ไลฟ์สไตล์

รอบรั้วเกษตร (อังคารที่ 2 พ.ย.53)

รอบรั้วเกษตร (อังคารที่ 2 พ.ย.53)

02 พ.ย. 2553

***เร่งป้องกันระบบสารสนเทศเกษตร
 กทม.-นายอรรถ อินทลักษณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการป้องกันปัญหาที่เกิดจากภัยจากน้ำท่วมที่จะสร้างผลกระทบในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ กรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้เตรียมแนวทางปฏิบัติเพื่อเตรียมรับสถานการณ์ภัยจากเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรของหน่วยงานอย่างเต็มที่ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงต่อความเสียหายจากน้ำท่วมสร้างความเสียหายให้แก่ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศได้ หลังจากน้ำลดลงเรียบร้อยแล้ว ให้ช่างไฟฟ้าตรวจสอบระบบไฟฟ้าในห้องควบคุมเครือข่ายว่า สามารถใช้งานได้ปกติหรือไม่ และเตรียมความพร้อมห้องควบคุมระบบเครือข่ายสำหรับติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและอุปกรณ์เครือข่าย เมื่อระบบไฟฟ้าใช้งานได้ตามปกติ ผู้ดูแลระบบและเจ้าหน้าที่ของบริษัทที่ทำหน้าที่ให้บริการบำรุงรักษาระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เหมือนเดิม พร้อมตรวจสอบเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่ายและระบบเครือข่ายสามารถให้บริการข้อมูล ก่อนแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อเข้ามาใช้บริการได้ตามปกติต่อไป 

***ชวนใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพ
 พะเยา-นายผล มีศรี หมอดินอาสาประจำ อ.ภูซาง จ.พะเยา เปิดเผยว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีจำนวนมากและใช้อย่างต่อเนื่องโดยขาดการปรับปรุงบำรุงดินเพิ่มความอุดมสมบูรณ์อย่างถูกวิธี ซึ่งไม่เพียงทำให้ดินค่อยๆ เสื่อมโทรมลงยังส่งผลต่อต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นการส่งเสริมให้เกษตรกรใช้ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชีวภาพของกรมพัฒนาที่ดินเช่น สารเร่งจุลินทรีย์พด. ต่างๆ จึงสามารถช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีทางการเกษตร ลดต้นทุนการผลิตแล้ว ยังช่วยให้เกิดการใช้ประโยชน์ที่ดินได้อย่างยั่งยืน หลังจากที่ได้สมัครเป็นหมอดินอาสาก็ได้ศึกษาเรียนรู้เรื่องการใช้สารอินทรีย์ทดแทนสารเคมีทางการเกษตร การผลิตและใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ได้แก่ การผลิตปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพ จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีอยู่ในท้องถิ่นไว้ใช้เอง ทำให้ปัจจุบันสภาพที่ดินดีขึ้นสมบูรณ์เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ สามารถลดต้นทุนการผลิตได้ถึงร้อยละ 20 จึงอยากให้เพื่อนเกษตรกรลองไปหาสถานีพัฒนาที่ดินที่ตั้งในจังหวัด ไปรับหัวเชื้อสารเร่งจุลินทรีย์ฟรี นำไปทดลองทำดูที่บ้าน ตนมีความเชื่อมั่นว่าถ้าดินดี น้ำก็จะดี แล้วพืชผลต่างๆ ที่เราปลูกก็จะเจริญงอกงามดีเช่นกัน

***ก.เกษตรฯ พร้อมช่วยเกษตรกรหลังน้ำลด 
 กทม.-นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ข้อมูลที่ได้รับรายงานตั้งแต่ต้นเดือน ต.ต.จนถึงปัจจุบัน พบว่ามีพื้นที่ในภาคการเกษตรที่ประสบภัยน้ำท่วมประมาณ 1.7 ล้านไร่ ทั้งนี้ ภายหลังน้ำลดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการสำรวจอีกครั้งว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่การเกษตรที่เสียหายจริงจำนวนเท่าใด ซึ่งได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรเร่งดำเนินการออกสำรวจพื้นที่ต่างๆ ที่ประสบภัยโดยเร็วภายหลังน้ำลด โดยการสำรวจนั้นคาดว่าจะใช้เวลาไม่นานนักเพราะกระทรวงเกษตรฯ ได้ขึ้นทะเบียนเกษตรกรและพื้นที่ทำการเกษตรแล้วในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งจะทำให้การจ่ายเงินช่วยเหลือหรือชดเชยทำได้เร็วขึ้นและถึงตัวเกษตรกรอย่างแท้จริง ซึ่งน้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นพื้นที่นาข้าว เชื่อว่าจะไม่กระทบต่อผู้บริโภคผักมากนัก