
ยุทธศาสตร์อาหารของชาติ (2)
สถานการณ์หรือขีดความสามารถในการผลิตอาหารของประเทศไทยในปัจจุบัน ยังจัดว่าอยู่ในขั้นดี มีขีดความสามารถหรือศักยภาพในการผลิตได้สูง แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างมากและจะมีผลกระทบต่อเรื่องของความมั่นคงทางอาหารของประเทศก็คือ ทรัพยากรที่เกี่ยวข้องกับการผลิตอยู่ในขั้
และที่สำคัญคือมีช่องว่างของกฎหมายที่ทำให้ชาวต่างชาติเข้ามาครอบครองที่ดินเกษตรกรรม ทำให้คนไทยเสียสิทธิ์ในการครอบครองและใช้ประโยชน์จากที่ดิน รวมทั้งเรื่องของการนำที่ดินที่เหมาะสมสำหรับการเกษตรไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น
ปัญหาอื่นที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันก็คือเรื่องของต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง เนื่องจากปัจจัยการผลิตไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย ยาต่างๆ ล้วนแล้วแต่เป็นของนำเข้าทั้งสิ้น และสินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ก็ไปอิงอยู่กับราคาน้ำมัน ซึ่งนับวันจะเพิ่มขึ้นโดยตลอด ทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของเราอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง
เมืองไทยมีที่ดินประมาณ 320 ล้านไร่ ในจำนวนนี้ประมาณ 1 ใน 3 เป็นพื้นที่เพื่อการเกษตร ซึ่งประมาณครึ่งหนึ่งของพื้นที่การเกษตรเป็นการปลูกข้าว แต่มีข้อสังเกตคือในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา พื้นที่ปลูกข้าวลดลงไปประมาณ 2 ล้านไร่หรือประมาณ 3.3% แต่มีพื้นที่ปลูกยางพาราเพิ่มขึ้น 4 ล้านไร่ หมายความว่าพื้นที่ที่ใช้ในการผลิตอาหารลดลงโดยมีการทดแทนด้วยพืชที่ไม่ใช่อาหารมากขึ้น แต่ที่น่าเป็นห่วงมากกว่านั้นก็คือพื้นที่ที่ใกล้เมือง และเมืองกำลังขยายอย่างเช่นปทุมธานี ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวใหญ่ในภาคกลางแห่งหนึ่ง ก็กลายเป็นหมู่บ้านจัดสรร รีสอร์ท สนามกอล์ฟ และโรงงาน ซึ่งตอนนี้พื้นที่เพื่ออุตสาหกรรมในเขตนี้เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 2 ต่อปี หมายความว่าพื้นที่ที่ใช้ในการผลิตอาหารก็จะเหลือน้อยลงไปทุกที
เรื่องการถือครองที่ดินก็เป็นปัญหาสำคัญเช่นกัน เพราะว่าคนไทยร้อยละ 90 มีที่ดินถือครองน้อยกว่า 1 ไร่ แต่ที่เหลืออีก 10% มีที่ดินจำนวนมาก แสดงว่ามีการกระจุกตัวของผู้ถือครองที่ดิน และยิ่งไปกว่านั้น เกษตรกรเกือบครึ่งหนึ่งไม่มีที่ดินทำกิน หรือมีแต่ไม่ถึง 10 ไร่ จุดนี้ก็น่าเป็นห่วงเพราะว่าเมื่อใดก็ตามที่เกษตรกรไม่ได้เป็นเจ้าของที่ดินเอง โอกาสในการปรับปรุงคุณภาพดินให้เหมาะสมสำหรับการเพาะปลูกก็ไม่มี ส่งผลให้ผลผลิตลดลงไปอีก
ดังนั้นในร่างแผนยุทธศาสตร์ด้านอาหารฉบับใหม่นี้ ซึ่งกำหนดยุทธศาสตร์ไว้ 4 ข้อ โดยข้อแรกมุ่งที่การแก้ปัญหาที่กล่าวมาข้างต้นนี้ ได้แก่เรื่องของการเร่งรัดปฏิรูปการถือครองที่ดินและการคุ้มครองพื้นที่การเกษตร โดยมีความมุ่งหมายที่จะสร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงปัจจัยการผลิตแก่เกษตรกรทุกระดับและรักษาพื้นที่ทางการเกษตรด้านอาหารไว้ โดยจะมีการปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง และมีการบังคับใช้กฎหมายให้เข้มงวดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเก็บภาษีที่ดินเพื่อการเกษตรที่ไม่ได้ใช้ทำการเกษตร การครอบครองที่ดินของชาวต่างชาติ เป็นต้น รวมทั้งพยายามหามาตรการไม่ให้เกษตรกรขายที่ดินที่ควรทำการเกษตรไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น
ส่วนปัญหาเรื่องการใช้ที่ดินไปปลูกพืชพลังงาน ซึ่งทำให้พื้นที่ที่ผลิตอาหารลดน้อยลงนั้น ก็ได้มีกลยุทธ์สำคัญคือสร้างความสมดุลระหว่างพืชพลังงานและอาหาร โดยการกำหนดนโยบายเศรษฐกิจที่ชัดเจนเกี่ยวกับการส่งเสริมพลังงานทางเลือก เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งพื้นที่ปลูกกันดังเช่นในปัจจุบัน และจำมีการนำเรื่องการกำหนดเขตการผลิตหรือ Zoning เข้ามาใช้
ยังมีอีกหลายมาตรการเกี่ยวกับเรื่องความมั่นคงทางด้านอาหาร ไว้คราวหน้าจะมาเล่าต่อครับ
รศ.ดร.พีรเดช ทองอำไพ



