
โลกใบนี้ดนตรีไทย - เทศน์มหาชาติ 2
ย้อนไปเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ในขณะที่ผมกำลังเดินทางกลับจากหาดใหญ่ด้วยสายการบินนกแอร์ และผมได้พบกับชายวัยกลางคน อายุอานามก็คงจะแก่กว่าผมไม่กี่ปี ซึ่งระหว่างที่อยู่บนเครื่องบินก็สนทนากับกับผมหลายเรื่อง และก็ทราบว่าเขาชื่อ คุณวิโรจน์ ซึ่งทำงานเป็นร
โดยคุณวิโรจน์บอกกับผม ว่าได้อ่านคอลัมน์ของผมเป็นประจำ เพราะที่ทำงานของท่านรับหนังสือพิมพ์คมชัดลึกและอื่นๆ หลายฉบับ และก็ชอบคอลัมน์ของผมที่อ่านแล้วทำให้เกร็ดความรู้แต่ในบางฉบับ อย่างเรื่องราวของ พระพิฆเนศวร์ หรือ พระพิราพ คุณวิโรจน์บอกกับผม ว่าเขาทราบประวัติของเทพองค์ต่างๆ เหล่านี้ดีอยู่แล้ว เพราะว่าเขาเป็นคนที่ชอบสะสมของเก่าและศึกษาเรื่องวัตถุโบราณ เช่น พระกรุ พระเครื่อง แถมยังบอกอีกว่าถ้าผมไปเที่ยวบ้านจะให้เหรียญพระพิฆเนศวร์ผม 1 องค์ และคุณวิโรจน์ได้กล่าวขอบคุณผมที่เขียนเรื่องราวของเทพองค์ต่างๆ ให้แก่คนทั่วไปอ่านกัน เพราะว่าเรื่องราวแบบนี้จะหาอ่านกันแบบสาธารณชนหรืออ่านกันฟรีๆ นั้นยากมาก และก็ได้แนะนำให้ผมเขียนเรื่อง เทศน์มหาชาติ เพราะอยากให้คนรุ่นใหม่ได้อ่านเรื่องนี้กันเยอะๆ ผมก็รับปากกับคุณวิโรจน์ว่าจะเขียนให้อ่านกันอย่างแน่นอน แต่ก็คงจะเป็นหลังช่วงออกพรรษาไปแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่วัดต่างๆ จะชอบจัดงานเทศน์มหาชาติกันในช่วงนี้อยู่พอดี
คุณวิโรจน์บอกผม ว่าความจริงแล้วการเทศน์มหาชาติเขาจะนิยมจัดกันในช่วงเข้าพรรษามากกว่า เพราะเนื่องจากพระสงฆ์ในวัดจะอยู่กันพร้อมเพรียง เนี่องจากต้องจำพรรษาอยู่ในวัด ไปไหนไม่ได้ ซึ่งตรงนี้มันก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานานว่า การเทศน์มหาชาตินิยมจัดกันในช่วงไหน พิจารณาจากเหตุผลของคุณรวิโรจน์แล้วก็มีความถูกต้องและเป็นไปได้มาก แต่สำหรับตัวผม จากประสบการณ์ที่ตีระนาดตามวัดต่างๆ ตั้งแต่เด็ก ในสมัยที่ผมอายุประมาณ 10 ขวบ ก็จะไปงานเทศน์มหาชาติ ที่ วัดทองนพคุณ ย่านคลองสาน วัดนี้จะมีสัมพันธภาพที่ดีมาตั้งแต่สมัยปู่ของผม หรือกล่าวโดยง่ายว่า วงปี่พาทย์ของปู่ผมประจำอยู่ที่วัดทองนพคุณ จนกระทั่งปู่ผมเสียชีวิต พี่ชายของพ่อผมก็รับช่วงต่อ ผมเองก็เลยคลุกคลีที่วัดนี้มาตั้งแต่ยังเด็ก โดยที่วัดทองนพคุณสมัยนั้นจะจัดงานเทศน์มหาชาติ 3 วัน โดยวันแรกจะเป็นการ เทศน์คาถาพัน หรือเป็นการเทศน์สรุปเรื่องย่อคำทั้งหมดก่อนหนึ่งวัน และวันที่ 2-3 ก็จะเทศน์ครบ 13 กัณฑ์ ตั้งแต่เช้าจนถึง 4 ทุ่ม โดยวันที่ 2 ที่วัดทองนพคุณในสมัยนั้นก็นิยมจัดให้ตรงกับวันตักบาตรเทโว ซึ่งก็ต่อจากวันออกพรรษา 1 วันนั่นเองจึงเท่ากับว่าวัดทองนพคุณจัดเทศมหาชาติวันแรกเป็นวันออกพรรษา
แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นในสมัยเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว มาในปัจจุบันนี้ หลังจากที่วงปี่พาทย์ของลุงผมไม่ได้ประจำที่วัดทองนพคุณตั้งแต่ พ.ศ. 2519 ผมเองก็ยังไม่เคยไปที่นั่นอีกแม้แต่ครั้งเดียว ก็เลยไม่ทราบว่าในปัจจุบันวันทองนพคุณยังคงจัดเทศน์มหาชาติในช่วงนี้หรือเปล่า
ในส่วนของวัดราษฎร์บำรุงซึ่งก็เป็นวัดที่พ่อของผมทำปี่พาทย์ประจำที่นี่ตั้งปี พ.ศ.2515 จนถึงปัจจุบัน ก็เป็นลูกศิษย์ของผมยังทำประจำอยู่ โดยมีผมเป็นผู้ควบคุม หรือเรียกเอาว่าโต้โผนั่นแหละครับ ซึ่งวัดราษฎรบำรุงก็จัดงานเทศน์มหาชาติอยู่ในช่วงต้นปีก็คือเดือน กุมภาพันธ์ ซึ่งจะเห็นได้ว่าความรู้สึกของผมตั้งแต่เด็กนั้น เทศน์มหาชาติควรจะจัดในช่วงออกพรรษามากกว่า แล้วก็มีพระภิกษุสงฆ์รูปหนึ่งซึ่งอยู่ที่วัดราษฎร์บำรุง ก็เคยบอกกับผมว่าประเพณีเทศมหาชาติก็เป็นของประชาชนทั่วไป โดยตั้งแต่สมัยโบราณจะนิยมจัดในช่วงระหว่างเดือน 12 ถึงเดือนอ้าย ซึ่งก็จะอยู่ในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคมโดยประมาณ แต่ก็พอจะสรุปได้ว่าการเทศน์มหาชาติสามารถจัดได้ทุกเดือน ขึ้นอยู่ที่ความพร้อมของวัดและอุบาสกอุบาสิกาในละแวกนั้นๆ
การเทศน์มหาชาติ ส่วนใหญ่มักจะขึ้นตามวัดต่างๆ แต่ความจริงแล้วสามารถที่จะจัดได้ตามสถานที่ต่างๆ แม้กระทั่งบ้านคนทั่วไปก็สามารถจัดเทศน์มหาชาติได้ ซึ่งเมื่อ ปี พ.ศ.2538 ผมจำได้ว่าเคยไปตีระนาดงานเทศน์มหาชาติที่จัดขึ้นในบ้านของกำนันประจวบ ซึ่งอยู่ในย่านหัวสะพาน จ.เพชรบุรีมาแล้ว และโรงเรียนต่างๆ ก็ยังเคยจัดเทศน์มหาชาติในโรงเรียนอีกหลายแห่ง แต่ที่นิยมจัดกันในวัดก็เป็นเพราะว่า อุบาสก อุบาสิกาทั่วไปสามารถที่จะไปร่วมฟังการเทศน์มหาชาติได้มากกว่าในบ้านของผู้ใดผู้หนึ่งหรือแม้กระทั่งในโรงเรียน
การเทศน์มหาชาติไม่ว่าจะจัดที่ไหนก็จะต้องตบแต่งสถานที่ด้วย ต้นกล้วย ต้นอ้อย เพื่อให้สถานที่ดูคล้ายๆ กับป่านิโครธาราม ซึ่งเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงเล่าเรื่องพระเวสสันดรให้แก่พระสงฆ์ที่เป็นสาวกได้ฟัง
เอาล่ะครับ เขียนกำลังเพลินๆ ก็หมดเนื้อที่อีกแล้ว เดี๋ยวเอาไว้ฉบับหน้าผมจะเขียนถึงเพลงต่างๆ ของวงปี่พาทย์ที่ใช้บรรเลงประจำกัณฑ์เทศน์ต่างๆ ทั้ง 13 กัณฑ์ ว่าเพลงอะไร ใช้กับกัณฑ์เทศน์ไหนบ้าง......สวัสดีครับ
"ขุนอิน"



