
ตู้ตั๋วแตกอีกครั้งในงานสัมมนาฮอตแท็ปไม่บาน
สวัสดีครับแฟนๆ ชาวคนรักบ้าน ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณแฟนๆ ที่เข้าร่วมฟังการบรรยายของผมกันอย่างล้นหลาม ในหัวข้อ ฮอตแท็ป (HOTAP) ไม่บานที่เบิกบาน ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม ที่ผ่านมา จนเกิดปรากฏก
ทำให้ห้องมิตติ้งรูม 4 อันกว้างใหญ่ดูเล็กลงไปถนัดตา เพราะคลาคล่ำไปด้วยแฟนๆ ที่ต่างเดินทางมาไกลจากทั่วทุกสารทิศ (ไม่หวั่นไหวกับภัยน้ำท่วม) ทั้งเหนือ ใต้ ออก ตก ไม่ว่าจะเป็น เชียงราย หนองคาย ร้อยเอ็ด ขอนแก่น กระบี่ ชลบุรี ระยอง ฯลฯ นับได้ว่าเป็นการบรรยายอีกครั้งของผมในรูปแบบมาราธอนครับ เริ่มตอนบ่ายสองโมง มาแล้วเสร็จตอนหกโมงครึ่ง รวมเวลาแล้วก็ร่วม 4 ชั่วโมงเต็มครับ
ขอย้ำกันอีกครั้งนะครับ ถึงคำว่า “ฮอตแท็ป” หรือ “HOTAP” ของผมนั้น เป็น “คำนิยาม” ที่ผมคิดค้นขึ้นมาเองครับ มีความหมายดังนี้ คือ “H” หมายถึง “Home” คือ “บ้าน” ประเภท “ทาวน์โฮม” หรือ “ที่พักอาศัยในเมือง” ส่วน “O” หมายถึง “Office” หมายถึง “สำนักงาน ที่ทำงาน ที่ประกอบกิจการทำธุรกิจธุรกรรมรวมไปถึงกิจการค้าขาย” ต่างๆ “T” หมายถึง “hotel” คือ “สถานที่ให้บริการที่พัก” อาจจะเป็นโรงแรมประเภท บูทิกโฮเทล ที่สวยเก๋เท่มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร และ “AP” หมายถึง “Apartment” ซึ่ง “อพาร์ตเมนต์” ในความหมายของผมไม่ใช่อพาร์ตเมนต์ประเภทที่เห็นกันอยู่เกลื่อนกลาดนะครับ แต่เป็นอพาร์ตเมนต์ที่สามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลง จากอพาร์ตเมนต์ปกติให้เป็น “เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์” หรือเป็น “บูทิกอพาร์ตเมนต์” จะเห็นได้ว่า “ฮอตแท็ป” ไม่บาน ของผมนั้น จัดได้ว่าเป็นอาคารประเภทอเนกประสงค์ (HYBRID) มีความยืดหยุ่นตัวสูงเป็นอย่างยิ่ง สามารถปรับเปลี่ยนตัวเองให้เข้ากับสภาพเศรษฐกิจ, สังคมและการเมืองในยุค “โลกาภิวัตน์” หรือ “โลกาวิบัติ” ที่สถานการณ์ต่างๆ รอบตัวมีความผันผวน สามารถเปลี่ยนแปลงไปได้ทุกขณะดังเช่นในปัจจุบันอย่างแท้จริง
เนื่องจากเป็นการบรรยายที่อัดแน่นด้วยสาระ แม้แต่เสร็จสิ้นการบรรยายแฟนๆ หลายท่านก็สนอกสนใจกันไม่เลิกราครับ เพราะยังมีปัญหาค้างคาใจในแง่มุมต่างๆ เกี่ยวกับ “ฮอตแท็ป” ไม่บานของ อ.ดร.เชี่ยว ชอบช่วย ก็เลยเป็นผลให้กว่าจะตอบคำถาม แลกเปลี่ยนทัศนคติ ความคิดเห็น เวลาก็ติดปีกล่วงเลยไปเกือบสองทุ่ม จนพนักงานของศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ต้องหรี่ไฟห้องมิตติ้งรูม 4 เพื่อเป็นสัญญาณเตือนอย่างสุภาพว่าหมดเวลาจริงๆ ต่างฝ่ายต่างก็เห็นใจกันครับ เพราะแต่ละท่านก็ต่างเดินทางกันมาไกล จากการที่ได้พบปะกันตัวเป็นๆ
หลายท่านก็ได้เชิญผมไปจังหวัดต่างๆ ซึ่งผมก็ได้รับปากว่าหากไม่ติดภารกิจก็จะไปครับ เช่น ผมได้รับเชิญจากแฟนๆ ที่ขอนแก่น ให้ไปบรรยายพิเศษให้แก่สมาชิกหอการค้าจังหวัดขอนแก่นและชมรมผู้ประกอบการหอพัก, อพาร์ตเมนต์ จ.ขอนแก่น ในหัวข้อ “2020 : มองธุรกิจหอพัก, อพาร์ตเมนต์ในทศวรรษหน้า” จัดขึ้นวันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2553 เวลา 08.30-16.30 น. ณ ห้องมงกุฎเพชร โรงแรมโฆษะ จ.ขอนแก่น ก็รับปากว่าจะไปครับ และมีอีกหลายต่อหลายโปรแกรมในสถานที่หลายแห่งทั่วประเทศที่ติดต่อกันเข้ามา ผมยินดีเดินทางไปให้ความรู้ ผมถือว่าเป็น “หน้าที่ทางจริยธรรม” ที่พึงกระทำครับ
