ไลฟ์สไตล์

คนรักหมา-หมาตัวแรกของผม

คนรักหมา-หมาตัวแรกของผม

07 พ.ย. 2553

หนึ่งปีผ่านไปไวเหมือนโกหก ผมเรียนจบหลักสูตรของโรงเรียนทหารปืนใหญ่สหรัฐแล้วเดินทางกลับบ้านเรา...รักรออยู่เมื่อปลายปี 2517 โดยมีเจ้าของคำมั่นสัญญาไปรอรับที่สนามบินดอนเมือง ส่วนเซ็กซี่และลูกที่เหลือทั้งสองของเธอรอรับอยู่ที่บ้านพักค่ายทหารกาญจนบุรี

เซ็กซี่ร้องโวยวายลั่นตั้งแต่ผมยังไม่ทันเปิดประตูรั้วเข้าไป ท่าทางลิงโลดดีใจแบบสุดๆ ซึ่งปกติไม่ค่อยได้เห็นจากหมาสมบัติผู้ดีตัวนี้ ส่วนเจ้าบู๊กับเจ้าบิ๊กซึ่งอายุยังไม่ทันครบขวบนั้นทำท่าเก้ๆ กังๆ เขินๆ เหมือนเด็กพบคนแปลกหน้า แต่ไม่ได้แสดงอาการตื่นกลัวแต่อย่างใด และไม่นานก็เข้ามาตีสนิทกับผม ด้วยคงรู้จากสัญชาตญาณว่านี่คือคุณตาของมัน และหลังจากนั้นผมกับหลานทั้งสองก็จะเข้ากันได้ดี ลงจากห้องนอนชั้นบนมาเมื่อไหร่ก็จะเจอะไอ้สองหนังนั่งกระดิกหางยิ้มแป้นสวัสดีครับคุณตาคุณยายอยู่ที่เชิงบันไดอย่างดีใจ

 เรื่องสำคัญเรื่องแรกที่ผมต้องดำเนินการตามระเบียบของทางราชการหลังกลับจากการรับทุนหลวงไปเรียนต่อต่างประเทศคือย้ายเข้าไปรับราชการเป็นอาจารย์โรงเรียนทหารปืนใหญ่เพื่อนำความรู้ใหม่ๆ ที่เรียน มาถ่ายทอดต่อให้แก่ทหารปืนใหญ่คนอื่นๆ ผมเดินทางไปที่ศูนย์การทหารปืนใหญ่ลพบุรี เพื่อรายงานตัวเข้ารับราชการตามระเบียบ แต่เมื่อถามเรื่องบ้านพัก ก็ได้รับคำตอบง่ายๆ แต่ได้ใจความชัดเจนว่า บ้านหลวงยังไม่ว่าง ต้องช่วยตัวเองไปก่อน ซึ่งเป็นคำตอบที่ผมคิดอยู่แล้วว่าจะต้องออกมาแบบนี้

 ผมกับภรรยาช่วยกันเสาะหาบ้านเช่า เลือกเอาที่ใกล้ที่ทำงานเพราะตอนนั้นยังไม่มีรถส่วนตัวใช้ ในที่สุดก็ได้บ้าน 2 ชั้นหลังเล็กๆ ในเนื้อที่ไม่เกิน 20 ตารางวา ในอัตราค่าเช่าที่ผมสามารถเบิกจ่ายจากทางราชการได้ ก็เป็นอันแก้ปัญหาไปได้เรื่องหนึ่ง

 สำหรับบ้านเช่าหลังนี้ ผมกับภรรยาคำนวณกันแล้วว่า ลำพังตัวเราสองคนคงไม่มีปัญหาอะไร แต่ปัญหาก็คือหมาทั้ง 3 ตัวของเรา เซ็กซี่ เจ้าบู๊ และเจ้าบิ๊ก จะทำอย่างไร ที่เท่าแมวดิ้นตายแค่นี้ จะอยู่กันได้อย่างไร เรื่องนี้จึงกลายเป็นปัญหาหนักใจของเราทั้งสองที่ต้องช่วยกันหาทางออกให้ได้ ขณะที่เวลาซึ่งผมจะต้องเข้าไปปฏิบัติงานเต็มๆ ที่โรงเรียนทหารปืนใหญ่ก็ใกล้เข้ามาตามลำดับ

 ในที่สุด เราก็ได้ข้อสรุปเบื้องต้นในการแก้ปัญหาหมาสุดที่รักทั้ง 3 ตัวว่า จะเอาไปลพบุรีด้วยกันได้เพียงแค่ 2 ตัวเท่านั้น จำเป็นต้องตัดตัวใดตัวหนึ่งทิ้งไป ทั้งๆ ที่รู้สึกเจ็บปวดไม่น้อย เพราะเราเคยสูญเสียมิคกี้ไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ นอกจากนั้น สำหรับลูกๆ ของเซ็กซี่ ก่อนหน้านี้ไม่นานภรรยาผมก็จำเป็นต้องตัดใจยก “หลาน” ที่ดูแลกันมาตั้งแต่ยังไม่ลืมตาให้คนอื่นเอาไปเลี้ยงถึง 3 ตัวมาแล้ว

 มาตอนนี้ยังจะต้องเสียหมาตัวใดตัวหนึ่งไปอีกหรือ...แต่ไม่มีทางเลือก

 เราจะเลือกสละหมาตัวไหน ระหว่างเซ็กซี่-บู๊-บ๊วย ?

         บัญชร ชวาลศิลป์