ไลฟ์สไตล์

เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (7)

เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (7)

05 พ.ย. 2553

ขณะนั้นฉันนึกถึงชีวิตสมัยที่เริ่มต้นเรียนเกษตรอยู่ที่โรงเรียนเตรียมเกษตรศาสตร์แม่โจ้ เมื่อปี พ.ศ.2483 ซึ่งเพื่อนๆ แทบทั้งหมดปรารภกันว่า “ถ้าอั้วเป็นนกก็จะไม่ขอบินผ่านแม่โจ้อีกว่ะ!”

 ทั้งนี้ เพราะเหตุชีวิตที่แม่โจ้ในอดีต เมื่อพูดถึงความยากลำบากแล้ว นักเรียนเกษตรแม่โจ้ส่วนใหญ่ ต่างก็รู้สึกเข็ดไปตามๆ กัน ถึงขนาดสาปส่งจากคำพูดที่ได้กล่าวมาแล้ว ส่วนตัวฉันเองแม้พ่อจะไม่ตามใจจนกระทั่งไม่ยอมส่งเงินไปให้ใช้แม้แต่บาทเดียว แต่ดูเหมือนจะทำให้ตัวเองมีความอดทนแข็งแกร่งมาแล้วตั้งแต่อายุยังเลขตัวเดียวเท่านั้น 

 ดังนั้น แทนที่จะรู้สึกเข็ดหลาบกลับเปลี่ยนมาเป็นความรู้สึกท้าทายที่จะก้าวเข้าไปหามันอย่างผู้กล้าหาญ ฉันจึงถือขันติโดยไม่ปริปากพูดบ่นแม้แต่คำเดียว แถมยังทำให้เพื่อนๆ รวมทั้งครูอาจารย์รักอีกด้วย

 อีกทั้ง ประเด็นที่กำลังจะเขียนต่อไปนี้อาจทำให้บางครั้งรู้สึกว่า ไม่ว่าฉันจะก้าวเข้าไปอยู่ตรงไหนมักมีปัญหาไปหมด ก็แน่ล่ะซิ เพราะตัวฉันเองมีธรรมชาติที่รักการเดินทวนกระแสสังคมก็ต้องมีปัญหาเป็นธรรมดา

 ในอดีตที่ผ่านมา หัวหน้าสถานีวิจัยการเกษตรที่นั่นเคยเป็นนักเรียนนอก ช่วงที่ฉันผ่านพ้นโรงเรียนจากเกษตรไปแล้วปรากฏว่าเป็นเพราะเราไปเดินตามก้นฝรั่ง ทั้งนี้ ถ้าจะนำเอาภาพรวมการศึกษากับการวิจัยซึ่งอยู่ที่นั่นมาพิจารณา แม้แต่เริ่มต้นจาก “เกษตรกลางบางเขน” เราก็ไปเอารูปแบบของโครงสร้างมาจากอเมริกา

 ครั้นเวลาผ่านพ้นมาไม่นานนัก หลายสิ่งหลายอย่างมันก็เริ่มตกต่ำทำให้โรงเรียนเกษตรกับสถานีวิจัยการเกษตรที่นั่นเกิดปัญหาความแตกแยก ถึงกับต้องใช้คนสำเร็จหลักสูตรฝึกหัดครูในเกษตรภายในประเทศมาเป็นหัวหน้าสถานี
กระทั่ง ตัวฉันเองจบปริญญาแล้วถูกส่งไปทำงานที่นั่นเป็นคนแรก ก็เริ่มรู้สึกว่าถูกหัวหน้าสถานีลองยาอย่างเห็นได้ชัด
แต่อีกนั่นแหละ แทนที่ตัวฉันเองจะมีความทุกข์จนกระทั่งทำงานไม่ได้ กลับกลายเป็นคนรู้สึกท้าทายที่จะเอาชนะปัญหาดังกล่าวให้ได้ จึงทำงานอย่างมีความสุขมาตลอด

 ปรากฏว่าสถานการณ์มันก็ค่อยๆ ดีขึ้นจนกระทั่งหัวหน้าสถานีกับตัวฉัน แม้ภายในส่วนลึกของจิตใจอาจยังมีเงื่อนไขค้างคาอยู่บ้าง แต่ด้านนอกนั้นปรากฏว่าฉันทำงานอย่างมีความสุข!

"ระพี สาคริก"