
"สมาร์ท เลิร์นนิ่ง กทม."ดึงเด็กไทยเรียนรู้ท้องถิ่น
"เรามุ่งเน้นให้เด็กๆ จะได้สัมผัสกับประสบการณ์จริงและเรียนรู้อย่างอิสระกับห้องเรียนธรรมชาติที่ไร้ขอบเขต โดยการเรียนการสอนเป็นรูปแบบการเรียนรู้เชิงบูรณาการ เรียนรู้โดยการเชื่อมโยงทุกสิ่งที่อยู่รอบตัว
เช่น การเรียนคณิตศาสตร์ ครูผู้สอนก็จะให้เด็กออกไปสัมผัสธรรมชาติ ให้เด็กสังเกตการเติบโตของต้นโกงกาง รวมถึงการนับจำนวนของต้นโกงกางที่ปลูกไว้ในแต่ละแปลงว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งเป็นการนำความรู้ในวิชาคณิตศาสตร์สอดแทรกเข้าไปโดยที่เด็กไม่รู้ตัว เป็นการประหยัดงบประมาณในการผลิตสื่อการเรียนการสอน โดยหันมาใช้สื่อการเรียนการสอนจากธรรมชาติ" ผอ.กริชพล กลิ่นหอม ผู้อำนวยการโรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ กทม. กล่าว
โรงเรียนคลองพิทยาลงกรณ์ เป็นโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร ตั้งอยู่ในเขตบางขุนเทียน-ชายทะเล มีพื้นที่ทั้งหมด 32 ไร่ 1 งาน มีครู 25 คน นักเรียนทั้งหมด 500 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กในชุมชน รวมถึงจังหวัดใกล้เคียง เดิมใช้หลักสูตรการสอนตามแนววิถีพุทธ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยยึดตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง เนื่องจากในพื้นที่มีความโดดเด่นเรื่องธรรมชาติป่าชายเลน
หลังจากมีโครงการ Smart Learning จึงได้นำหลักสูตรนี้มาบูรณาการให้เข้ากับการเรียนการสอนที่ใช้สิ่งแวดล้อมเป็นสื่อ เช่น การเรียนวิทยาศาสตร์ เรื่องต้นไม้ สัตว์น้ำ วิถีชีวิตของคนในชุมชนบริเวณริมป่าชายเลน แลกเปลี่ยนความรู้จากโรงเรียนลงไปสู่คนในชุมชนอีกด้วย สอนให้เด็กๆ ในโรงเรียนและชาวบ้านในชุมชนเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างป่าชายเลนกับสิ่งมีชีวิตที่สามารถเอื้อประโยชน์และอยู่ร่วมกันได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของทุกคนในท้องถิ่นดีขึ้นด้วย
หลักสูตร Smart Learning เป็นการเน้นในเรื่องของเนื้อหาที่เข้มข้นและใช้รูปแบบการเรียนเชิงบูรณาการ ซึ่งโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานครทั้งหมด 436 โรงเรียนได้นำหลักสูตรนี้เป็นแนวทางในการสอนเด็กๆ ทั้งในเรื่อง Smart Science through magic กลวิทย์เสริมปัญญา, Smart Mathematic with fun คณิตพาสู่ชีวิตจริง, Smart Interculturul Learning รู้พึ่งอิงวัฒนธรรม และ Smart Language art skill อ่านเขียน เรียนคำภาษาต่างประเทศ
"จรวยพร ด้วงแป้น" อาจารย์วิชาภาษาไทยและคณิตศาสตร์ เล่าว่า ทุกวิชาจะนำความรู้ของภูมิปัญญาชาวบ้านในท้องถิ่นมาประยุกต์เข้ากับเนื้อหาของแต่ละวิชา เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้สู่คนในชุมชน ทำให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมดั้งเดิมของท้องถิ่นอีกด้วย นอกจากนั้นเรื่องเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์เด็กๆ ได้เริ่มเรียนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล รวมถึงเรื่องภาษาที่มีการสอนภาษาจีน เพิ่มเติมจากวิชาที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดไว้
