
ลองกองหวาน
ลองกองหวานไม่น่าจะเป็นข่าว แต่ก็เป็นข่าว เพราะลองกองทั้งหวานทั้งถูก กก.ละ ๔ บาท แล้วเจ้าของสวนจะได้อะไร
วันนี้มีญาติโยมขึ้นมาจากปัตตานี ฝากลองกองมาถวาย ๑ กล่อง ก็ได้ถวายพระ และแจกจ่ายไปตามญาติโยม บรรดาช่างที่มาทำงานก่อสร้าง โดยทั่วหน้า
เจ้าของสวนลองกองที่เป็นหนี้เป็นสิน หวังว่าเมื่อขายลองกองงวดนี้จะได้ปลดหนี้ ต่างก็อกหักผิดหวังไปตามๆ กัน เพราะลองกองที่เคยราคา กก.ละ ๓๕ บาท เหลือเพียง กก.ละ ๔ บาท ค่าจ้างคนเก็บลองกองก็ยังมากกว่าราคาขายแล้ว
ทำให้เราต้องมาทบทวนการใช้ชีวิตของเรา อย่าเป็นหนี้เป็นสิน การเป็นหนี้เป็นสิน เป็นหายนะของชีวิต อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด เพราะดอกเบี้ยที่ทบต้นหลายครั้ง
เขาว่า คนจนซื้อของแพงกว่าคนรวย คิดดูแล้วจริง แต่คนจนก็มักจะอยากใช้ของที่คนรวยเขาใช้ เช่น เขาอาจจะซื้อรถได้ในราคา ๗ แสน เพราะเขาซื้อเงินสด แต่คนจนอยากมีอย่างเขาบ้าง แต่ไม่มีเงิน ก็ไม่เลิกคิด ก็ต้องใช้เงินที่ไม่ได้อยู่ในกระเป๋าของตัวเอง คือ ใช้เงินในอนาคต เมื่อใช้เงินผ่อนส่ง ก็ต้องมีดอกเบี้ย รถที่คนมั่งมีเขาซื้อ ๗ แสน ราคารถก็เท่าเดิม แต่คนจนต้องจ่าย ๑ ล้าน
นี้เป็นเรื่องจริง แต่เราหลอกตัวเอง ไม่ค่อยยอมมองเรื่องที่เป็นจริง
ถ้าวิถีชีวิตของเราเรียบง่าย ไม่ต้องจ่ายให้กับความฟุ้งเฟ้อ ไม่ต้องจ่ายให้กับราคาของแฟชั่นที่ล้วนนายทุนเป็นคนกำหนด เราก็จะอยู่ดีมีสุข ตามอัตภาพ พอสมควร
ลองกองมันจะถูกจะแพง เราก็ไม่เดือดร้อนมากนัก ขายไม่ได้ แจกกันกิน ก็ยังทำได้
บ้านหนึ่ง ขายข้าวสาร น้ำท่วมบ้าน ก็เลยเปิดบ้านให้ข้าวสารเสียเลย ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว มาถึงจุดหนึ่งในชีวิตเราต้องคิดเป็น แล้วเราจะไม่ต้องอยู่กับคำว่า "ขาดแคลน" ก็ใจมันพอตั้งแต่ต้น แล้วจะขาดแคลนอะไร
เวลาเราลำบาก ลำบากด้วยกัน ช่วยกันคนละไม้ละมือ แสงสว่างอยู่ข้างหน้า เป็นทั้งของเรา และของเขา
"ธัมมนันทา"



