ไลฟ์สไตล์

เจาะ"กวางโจว"กับสำนักข่าวซีอาร์ไอ (จบ)ดูวิธีทำนาแบบโบราณที่หมู่บ้าน "จื้อลี่"

เจาะ"กวางโจว"กับสำนักข่าวซีอาร์ไอ (จบ)ดูวิธีทำนาแบบโบราณที่หมู่บ้าน "จื้อลี่"

01 พ.ย. 2553

ต่อจากอาทิตย์ที่แล้ว

 วันสุดท้ายสำหรับการตะลอนเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ ใน 5 เมืองใหญ่ของมณฑลกวางตุ้ง ประกอบด้วย กวางโจว เสิ่นเจิ้น จูไห่ จงซานและเจียงเหมิน ตามโครงการสื่อมวลชนสัญจรไทย-จีน เจาะข่าวกวางตุ้ง กับสำนักข่าวซีอาร์ไอ โดยเริ่มจากเมืองจูไห่ เมืองชายทะเลของมณฑลกวางตุ้งมีความยาวกว่า 300 กิโลเมตร ที่กำลังได้รับการพัฒนาให้เป็นเมืองเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมใหม่ของจีน มีชื่อว่า นิคมนิวไฮเทคแห่งชาติ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตศูนย์ธุรกิจในเขตเหิงฉินใหม่ (Heng Qin Xin Qu)

 ปัจจุบันรัฐบาลจีนมีโครงการพัฒนาระบบการคมนาคมให้มีความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยการสร้างสะพานเชื่อมระหว่าง 3 เมืองใหญ่คือ ฮ่องกง มาเก๊า และจูไห่ มีความยาวกว่า 50 กิโลเมตร ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2016 และอนาคตจูไห่แห่งนี้จะกลายเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญเป็นประตูสู่จีนแผ่นดินใหญ่

 หลังเต็มอิ่มกับการเยี่ยมชมไฮเทคโนโลยีและสัมผัสวิถีธรรมชาติชายทะเลที่เมืองจูไห่ จากนั้นทั้งหมดก็มุ่งสู่เมืองจงซาน (Zhong Shan) บ้านเกิดของ ดร.ซุน ยัด เซ็น อยู่ห่างจากนครกวางโจวไปทางตะวันออกเฉียงใต้ราว 300 กิโมตร เป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ของจีนที่มีความเจริญเติบโตทั้งทางด้านเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม

 โดยเฉพาะตำบลเสี่ยวหล่าน (Xiao Lan) อยู่ทางตอนเหนือของเมืองนั้น ที่ได้ชื่อว่าเป็นตำบลที่สวยงามที่สุดของจีนและของโลก ซึ่งมีชื่อเสียงในเรื่องของการผลิตดอกเบญจมาศส่งออก แม้ตำบลแห่งนี้จะมีการลงทุนของบริษัทต่างๆ มากกว่า 8,000 แห่ง แต่ชีวิตความเป็นของประชาชนก็ได้รับการดูแลจากรัฐบาลกลางอย่างเต็มที่

  แม้วาติ (Vatti) จะเป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เครื่องครัวชั้นนำของประเทศ แต่ที่ได้สร้างชื่อให้บริษัทและตำบลเลี่ยวหล่านและเมืองจงซานนั้นคือการผลิตคบเพลิงเพื่อใช้สำหรับงานมหกรรมกีฬาต่างๆ ของจีน โดยเฉพาะในปี 2008 บริษัทได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลจีนให้ผลิตคบเพลิงเพื่อใช้ในพิธีเปิดมหกรรมกิฬาโอลิมปิก ณ กรุงปักกิ่ง และล่าสุดบริษัทก็ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลจีนอีกครั้งในการผลิตคบเพลิงเพื่อใช้สำหรับพิธีเปิดมหกรรมกีฬาเอเชี้ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 หรือกวางโจวเกมส์ ณ นครกวางโจว ระหว่างวันที่ 12-27 พฤศจิกายนนี้

