
"เอ็กซ์ตร้า"น้ำกระชายดำสูตรผสม เน้นสุดยอดสมุนไพร"จีน-เกาหลี"
ขณะที่ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสมุนไพร "กระชายดำ" หลายรายการ ที่ผลิตออกมาช่วงกระแสของของกระชายดำกำลังมาแรง ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ และไม่มีแอลกอฮอล์ เหลือผู้ประกอบการน้อยเต็มที แต่เครื่องดื่มบำรุงกำลังภายใต้เครื่องหมายการค้าตรา
ที่จริง เดชา จับธุรกิจมาหลายอย่าง นับตั้งแต่อู่ซ่อมรถยนต์ เปิดเต็นท์ขายรถยนต์มือสอง และทำผลิตภัณฑ์น้ำข้าวกล้องงอก จนได้รับการคัดสรรให้เป็นสุดยอดสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือโอท็อป ของเขตคลองสามวา แต่สุดท้ายเขากลับได้ดิบได้ดีกับกิจการแปรรูปกระชายดำ ทำเป็นเครื่องดื่มบำรุงกำลังที่มีส่วนผสมสมุนไพรทั้งไทย จีน และเกาหลี อีกหลายชนิดจนถึงวันนี้
เดชา บอกว่า การเริ่มต้นแปรรูปกระชายดำเป็น "น้ำดื่มสมุนไพรกระชายดำ" หรือน้ำดื่มบำรุง มาจากเมื่อ 8 ปีก่อนคนเริ่มหันมาให้ความสำคัญต่อสุขภาพ และให้ความสำคัญกับสมุนไพรมากขึ้น ซึ่งเขาเกิดในต่างจังหวัด เคยเห็นคนเก่าคนแก่ในชนบทมักจะนำกระชายดำมาต้มให้ผู้ป่วยดื่มน้ำ เนื่องจากมีสรรพคุณด้านบำรุงกำลัง ประกอบกับช่วงนั้นผลการวิจัยจากหลายแห่งยืนยันว่า กระชายดำมีสรรพคุณบำรุง เทียบเกือบเท่ากับโสมของเกาหลี
"ตอนนั้นผมยังทำน้ำข้าวกล้องงอกอยู่ครับ จึงมองว่าน่าจะแปรรูปผลิตภัณฑ์อย่างอื่นบ้าง เลยตัดสินใจแปรรูปกระชายดำ ช่วงแรกมีสูตรผสมกับโด่ไม่รู้ล้ม ต้นเสือโครง และน้ำผึ้ง ซึ่งเป็นสูตรของน้ำกระชายดำตราเอ็กซ์ตร้าทู ถือเป็นสูตรแรกดั้งเดิม ที่หมอจีนแนะนำมา ครั้งแรกผลิตออกมา 3,000 ขวด เป็นขวด 150 ซีซี โดยที่ยังไม่ศึกษาตลาด อาศัยแจกบ้าง ขายบ้าง กระทั่งส่งเข้าประกวด ครั้งแรกได้รับการคัดเลือกเป็นสินค้าโอท็อปของเขตคลองสามวา และมีโอกาสออกบูธตามงานแสดงสินค้าตามสถานที่ต่างๆ ทำให้น้ำดื่มชูกำลังแบรนด์เอ็กซ์ตร้าทู เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น" เดชา กล่าว
ผลจากออกงานแสดงสินค้า เดชา บอกว่า เริ่มมีลูกค้ารู้จักและมียอดสั่งมาครั้งละ 50-100 ขวด และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ต่อมาออกสินค้าตัวใหม่เป็น "เอ็กซ์ตร้าโกลด์" สูตรผสมบัวหิมะจากจีน และโสมเกาหลีสกัด กระทั่งปี 2550 ได้ลงทุนไปหลายล้านบาท ซื้ออุปกรณ์ต่างๆ รวมถึงเครื่องบรรจุขวดด้วย เนื่องจากมีบริษัท ดีดีมาร์เก็ตติ้ง จำกัด จะมาเป็นผู้จัดจำหน่ายให้ ทำให้ผลิตภัณฑ์เครื่องชูกำลังภายใต้แบรนด์เอ็กซ์ตร้า สามารถขยายตลาดได้อย่างรวดเร็ว ล่าสุดมีการปรับสูตรเข้มข้นของเอ็กซ์ตร้าโกลด์เป็นขวดใหญ่ขนาด 700 ซีซี ขายขวดละ 1,950 บาท และเอ็กซ์ตร้าเวิลด์ ขนาด 700 ซีซี เช่นกัน ราคาขวด 980 บาท นอกจากนี้กำลังจะออกสินค้าตัวใหม่เป็นเครื่องดื่มบำรุงกำลัง "เคาไลถา" เพื่อวางจำหน่ายบนห้างสรรพสินชั้นนำ รวมถึงตามร้านสะดวกซื้อด้วย คาดว่าจะวางตลาดในปี 2554
