ไลฟ์สไตล์

"นิก" คเณศ...ชอบ "รถ" ทำตังค์ "เพิ่ม"

"นิก" คเณศ...ชอบ "รถ" ทำตังค์ "เพิ่ม"

06 พ.ย. 2553

ความชอกช้ำระกำใจประการหนึ่งซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยงของผู้ถือครองพาหนะ 4 ล้อ หรือที่เรียกกันว่า "รถ" นั่นก็คือ มูลค่ามักจะขยับ "ลด" น้อยถอยลงตามคำพ้องเสียงไม่เว้นแต่ละวัน แต่ดูเหมือนปัญหาที่หลายๆ คนประสบอยู่นั้น ไม่อาจส่งผลระคายเคืองใดๆ ต่อหนุ่มนักลงทุนวัย 20

  ดูแลอย่างไรไหว????...เป็นคำถามสั้นๆ ที่สามารถหลุดออกจากปากผู้ถามได้เพียงเท่านั้นจริงๆ ด้วยว่ากำลังอึ้งอยู่กับทะเบียนรายชื่อ "รถสะสม" ของว่าที่คุณพ่อคนใหม่ในอีก 4 เดือนข้างหน้า ซึ่งเจ้าตัวถึงกับหัวเราะเขินๆ แต่ไม่วายออกตัวว่า...

 "ถ้าพอจะมีเวลา ก็จะเปิดคันโน้นดูคันนี้บ้าง ส่วนใหญ่ก็จะดูทั่วๆ ไปอย่าง เช็กหม้อน้ำ เช็กน้ำมันเครื่อง แต่หลักๆ ผมมีทีมงานคอยดูแลอย่างเป็นระบบอยู่แล้ว อย่างแต่ละคันนี่จะมีการบันทึกไว้เลยว่าเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องช่วงไหน ต้องตรวจเช็กอะไรบ้าง เปลี่ยนยางมานานเท่าไหร่แล้ว หรือแม้แต่คันไหนถึงรอบเสียภาษี เป็นอย่างนี้ทุกคันครับ" หนุ่มนิกกล่าวพร้อมกับลงมือเปิดฝากระโปรงตรวจเช็กเครื่องยนต์ให้ดูเป็นการยืนยันว่าทำเองก็เป็นนะคร้าบบ!!

 ในขณะที่กำลังสาละวนอยู่กับการค่อยๆ ทยอยถอยรถออกจากโรงเก็บเพื่อให้ทีมงานได้ถ่ายภาพในมุมสวยๆ หนุ่มนักสะสม (เพื่อการลงทุน) เล่าว่า เดิมทีมี "เฟอร์รารี่สีแดงเพลิง" คันเดียว เป็นรถของคุณพ่อ (ยอดนักซิ่งในดวงใจ) หลังจากที่รุ่นใหญ่เริ่มไม่ค่อยสนุกกับการซิ่งไปบนท้องถนน "ม้าลำพอง" จึงตกมาเป็นของรุ่นเล็กอย่างเขา และนั่นคือที่มาของการเริ่มสนใจรถ รักรถ สะสมรถ จนได้หลายๆ อย่างจากการ "ริเล่นรถ"...!!

 "ตอนเด็กๆ คุณพ่อมักจะพาผมนั่งรถเฟอร์รารี่ไปกับท่านบ่อยๆ จึงเหมือนเป็นความประทับใจของเด็กผู้ชายที่เห็นคุณพ่อตัวเองเท่มากๆ บวกกับที่ผมชอบรถแปลกๆ ที่คนอื่นเขาไม่ค่อยมีกัน บางคันถึงมีเงินก็ซื้อไม่ได้เพราะมันทำออกมาน้อย บางรุ่นมีแค่ 20 คันในโลก เรามีหนึ่งในนั้นก็รู้สึกภูมิใจ ผมว่ามันเป็นความสุขอย่างหนึ่งนะ และนอกเหนือจากนั้น รถผมยังสร้างเม็ดเงินให้ผมอีกด้วย อย่างแต่ละคันเมื่อผมซื้อมาก็จะแต่งให้สวยๆ ก็มีคนมาขอเช่าไปถ่ายหนัง ถ่ายโฆษณาอยู่บ่อยๆ บางคนขอซื้อเลยก็ยังมี ผมเห็นว่ามันมีประโยชน์ดี เงินค่าเช่าก็จะเป็นค่าซ่อมบำรุง ค่าใช้จ่ายแต่ละปีมันก็เลยไม่เยอะอย่างที่คิด หรือบางทีคันที่ขายทำกำไรให้ผมอีกด้วยนะ" นักสะสมในมาดนักลงทุนเล่าด้วยความภูมิใจ