นอกจากนั้น สาระสำคัญอีกประการหนึ่งของการสัมมนาในครั้งนี้ ในฐานะ “สุนัขเฝ้าบ้าน” ซึ่งผมก็ได้เตือนสติบรรดาแฟนๆ ที่เข้าร่วมฟังการบรรยายว่า ตั้งแต่นี้ไปอีกอย่างน้อย 2 ปี ใน “สภาวะเศรษฐกิจไทยที่โดนวิกฤติสองเด้ง” คือ “เงินนอกไหลบ่า-น้ำป่าไหลท่วม” จึงส่งผลให้จีดีพีลดลง 1-2% แม้แต่สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ก็ได้ทำการประเมินไว้ว่า วันนี้เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยง 2 ด้านที่หนักหน่วงพร้อมๆ กัน คือ “ปัญหาน้ำท่วม” โดยเฉพาะผลกระทบต่อภาคเกษตร และผนวกกับ “ปัญหาค่าเงินบาทแข็ง” กระทบการส่งออก น่าจะทำให้จีดีพีลดลง ซึ่งภาคเกษตรมีสัดส่วนในจีดีพีของไทย 8-9% ดังนั้น จีดีพี ในปี 2553 จะลดลงเหลือประมาณ 6% จากเดิมทีดีอาร์ไอคาดการณ์ไว้ว่าจะขยายตัว 7.2% ครับ
ผมขอฟันธงลงไปว่าจะมีคนตกงานใน 2 ปีนี้ประมาณ 2-4 แสนคน อีกทั้งยังต้องกู้หนี้ยืมสินอย่างน้อย 2-4 แสนล้านเพื่อที่นำมาบูรณะปรับปรุงอาคารบ้านเรือน เรือกสวนไร่นา รวมไปถึงโครงข่ายอินฟราสตรัคเจอร์ ซึ่งหมายถึง ระบบสาธารณูปโภคสาธารณูปการต่างๆ ที่เสียหายจากอุทกภัยน้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ครับ ประมาณการกันว่ามีคนไทยกว่า 268,142 ครัวเรือน และพื้นที่โดยรวมประมาณ 3.15 ล้านไร่ กินเนื้อที่ 1,497 ตำบล ของพื้นที่กว่า 41 จังหวัด ที่กำลังเผชิญกับทุกข์หนักหนาแสนสาหัส และก็เป็นที่น่าเศร้าใจครับว่าวิกฤติการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงฤดูการเก็บเกี่ยวพอดี ก็เลยส่งผลให้เกิดการสูญเสียกันบานแบบนี้ ขอเอาใจช่วยครับ เสียอะไรก็เสียไปเถอะครับ แต่อย่าให้ “เสียใจ” จนเกิดอาการ “ใจเสีย” อันจะนำไปสู่อาการ “ท้อแท้” ต้องคิดใน “เชิงบวก” ว่าสมบัตินอกกายหากันใหม่ได้ ดังนั้น ล้มแล้วก็ต้องลุกขึ้นมาสู้ใหม่ ต้องสู้ครับชาวคนรักบ้าน ผมขอเอาใจช่วยแฟนๆ ชาวคนรักบ้านทุกท่านครับ
สำหรับในสัปดาห์หน้าห้ามพลาดนะครับ มาดูว่า “บ้านไม่บานที่สามารถต่อกรกับอุทกภัย” จะมีหน้าตาเป็นอย่างไร เอาไว้เผื่อแฟนๆ ชาวคนรักบ้านในหลายพื้นที่ทั่วประเทศจำเป็นที่จะต้องซ่อม สร้าง อาคารบ้านเรือนขึ้นมาใหม่ทดแทนของเก่าที่เสียหายไป และขอให้คิดเตรียมการเอาไว้เผื่ออนาคตว่าเมื่อเกิดวิกฤติการณ์น้ำท่วมครั้งต่อไปก็จะไม่เสียหาย (บานตะไทกันไปดังเช่นในปัจจุบันนี้) หรือหากเสียหายก็เสียหายน้อยที่สุดครับ
จะว่าไปแล้วตอนที่ผมช่วยงานที่ “มูลนิธิชัยพัฒนา” ก็เคยได้ยิน ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิฯ พูดอยู่เสมอว่า ต่อไปในอนาคตภัยพิบัติทางธรรมชาติ อันเกิดจาก “น้ำ” จะทวีความรุนแรงขึ้น ก็ปรากฏว่าเป็น “ความจริงของวันนี้” ครับ เพราะเพียงระยะอันสั้นไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเราได้ประสบภัยธรรมชาติที่เกี่ยวกับ “น้ำ” มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการประสบภัยคลื่นยักษ์สึนามิ ภัยจากน้ำท่วมฉับพลัน ภัยจากน้ำป่าที่ไหลหลาก ตลอดไปจนถึงภัยแล้ง นอกจากนั้นผมได้เคยเสวนากับ ดร.สมิทธ ธรรมสโรช ก็ยืนยันในความจำเป็นที่จะต้องเตรียมการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติดังกล่าว
สัปดาห์นี้คงมีสาระน่ารู้กันเพียงแค่นี้ แล้วพบกับสาระน่ารู้เหล่านี้กันได้ใหม่ในสัปดาห์หน้าครับ สวัสดีครับ