"ผลิตภัณฑ์ของเราเป็นเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และกาเฟอีน สามารถดื่มได้ทุกเพศ สินค้าทุกตัวได้รับเครื่องหมาย อย.และฮาลาล อิสลามดื่มได้ เพราะเป็นสมุนไพรแท้ๆ มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง อย่างโสมเกาหลีถือเป็นสุดยอดของสมุนไพรที่บำรุงร่างกายของเกาหลี ขณะที่บัวหิมะก็มีสรรพคุณทางสมุนไพรหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันมะเร็ง บำรุงตับ ม้าม และอีกหลายๆ อย่าง ฉะนั้นผลิตภัณฑ์จากกระชายดำของเราดื่มแล้วเป็นการบำรุงกำลัง ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวย บรรเทาอาการปวดเมื่อย ป้องกันโรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง ช่วยลดน้ำตาลในเม็ดเลือด ขับสารในร่างกาย และบรรเทาอาการอีกหลายอย่าง แต่ผู้หญิงตั้งครรภ์ไม่ควรดื่ม เพราะเป็นตัวยาที่ร้อน อาจอันตรายต่อทารกในท้องได้" เดชา กล่าว
ด้าน อมิตา อยู่หว่าง บุตรสาว ซึ่งทำหน้าที่ประสานงาน และดูแลด้านการตลาด บอกว่า จะแบ่งการตลาดเป็น 3 ส่วน คือ ตลาดหลัก ผลิตให้ตัวแทนจำหน่าย ซึ่งปัจจุบันมีตัวแทนจำหน่ายหลายสิบสาขา กระจายไปทุกภาคของประเทศไทย ซึ่งตลาดส่วนนี้ประมาณ 90% ส่วนที่สอง เป็นการผลิตตามออเดอร์ ซึ่งมีบริษัทเอกชนมาจ้างผลิต เพื่อนำไปติดยี่ห้ออื่น และอีกส่วนหนึ่ง มีการจัดจำหน่ายที่สำนักงานด้วย
"ตอนนี้เราผลิตผลิตภัณฑ์หลายตัวคือ เอ็กซ์ตร้าทู สูตรดั้งเดิม เอ็กซ์ตร้าโกลด์ ซึ่ง 2 ชนิดนี้มีบรรจุขวดขนาด 150 ซีซี จำหน่ายปลีกขวดละ 20 บาท หากขายส่งลดตามปริมาณที่สั่งมา อาจลดถึง 25% นอกจากนี้มีขวดใหญ่ขนาด 700 ซีซี อีก 2 ตัวเป็นสูตรเข้มข้นของเอ็กซ์ตร้าโกลด์ และเอ็กซ์ตร้าเวิลด์ แต่ทั้งหมดนี้ยอมรับว่าลูกค้าของเรายังนิยมสูตรเดิมคือ เอ็กซ์ตร้าทู ขนาด 150 ซีซี จากการสังเกตลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นผู้ชายที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป กลุ่มคนหนุ่มก็มีเหมือนกัน แต่ไม่มากนัก จะขายดีมากในพื้นที่ภาคอีสาน" อมิตา กล่าว
เธอบอกอีกว่า ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดไม่ใช่ยา แต่เป็นอาหารเสริมเพื่อบำรุงสุขภาพ หรือเครื่องดื่มชูกำลัง คนเป็นโรคเบาหวานสามารถดื่มได้ เพราะไม่มีน้ำตาล เป็นโรคความดัน เกาต์ก็ได้ เพราะตัวกระชายดำก็มีสรรพคุณหลายอย่าง เมื่อผสมกับโสมเกาหลีและบัวหิมะเข้าด้วยกันยิ่งจะให้มีประโยชน์ต่อกายเพิ่มากขึ้นอีกด้วย
ก็นับเป็นผลิตภัณฑ์จากกระชายดำที่ประสบผลสำเร็จไปด้วยดีอีกผลิตภัณฑ์หนึ่ง แม้ที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ อันเป็นผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ทำให้ผู้ประกอบการในชุมชน ทั้งสินค้าโอท็อป ผู้ประกอบการขนาดเล็กและขนาดกลางต้องปิดตัวลง แต่ผลิตภัณฑ์กระชายดำภายใต้แบรนด์ "เอ็กซ์ตร้า" สมาารถขยายตลาดให้โตขึ้นได้
ทำเครื่องดื่ม"กระชายดำ"กินเองได้
สำหรับผู้ที่สนใจจะผลิตเครื่องดื่มบำรุงกำลังจากกระชายดำมาดื่มเอง มีสูตรง่ายๆ ดังนี้
1.นำหัวกระชายดำที่มีอายุ 75 วันขึ้นไป มาล้างให้สะอาด ตากให้น้ำแห้ง จากนั้นนำมาฝานเป็นแว่นๆ ไปตากแดดจนแห้ง
2.นำสมุนไพรที่ต้องการจะผสม ไม่ว่าจะเป็นโด่ไม่รู้ล้ม หรือม้ากระทืบโรง มาล้างให้สะอาด ตัดเป็นท่อนพอเหมาะนำไปตากแดดให้แห้งเช่นกัน
3.นำสมุนไพรมาผสมให้เท่าๆ กัน จากนั้นนำมาต้มในหม้อ ใส่น้ำให้ท่วมสมุนไพร แล้วเคี่ยวให้น้ำเหลือเพียงครึ่งหนึ่ง เติมน้ำผึ้งตามความต้องการของรสชาติว่าจะให้หวานขนาดไหน
4.ยกมาวางให้เย็น สามารถดื่มได้ หรือจะบรรจุขวดแช่ในตู้เย็นไว้ดื่มทุกวันก็ได้
เพียงเท่านี้ก็ได้น้ำดื่ม หรือเครื่องบำรุงกำลังสูตรกระชายดำผสมสมุนไพรได้แล้ว
"ดลมนัส กาเจ"