 เห็นสะสมรถไว้ในครอบครองมากมายหลากหลายสไตล์ทั้งแบบสปอร์ต, 4 ประตู, อเนกประสงค์ ฯลฯ อดถามไม่ได้ว่าคันไหนโปรดปรานที่สุด คันไหนหยิบกุญแจสตาร์ทบ่อยที่สุด และรวมถึงรถคันไหนบ่งบอกบุคลิกของตัวเขาเองมากที่สุด

 "ถ้าถามว่าคันที่ชอบที่สุดก็คงเป็น "ลัมโบกินี่" เพราะหายากสุดไม่ค่อยจะมีใครมี ส่วนการใช้ผมเน้นตามวาระและโอกาสนั้นๆ มากกว่า อย่างเช่น ถ้าไปชิลๆ คนเดียวก็จะขับ มินิ หรือ เฟอร์รารี่ ถ้าไปกับครอบครัวก็จะเลือกใช้รถตู้ แต่ถ้าไปลุยก็ต้องรถฮัมเมอร์ ส่วนรถที่ตรงกับบุคลิกของผมนั้น คงต้องยกให้ "โลตัส" เพราะมันดูเป็นรถที่แปลกไม่เหมือนใครดี ดูเป็นสปอร์ตแต่เครื่องยนต์กลับเล็ก ทำให้เป็นรถประหยัด ไม่เยอะเกินความเป็นจริง เช่นเดียวกับตัวผม ทุกวันนี้คนที่ไม่สนิทอาจจะมองว่าผมเรื่องเยอะ ผมใช้เงินเกินตัว แต่จริงๆ แล้ว เรื่องการใช้เงินหรือการลงทุนผมมีขอบเขตชัดเจน ถือว่าเป็นคนประหยัดด้วยซ้ำ เวลาจะตัดสินใจทำอะไร ก็จะดูกำลังตัวเองเป็นหลัก อย่างน้อยก็ต้องเหลือเผื่อไว้สัก 30 เปอร์เซ็นต์ หากเกิดอะไรขึ้นอย่างน้อยก็ไม่เสียหมด" ทายาทหนุ่มหนึ่งเดียวของโรงเรียนนานาชาติเดอะรีเจ้นท์ กล่าวถึงตัวเอง และเขาแอบกระซิบให้ฟังอีกว่า หลัก (ในการลงทุน) ดีๆ อย่างนี้เป็นฝีมือการเทรนด์ระดับปรมจารย์ของคุณแม่ทิพวรรณนั่นเอง

 สุดท้ายก่อนจะได้เวลาอำลา เนื่องจากว่าจะถึงช่วงเวลาเปิดตลาดหุ้นกลับในช่วงบ่ายอีกครั้ง ตามประสานักเล่นหุ้นต้องเกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันเสมอๆ อดพูดคุยถึงข่าวคราวของภัยธรรมชาติรายวัน อย่างปัญหาน้ำท่วมจนวิกฤติไปตามๆ กันไม่ได้ว่า หากมีน้ำทะลักเข้าเมืองกรุงสักก้อนสองก้อนใหญ่ๆ เหมือนในพื้นที่รอบนอก "นิก" ซึ่งย่อมาจากชื่อนักบุญประจำตัว "นิโคลัส" จะทำใจได้ไหมหากบรรดารถหรูกว่า 30 คัน...ต้องจมอยู่ใต้น้ำ???

 "ยอมรับว่าก็กลัวๆ อยู่เหมือนกัน แต่รถที่จอดไว้เฉยๆ ย่อมเสียหายน้อยกว่ารถที่กำลังติดเครื่องยนต์ และรถของผมส่วนใหญ่ก็จะมีสวิตช์ตัดไฟ เพื่อป้องกันไม่ให้แบตเตอรี่ทำงาน ดังนั้นความเสียก็แค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างเรื่องของภายใน ไม่กระทบถึงระบบไฟ หรือระบบเครื่อง พอทำใจรับได้ แต่ทางที่ดีขออย่าให้เกิดจะดีที่สุด" สามีสุดเลิฟของ "เปิ้ล" สุธิดา เตชะวิจิตร์ กล่าวด้วยความหวัง