
เทศน์มหาชาติ 3
ช่วงนี้อุณภูมิของบ้านเราเริ่มลดลง ทุกพื้นที่อากาศหนาวเย็นโดยเฉพาะบ้านของผมซึ่งอยู่ติดกับคลองกอปรเป็นบ้านครึ่งปูนครึ่งไม้ จึงทำให้มีความเย็นมากขึ้น ส่งผลทำให้มีอากาศหนาวกว่าที่อื่นในละแวกเดียวกัน และก็เป็นสาเหตุที่ทำให้ผมถึงกับไข้ขึ้นตัวร้อนอยู่ 3 วัน ค
เอาล่ะครับคราวนี้คงต้องกลับไปเรื่องเทศน์มหาชาติที่ต่อเนื่องกันมา 2 ฉบับ โดยในฉบับนี้ผมจะเขียนถึงเพลงที่ใช้ในการประกอบการเทศน์มหาชาติพร้อมทั้งเรื่องย่อทั้ง 13 กัณฑ์ ดังนี้แล
1 กัณฑ์ทศพร นางผุสดี เทพอัปสรก่อนที่จะสิ้นบุญและจะลงไปจุติบนโลกมนุษย์ ท้าวสักกะหรือพระอินทร์ จึงได้ให้พร 10 ประการ กับนางผุสดี ซึ่ง 1 ใน 10 ของพรที่ขอ บอกว่าขอให้พระโอรสที่ทรงเกียรติเหนือกษัตริย์ทั้งมวลและเป็นผู้ใจบุญ และต่อมาภายหลังจึงได้พระเวสสันดรเป็นบุตรนั่นเอง และในกัณฑ์ทศพรมีความหมายถึงการให้พรของพระอินทร์ วงปี่พาทย์จึงต้องบรรเลงเพลง สาธุการ เมื่อจบกัณฑ์เทศน์
2 กัณฑ์หิมพานต์ พระนางผุสดีหลังจากได้จุติยังเมืองมนุษย์ 16 ปี จึงได้รับอภิเษกให้เป็นมเหสีของ พระเจ้าสัญชัยวิรัฐนคร แคว้นสีพี และต่อมาได้ประสูติพระโอรสในย่านตลาด พระโอรสจึงได้ทรงพระนามว่า เวสสันดร ซึ่งแปลว่า ท่ามกลางย่านค้าขาย และในขณะเดียวกัน ช้างต้นของพระเจ้ากรุงสัญชัยได้ตกลูกเป็นช้างเผือกเพศผู้ ได้ชื่อว่า ปัจจัยนาค เป็นช้างคู่บารมีของพระเวสสันดร และพระกุมารเวสสันดรเติบโตขึ้นก็ได้เริ่มบริจาคทรัพย์ตั้งแต่เยาว์วัยและตั้งโรงทานที่มุมเมืองเพื่อบริจาคข้าวปลาอาหารให้ประชาชน ต่อมาภายหลังที่พระเวสสันดรได้ทรงอภิเษกกับพระนางมัทรี และมีพระราชธิดาและพระราชบุตรนามว่า พระกัณฑ์หา พระชาลี ก็มีพราหมณ์ 8 คน เดินทางมาจากเมืองทกลิงคราช มาทูลขอพระราชทานช้าง ปัจจัยนาค เนื่องจากเมืองกลิงคราช ถึงกาลียุค ฝนฟ้าไม่ตกตามฤดูกาล และเมื่อนำช้างปัจจัยนาคไปที่เมืองกลิงคราชจึงทำให้ฝนโปรยปรายลงมา และก็เป็นเหตุทำให้พระเวสสันดรถูกเนรเทศออกไปจากแคว้นสีพีพร้อมกับพระมเหสี และพระราชบุตรราชธิดาทั้ง 2 จบกัณฑ์นี้ ปี่พาทย์จะต้องทำแพลง ตวงพระธาตุ
