ไลฟ์สไตล์

เขลางค์นคร มิสเตอร์คอฟฟี่
หลากอรรถรสจากไร่"ปางมะโอ"

เขลางค์นคร มิสเตอร์คอฟฟี่ หลากอรรถรสจากไร่"ปางมะโอ"

05 พ.ย. 2553

ช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา ตลาดกาแฟไทย ทั้งในรูปกาแฟสด กาแฟโบราณ ต่างได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคอย่างกว้างขวาง ส่งให้ภาวะด้านการตลาดมีการแข่งขันค่อนข้างสูง หลายแบรนด์ดังต่างปรับกระบวนยุทธ์รสชาติกันต่อเนื่อง เพื่อให้ได้อรรถรส ความแตกต่าง สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับลูก

  พันธ์ศักดิ์ย้อนให้ฟังถึงที่มาของผลิตผลกาแฟจากไร่ปางมะโอสู่ตลาดกาแฟว่า เริ่มเมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ เขลางค์นคร มิสเตอร์คอฟฟี่ (Mr.Coffee) โดยออกสู่ตลาดในรูปซุ้มกาแฟให้คนลำปางและนักท่องเที่ยวได้ลิ้มรสชาติ จนปัจจุบันเริ่มเป็นที่ยอมรับทางตลาด มีแนวโน้มเติบโตทางธุรกิจชัดเจน

 "ไร่กาแฟปางมะโอของเรา อยู่บนพื้นที่ 200 ไร่ เขต อ.แม่ทะ ด้วยสภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นภูเขา ทำให้มีรูปแบบการทำไร่ผิดไปจากที่อื่น คือไม่ปลูกกาแฟเป็นทิวแถว แต่ปลูกสลับกับไม้ผลชนิดอื่นในลักษณะเป็นสวนผสม เช่น มะม่วง ลำไย ลองกอง เงาะ ฯลฯ รวมถึงไม้ยางพาราด้วย"

 พร้อมเสริมว่า ด้วยสภาพพื้นที่เป็นภูเขาและธรรมชาติของกาแฟเป็นพืชที่ชอบร่มเงารำไร ไม่ใช้พื้นที่ในการเจริญเติบโตมากนัก จึงปลูกสลับกับไม้ผลอื่นๆ ได้ ทำให้ใช้ประโยชน์พื้นที่ได้อย่างคุ้มค่า

 "อดีตที่มาของไร่นี้ ปลูกกาแฟมานับสิบปี โดยเป็นของบริษัทหนึ่งที่มีเจ้าของไร่เป็นชาวญี่ปุ่น แต่ไม่เป็นที่รู้จักกว้างขวางเพราะเป็นไร่ของบริษัทแห่งหนึ่ง ที่มีเจ้าของเป็นชาวญี่ปุ่นที่เข้ามาส่งเสริมการปลูกตามนโยบายของรัฐบาลสมัยนั้น และส่งผลผลิตทั้งหมดป้อนโรงงานที่กรุงเทพฯ เท่านั้น ไม่ได้แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นแต่อย่างใด" พันธ์ศักดิ์แจงบนพื้นฐานที่ว่า ขณะนั้นเขาเป็นหนึ่งในพนักงานที่ดูแลไร่แห่งนี้มาก่อน

 ต่อมาเมื่อปี 2542 บริษัทดังกล่าวเลิกกิจการไป เขาจึงเข้าสานงานต่อ โดยอาศัยที่เคยคลุกคลีอยู่ในวงการกาแฟมากว่า 20 ปี และรู้จักพื้นที่แถบนี้เป็นอย่างดี จึงได้ขอซื้อสิทธิ์ดำเนินกิจการ พร้อมกำหนดทิศทางการตลาดรูปแบบใหม่ ที่นอกจากจะขายส่งให้แก่กลุ่มธุรกิจกาแฟในกรุงเทพฯ แล้ว ยังวางแนวทางผลิต และจำหน่ายในท้องถิ่นให้เป็นที่รู้จักกว้างขวาง

 โดยแรกเริ่มได้ส่งวัตถุดิบไปผ่านกระบวนการแปรรูป เป็นกาแฟคั่วสำเร็จรูปที่สหกรณ์กาแฟ จ.ชุมพร ก่อนนำกลับมาจำหน่ายรูปแบบซุ้มกาแฟตามงานต่างๆ ใน จ.ลำปาง โดยใช้ชื่อ "เขลางค์นคร มิสเตอร์คอฟฟี่" เมื่อตลาดตอบรับดี เริ่มมีคนสนใจซื้อผลิตภัณฑ์จากไร่ จึงเปิดขายเป็นซุ้มกาแฟมากขึ้น และได้รับการส่งเสริมเป็นสินค้าโอท็อปของจังหวัด จากนั้นจึงลงทุนตั้งโรงงานผลิตกาแฟครบวงจร ทั้งแต่ปลูก ผลิต ถึงบรรจุหีบห่อ

 "ผลผลิตกาแฟจากไร่ปางมะโอมีหลายสายพันธุ์ ทั้งคาร์ติมอร์ อาราบิก้า เยลโลเมาเท่น เรดเมาเท่น โรบอตต้า ทำให้ผลผลิตที่ได้มีคุณภาพดี รสชาติกลมกล่อม พร้อมพัฒนารูปแบบการคั่วแต่ละสายพันธุ์เข้าด้วยกัน เพื่อให้ได้กาแฟบดที่มีกลิ่นหอม มีรสชาติหลากหลายเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง ถึงขณะนี้มีกาแฟรวม 14 ชนิด ป้อนตลาดหลัก คือกลุ่มซุ้มกาแฟ ในเมืองลำปาง 10 แห่ง และกระจายอยู่ตามจังหวัดภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ด้วย" เจ้าของไร่ปางมะโอกล่าวทิ้งท้าย

"ศชากานท์ แก้วแพร่"