 “สำหรับประเทศไทยนั้นชาวตำบลเสี่ยวหล่านรู้จักดี เพราะเกือบทุกคนในตำบลนี้เคยไปเที่ยวประเทศไทยมาแล้ว ด้านผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของที่นี่ที่เมืองไทยก็มีขาย” หู กัง รองประธานกรรมการบริษัท วาติ จำกัดเผยข้อมูล ไม่เฉพาะเสี่ยวหล่านเท่านั้นที่สร้างชื่อให้เมืองจงซาน ตงเฟิง ก็เป็นอีกตำบลที่มีชื่อเสียง แม้จะเป็นตำบลเล็กๆ ในพื้นที่ชนบท แต่ก็มีความสำคัญในเรื่องการเกษตร หลั่ว เจียน ฝัว ผู้บริหารตำบลตงเฟิง บอกว่า แม้ตงเฟิงจะเป็นแหล่งผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าสำคัญของจีน แต่ที่นี่ยังเต็มไปด้วยพื้นที่เกษตรกรรม ปัจจุบันประชากรส่วนใหญ่มีรายได้หลักมาจากอาชีพการเกษตร อาทิ ทำนา เลี้ยงสัตว์ ปลูกอ้อย เลี้ยงไหมและขุดบ่อเลี้ยงปลา ในช่วง ๓๐ ปีแห่งการปฏิรูปและเปิดประเทศ ทำให้ตงเฟิงปรับตัวครั้งใหญ่ ทำให้ปัจจุบันมีบริษัทเข้ามาลงทุนมากกว่า 2,000 แห่ง แต่ก็ยังน้อยกว่าตำบลเสี่ยวหล่าน

 “ผมเคยไปเมืองไทยมาครั้งหนึ่งเมื่อปี 1993 ซึ่งได้สร้างความประทับใจให้ผมเป็นอย่างยิ่ง ความเจริญของไทยสมควรที่นำเอามาศึกษา ปัจจุบันแม้การพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคมาเราเข้าสู่เวทีใหม่แล้ว แต่เรื่องการท่องเที่ยวเรายังแพ้ไทย” ผู้บริหารตำบลตงเฟิงคนเดิมเผย

 หลังเยี่ยมชมสถานที่สำคัญต่างๆ ของเมืองจงซาน พร้อมไหว้สักการะรูปปั้นของ ดร.ซุน ยัด เซ็น ที่ประดิษฐานอยู่หน้าที่ว่าการของเมือง จากนั้นก็เดินทางไปยังหมู่บ้านวัฒนธรรมจื้อลี่ (ZiLi) ในตำบลไคผิง (Kai Ping) เมืองเจียงเหมิน อยู่ห่างจากเมืองจงซานไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ราว 100 กิโลเมตรเศษ ซึ่งหมู่บ้านแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2008 ปัจจุบันมีชาวบ้านอาศัยอยู่ในประมาณ 60 ครัวเรือน หรือประมาณ 200 คน ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมือง 100 เปอร์เซ็นต์

 หลี่ ซ้ง เซียว สาวน้อยหน้าใสมัคคุเทศก์ท้องถิ่นหมู่บ้านวัฒนธรรมจื้อลี่ บอกว่า หมู่บ้านแห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของชนเผป่าพื้นเมืองของจีน เดิมมีอยู่ทั้งสิ้น ๑๐๐๐ กว่าครัวเรือน แต่หลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 1948 ทำให้จำนวนประชากรลดลง บางส่วนก็อพยพไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก ทำให้ปัจจุบันคนในหมู่บ้านที่อยู่ต่างแดนก็ส่งเงินกลับมาให้ญาติพี่น้องที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

 “จื้อลี่ แปลว่าพึ่งพาตนเอง ชาวบ้านที่นี่ยังมีอาชีพหลักคือทำนาที่สืบทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ แล้วเป็นการทำนาแบบดั้งเดิม ใช้ควายไถนา ปลูกข้าวก็ใช้แรงงานคน พันธุ์ข้าวก็เก็บไว้เอง ปุ๋ยก็ทำเอง ทุกอย่างทำเองหมด ไม่พึ่งพาวัตถุดิบหรือเครื่องทุ่นแรงจากภายนอกเลย ข้าวปลูกไว้กินเอง สัตว์ต่างๆ ที่เลี้ยงก็เอาไว้กินกันในหมู่บ้าน ส่วนรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยวและญาติพี่น้องจากต่างแดนส่งมาให้” มัคคุเทศก์คนเดิมอธิบาย ก่อนชี้ให้ดูชาวบ้านกำลังใช้ควายไถนาในพื้นที่นาใกล้หมู่บ้าน ซึ่งเข้าสู่ในช่วงฤดูปักดำ

  นี่เป็นส่วนหนึ่งในการตะลุยกวางโจวและอีกหลายเมืองสำคัญๆ ของมณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีนของสื่อมวลชนไทย-จีน ที่วันนี้มีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับการต้อนรับผู้มาเยือนและดูการแข่งขันมหกรรมกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 16 หรือกวางโจวเกมส์ ที่กำลังจะมาถึง ระหว่างวันที่ 12-27 พฤศจิกายนนี้

สุรัตน์ อัตตะ