3 กัณฑ์ทานกัณฑ์ พระเวสสันดรได้ถูกกเนรเทศออกจากนครสีพี จึงได้ทรงบริจาคทานครั้งยิ่งใหญ่ ได้กำหนดเอาไว้สิ่งละ 700 ก็คือ ช้าง ม้า โคนม รถ นารี ทาส ทาสี เสร็จแล้วก็ทรงนำพระนางมัทรีและพระกัณฑ์หาชาลีออกไปจากเมืองสีพีด้วยความโศกเศร้า จบกัณฑ์นี้ปี่พาทย์จะทำเพลง พญาโศก ที่ประกอบกับกิริยาโศกเศร้า ด้วยเหตุที่ต้องจากนครสีพี
4 กัณฑ์วนประเวศน์ พระเวสสันดรเดินทางมุ่งหน้าไปยังเขาวงกตด้วยความลำบาก ระหว่างทางได้ผ่านเมืองเจตราช กษัตริย์เมืองเจตราชทำการต้อนรับพระเวสสันดร พร้อมทั้งบอกทางไปเขาวงกต และทรงให้พรานเจตบุตรคอยถวายการอารักขา และเมื่อถึงเขาวงกตทั้งสี่กษัตริย์จึงได้ผนวชเป็นฤๅษีและพำนักอยู่ที่อาศรมบท ที่พระวิศณุกรรมได้เนรมิตเอาไว้ จบเพลงนี้ปี่พาทย์ทำเพลง พญาเดิน ประกอบกิริยาเดินทางของกษัตริย์นั่นเอง
5 กัณฑ์ชูชก ในแคว้นกลิงคราช มีพราหมณ์ที่เชี่ยวชาญในเรื่องการขอทาน นามว่าชูชกและเป็นผู้มีทรัพย์สินมากมายจากการขอทาน และได้นำทรัพย์สินไปฝากไว้กับพราหมณ์ตระกูลหนึ่ง และในภายหลังพราหมณ์ผู้นั้นได้ใช้ทรัพย์สินของชูชกหมด จึงได้ยกนางอมิตตดา บุตรสาวให้เป็นภารยาของชูชก และนางอมิตตดาก็ได้ปฏิบัติตัวเป็นภรรยาที่ดีต่อชูชก จึงทำให้เหล่าภรรยาที่อยู่ในหมู่บ้านนั้น ซึ่งโดนสามีตำหนิที่ไม่ดูแลตนเองดั่งนางอมิตตดาดูแลชูชก จึงทำให้เหล่าภรรยามีความเครียดแค้นต่อนางอมิตตดา และมาด่าทอทำร้าย จึงทำให้นางอมิตตดากลับบ้านมาเล่าให้ชูชกฟัง และให้ชูชกไปขอกัณฑ์หาชาลี สองกุมารของพระเวสสันดรมาเป็นทาสรับใช้ จึงทำให้ชูชกออกเดินทางไปเขาวงกตและใช้อุบายหลอกพรานเจตบุตรว่าเป็นราชทูตของเมืองสีพีมาบังคมทูลพระเวสสันดรกลับนครสีพี จบกัณฑ์นี้ปี่พาทย์ก็จะทำเพลง เส้นเหล้า
6 กัณฑ์จุลพน พรานเจนตบุตรได้ฟังคำชูชกแล้วก็หลงเชื่อแล้วเลื่อมใส และต้อนรับเลี้ยงดูชูชกเป็นอย่างดี พร้อมทั้งพรรณนาความงามของพฤกษาชาติ ให้คลายความหวาดกลัวจากภัยป่าพร้อมทั้งบอกทางไปพบกับอาศรมพระฤๅษีตนหนึ่ง ซึ่งเปรียบเป็นสถานที่พักในการเดินทางในครั้งนี้ จบกัณฑ์จุลพนปี่พาทย์ทำเพลง คุกพาทย์
เอาล่ะครับเหลืออีก 7 กัณฑ์ เอาไว้ต่อฉบับหน้า สำหรับฉบับนี้ก็ต้องสวัสดีก่อนครับ
"ขุนอิน"



