ไลฟ์สไตล์

โฟกัสสกู๊ปหัวเฉียวพบวันว่างคนกรุงอ่านหนังสือ

โฟกัสสกู๊ปหัวเฉียวพบวันว่างคนกรุงอ่านหนังสือ

05 พ.ย. 2553

หัวเฉียวโฟกัสโดยมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติได้สำรวจพฤติกรรมการออกกำลังกายและภาวะสุขภาพของประชาชนในกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,200 คน อายุระหว่างที่ 15-65 ปี เป็นผู้ชายร้อยละ 42.4 และผู้หญิงร้อยละ 57.6 พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่เวลาว่างดูโทรทัศน์ ฟังเพลงและชม

 ด้านการออกกำลังกายพบว่า คนไม่ออกกำลังกาย ร้อยละ 36 ออกกำลังกาย 1-2 วันต่อสัปดาห์ ร้อยละ 29.5 ออกกำลังกาย 3-4 วันต่อสัปดาห์ ร้อยละ 14 ออกกำลังกาย 5-6 วันต่อสัปดาห์ ร้อยละ 6.4 และออกกำลังกายทุกวัน ร้อยละ 13.6 ด้านวิธีการออกกำลังกาย ใช้การเล่นกีฬา ร้อยละ 30.5 เข้ายิมหรือฟิตเนส ร้อยละ 26.7 ออกกำลังง่ายๆ ด้วยการเดินหรือการทำงานบ้าน ร้อยละ 6.8 และไม่ออกกำลังกาย ร้อยละ 36

 เหตุผลในการออกกำลังกายเพราะต้องการมีร่างกายที่แข็งแรง ร้อยละ 51.3 มีรูปร่างดี ร้อยละ 33 คิดว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินชีวิต ร้อยละ 6 ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ร้อยละ 5.6 และอยากมีเพื่อนกลุ่มใหม่ๆ ร้อยละ 4.1 ส่วนคนที่ไม่ออกกำลังกายให้เหตุผลว่า เหนื่อยจากการทำงานและการเรียน ร้อยละ 34.2 ไม่ว่าง ร้อยละ 27.9 ขี้เกียจ ร้อยละ 17.1 ไม่มีเพื่อนออกกำลังกาย ร้อยละ 15 และไม่รู้ว่าจะเล่นกีฬาอะไร ร้อยละ 5.9

 รศ.ดร.บังอร ฉางทรัพย์ อาจารย์คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี   มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ ให้ทัศนะว่าผู้ใหญ่ที่มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้รูปร่างกระชับสมส่วน รวมทั้งการทำงานของอวัยวะของระบบต่างๆ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งระบบหายใจ ระบบกระดูกและกล้ามเนื้อ ระบบไหลเวียนโลหิต ระบบภูมิต้านทาน ระบบขับถ่าย ระบบประสาท ระบบรับความรู้สึก ระบบต่อมไร้ท่อ และระบบอื่นๆ ทำให้สุขภาพผู้ที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอดีกว่าผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย

 ส่วนด้านสังคมและจิตใจนั้น ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จะมีจิตใจร่าเริง แจ่มใส มีความเชื่อมั่นในตนเอง และปรับตัวได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ค่อยออกกำลังกาย ส่วนเด็กที่ขาดการออกกำลังกายจะทำให้การเจริญเติบโตช้ากว่าเด็กที่มีการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งกระดูกเปราะบางและเล็กกว่าปกติ การพัฒนาการของสมองเป็นไปค่อนข้างช้าไปกว่านั้น ปัจจุบันประชาชนทำงานที่ใช้ความคิดมากขึ้น ใช้เครื่องมือหรือเครื่องทุ่นแรงต่างๆ เป็นจำนวนมาก ทำให้ใช้แรงงานน้อยลง กล้ามเนื้อไม่ค่อยได้ใช้งาน มีผลให้อวัยวะต่างๆ ของร่างกายเสื่อมสมรรถภาพลงค่อนข้างง่าย

 อาจารย์อัจฉรา บัวเลิศ อาจารย์ประจำคณะศิลปศาสตร์ สาขาวิชามนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ อธิบายว่าการออกกำลังกายมีผลต่อสภาพจิตใจมนุษย์เพราะขณะออกกำลังกาย สมองจะปล่อยสาร “เอนดอร์ฟิน” หรือที่เรียกกันว่า สารแห่งความสุข ซึ่งทำให้รู้สึกดีมีสุข รู้สึกผ่อนคลาย เพิ่มพลังงานให้ร่างกาย และยังช่วยให้นอนหลับได้สนิทและลึกขึ้น เมื่อร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยคลายความตึงเครียดด้วย นอกจากนี้การออกกำลังกายยังทำให้ได้พบปะผู้คน ได้ทำกิจกรรมกับคนหมู่มากบ่อยขึ้น จะช่วยลดความเขินอาย ช่วยให้มีบุคลิกภาพที่ดี เป็นการสร้างความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นด้วย

           0อาจารย์สุภาพร โพธิบุตร0
          0น.ส.ณภัทร สกุลหงษ์ 0
 มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