
กรมส่งเสริมเร่งศึกษาพื้นที่ปลูกปาล์มทุ่งรังสิต
กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งศึกษาพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันในทุ่งรังสิต พบมีศักยภาพผลผลิต4.3 ตันต่อไร่ หากประกาศเป็นเขตส่งเสริมปลูกจะมีเกษตรกรแห่ร่วมไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นไร่
นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า ในขณะนี้กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ศึกษาพื้นที่การปลูกปาล์มน้ำมันในเขตพื้นที่ทุ่งรังสิต ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ที่มีการปลูกส้มมาก่อน เหมาะสำหรับเป็นพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันที่มีศักยภาพ อีกทั้งยังมีระบบชลประทานที่พร้อมรองรับ โดยปัจจุบันต้นปาล์มน้ำมันที่ทุ่งรังสิตซึ่งอายุ 5 ปีให้ผลผลิตเฉลี่ย 4.3 ตันต่อไร่ต่อปี ขณะที่ผลผลิตเฉลี่ยปาล์มของประเทศไทยอยู่ที่ 2.7 ตันต่อไร่เท่านั้น
ทั้งนี้ จะรวบรวมข้อมูลและตัวเลขผลผลิตปาล์มน้ำมันของเกษตรกรในพื้นที่ทุ่งรังสิต หากพบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ คาดว่าจะเสนอต่อกระทรวงเกษตรฯ เพื่อให้ประกาศพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันทุ่งรังสิตเป็นเขตส่งเสริมปลูกปาล์มน้ำมันมุ่งสู่การผลิตเป็นพลังงานทดแทนได้ในอนาคต ซึ่งจะทำให้เกษตรกรในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐในด้านวิชาการ เงินทุน และการประกันราคาขั้นต่ำ
"ขณะนี้มีเกษตรกรในพื้นที่ทุ่งรังสิตที่ปลูกปาล์มน้ำมันในสวนส้มร้างมากกว่า 12,000 ไร่ และหากในอนาคตมีการประกาศรับรองพื้นที่ปลูกปาล์มน้ำมันทุ่งรังสิตเป็นเขตส่งเสริมปลูกปาล์มน้ำมันสู่การผลิตเป็นพลังงานทดแทนได้ คาดว่าจะมีเกษตรกรแห่ปลูกปาล์มน้ำมันเพิ่มมากขึ้นไม่น้อยกว่า 5 หมื่น ไร่"
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรกล่าวด้วยว่า ทุ่งรังสิตเป็นเขตที่มีระบบชลประทานที่ดีที่สุดของประเทศ เหมาะแก่การทำเกษตรและปลูกปาล์มน้ำมัน ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกส้มเพราะให้ผลตอบแทนดี กระทั่งเกิดโรคระบาดขั้นรุนแรงสร้างความเสียหายอย่างหนักและเป็นเหตุให้สวนส้มรังสิตต้องเลิกปลูกไป กระทั่งปี 2547 เกษตรกรเหล่านั้นได้เข้าร่วมโครงการทดสอบการปลูกปาล์มน้ำมันกับกรมส่งเสริมการเกษตร พบว่าปาล์มน้ำมันที่ปลูกไว้ให้ผลผลิตดีและเปอร์เซ็นต์น้ำมันสูง



