำเนินการขยายผลโครงการวิจัยในเบื้องต้น โดยการนำผลิตภัณฑ์ออกทดสอบตลาด พบว่าผลิตภัณฑ์ของทั้งสองโครงการได้รับความสนใจและการตอบรับเป็นอย่างดี

 โดยผลงานเรื่องแรกเป็นการพัฒนากระบวนการผลิต สารสกัดจากเมล็ดลำไยอบแห้งที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และต้านการสลายกระดูกอ่อน ส่วนอีกเรื่องคือการพัฒนาเส้นใยธรรมชาติผสมพลาสติก

 ต้องยอมรับว่าปัจจุบันทั้งหน่วยงานของรัฐและหน่วยงานที่ให้ทุนวิจัยหลายๆ หน่วยงาน ต่างตื่นตัวและให้ความสำคัญในการผลิตผลงานวิจัยออกสู่ตลาดในเชิงพาณิชย์มากขึ้น สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ก็เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ โดยเฉพาะการสนับสนุนทุนวิจัย เพื่อพัฒนาต่อยอดในด้านการเกษตร ตลอดจนนำทรัพย์สินทางปัญญาที่ได้จากงานวิจัยไปถ่ายทอดให้แก่ภาคผู้ใช้เพื่อขยายผลไปสู่การใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง

 ปัจจุบัน สวก.ก็พยายามเร่งสร้างคนและสร้างงานวิจัยเพื่อสร้างนวัตกรรมและนำเอาทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเกิดจากการวิจัย พัฒนาออกมาสู่ระบบภาคการผลิตในเชิงให้มากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีการพัฒนาทางด้านการเกษตรที่ยั่งยืนประเทศหนึ่งของโลก และสามารถถ่ายทอดผลงานวิจัยให้ภาคธุรกิจเอกชนไปขยายผลสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิผล

 ดร.นภาวรรณ นพรัตนาภรณ์ ในฐานะผู้อำนวยการ ก็พยายามมุ่งมั่นในการสนับสนุนการวิจัยทางการเกษตรและแสวงหาเทคโนโลยีที่เหมาะสมให้แก่ภาคการเกษตร เพื่อให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้ในเชิงพาณิชย์และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสังคม ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนและความมั่นคงของประเทศในระยะยาว  

 จึงนับเป็นอีกก้าวหนึ่งแห่งความสำเร็จของนักวิจัยชาวไทย ที่มุ่งเน้นพัฒนาต่อยอดให้เกิดเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นจากวัตถุดิบทางธรรมชาติด้วยการนำลำไยและผลผลิตทางการเกษตรอื่นๆ มาแปรรูป นอกจากจะเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตทางการเกษตรและเกษตรกรชาวไทยแล้ว  ยังเป็นการประกาศให้ชาวโลกได้รับรู้ถึงความสามารถของคนไทยที่ไม่แพ้ชาติใดในโลกเช่นกัน และที่สำคัญคนไทยจะได้มีโอกาสใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีและมีคุณภาพ ที่จะช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตไปพร้อมกับการรักษาสิ่งแวดล้อม โดยสามารถภูมิใจได้ว่าผลิตภัณฑ์นี้คือภูมิปัญญาของคนไทยอย่างแท้จริง    

"สุรัตน์ อัตตะ"