ส่วนเรื่องการนำความรู้ในรายวิชาต่างๆ ไปประยุกต์ในชีวิตประจำวัน "น้องอาย" ณิชนันท์ เพชรเพ็ญ และ "น้องใบเตย" ลลิตวดี รอดเขียว นักเรียนชั้น ป.5 บอกว่า การเรียนรู้นอกห้องเรียน การศึกษาธรรมชาติป่าชายเลนที่เป็นทรัพยากรในท้องถิ่น เข้าใจเรื่องระบบนิเวศวิทยาและห่วงโซ่อาหารของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่พึ่งพาอาศัยกัน และได้นำความรู้กลับไปพัฒนาให้ความรู้กับชาวบ้านในชุมชน เพื่อช่วยกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของคนรุ่นต่อไป เพราะธรรมชาติที่สมบูรณ์จะหล่อเลี้ยงทุกชีวิตในชุมชนให้อยู่อย่างมีความสุขได้
"ทุกครั้งที่ได้ออกไปเรียนนอกห้องเรียน ทำให้รู้สึกว่าเราได้อยู่ใกล้ธรรมชาติและเรียนรู้เรื่องต่างๆ อย่างเข้าใจมากขึ้น อีกทั้งยังรู้จักการทรัพยากรธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งที่โรงเรียนจะมีการสอนทั้งความรู้เชิงวิชาการ และความรู้แบบประยุกต์ที่สอนการใช้ทักษะในชีวิตประจำวัน เช่น การทำการเกษตร ทั้งปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ งานฝีมือ ซึ่งเป็นความรู้ที่สามารถนำไปประกอบอาชีพได้" น้องอายเล่า
นอกจากนั้น น้องใบเตย เสริมว่า นำความรู้ที่ได้จากการเรียนไปสอนให้คนในชุมชนรู้จักการแยกขยะ การนำขยะมารีไซเคิลให้เกิดประโยชน์อีกครั้ง อย่างการนำเสื้อผ้าเก่าๆ มาทำเป็นผ้ามัดย้อมด้วยใบชะครามที่เป็นไม้ถิ่น เพื่อนำกลับมาใช้ได้ใหม่ ซึ่งเป็นการลดปริมาณขยะและช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในครอบครัว รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนความรู้จากภูมิปัญญาชาวบ้านมาประยุกต์กับความรู้สมัยใหม่ทั้งเรียนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารทะเล
เช่นเดียวกับ "น้องเต้ย" ภูมเรศ รอดเขียว นักเรียนชั้น ป.2 รุ่นน้องโรงเรียนเดียวกัน บอกว่า ชอบให้คุณครูพาออกไปเรียนนอกห้อง เพราะได้เห็นของจริงบางอย่างว่ามันแตกต่างจากในหนังสือโดยเฉพาะวิชาวิทยาศาสตร์ก็ได้เรียนเรื่องป่าชายเลน ลักษณะของต้นโกงกาง และสัตว์น้ำต่างๆ เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ทำให้เข้าใจมากขึ้น ได้เรียนรู้วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนในชุมชนที่เขานำกลับไปใช้ในชีวิตประจำวัน ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน ปลูกผัก ทำสวน และมักได้คำชื่นชมจากผู้ใหญ่ทุกครั้ง ทำให้เขารู้สึกว่าได้ใช้ความรู้ในทางที่เกิดประโยชน์
โรงเรียนแห่งนี้ได้รับรองจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. อยู่ในระดับดีมาก ซึ่ง กทม.จะจัดงาน "มหกรรมการศึกษากรุงเทพมหานคร : เก่งแบบมีสุข สนุกกับการเรียน ทั้งชีวิต...เราดูแล (Smart Learning)" เป็นเวทีแลกเปลี่ยนทางการศึกษา และเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้แสดงความสามารถด้านการศึกษา รวมถึงการจัดแสดงศักยภาพการเรียนการสอนของแต่โรงเรียน เพื่อเป็นทางเลือกในการตัดสินใจของพ่อแม่ผู้ปกครอง วันที่ 5-6 พฤศจิกายนเวลา 10.00-18.00 น. ณ ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดให้ชมฟรีตลอดงาน
0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0



