
2นักเรียนเข้าสอบเป็นนศ.แพทย์แล้ว
2 นักเรียนได้เข้าสอบ แพทย์ของกสพท. แล้ว เจ้าหน้าที่เตรียมห้องไว้ให้ ขณะที่มีอีก 2 รายที่โดนแบบเดียวกันก็มีโอกาสสอบด้วยแม้ศาลไม่ได้คุ้มครอง กก.สิทธิ เตรียมหารือช่วยคนที่เสียโอกาสไม่ได้มา เผย ระแวงกลัวความผิดพลาดต้องให้คนมาเฝ้ากลัวตื่นไม่ทัน
(30ต.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากการที่ศาลปกครองมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ 2 ผู้ที่ถูกกลุ่มสถาบันแพทย์ศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท.) ตัดสิทธิเข้าสอบเพื่อคัดเลือกบุคคลเข้าเรียนคณะแพทยศาสตร์ผ่าน กสพท.ในปีการศึกษา 2554 เนื่องจากขาดหลักฐานเพียงรูปถ่าย 1 ใบ เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. ของคืนวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา ส่งผลให้กสพท.ต้องเปิดโอกาสให้สองผู้ร้องที่ถูกตัดสิทธิสอบจากกรณี ดังกล่าว คือ น.ส.ศิริขวัญ เจริญสุขโสภณ และ น.ส.ศรัญญา จันนามวงศ์ ได้เข้าสอบ โดยให้ น.ส.ศิริขวัญได้เข้าสอบที่คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ น.ส.ศรัญญาสอบที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต และให้ไปรายงานตัวที่สนามสอบทั้งสองแห่งในเวลา 07.00 น. โดยทางกองอำนวยการสอบจะจัดห้องสอบสารอง และบัตรอนุญาตเข้าห้องสอบชั่วคราวให้
ต่อมาเมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 30 ต.ค. น.สงศิริขวัญก็ได้เดินทางไปรายงานตัวสอบที่ คณะแพทย์ศาสตร์จุฬาฯ โดยมี นายปริญญา ศิริสาระการ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ไปให้กำลังใจ ซึ่งนายปริญญาเปิดเผยว่า ที่สนามสอบเดียวกันนี้ นอกจาก น.ส.ศิริขวัญแล้วยังมี น.ส.นาเดีย จิตเจริญธร นักเรียนจากโรงเรียนมาแตร์เดอี ที่เป็นผู้ถูกตัดสิทธิจากกรณีเดียวกันมาขอสอบด้วยซึ่งทางกสพท. ก็อนุญาติให้เข้าสอบ แม้ว่าศาลปกครองจะคุ้มครองเพียง ผู้ฟ้องคดีสองรายเท่านั้น โดยอาจารย์ที่ดูแลการสอบก็ให้ความสะดวก แต่ที่น่าเสียใจคือมีเด็กที่อยู่ในสถานการณืเดียวกันถึง 41 คน และเมื่อเขาไม่ทราบว่าศาลปกครองมีคคำสั่งคุ้มครองเช่นนี้ทำให้เขาเสียประโยชน์ หลังจากนี้ตนจะหารือกับประธานกรรมการสิทธิฯว่าจะหาทางช่วยเหลือได้อย่างไรบ้าง อาจขออำนาจศาลเพื่อมีคำสั่งให้เปิดสอบใหม่สำหรับผู้ที่เสียโอกาสก็เป็นได้
"กรณีอย่างนี้เป็นบทเรียนที่ใหหญ่หลวงและเขาอาจจะเสียสิทธิอย่างถาวระถ้าไม่รู้จักรรมการสิทธิฯ เพราะ ประชาชนทุกคนมีสิทธิที่รับความคุ้มครอง โดยเราทำตามอำนาจหน้าที่และเด็กทุกคนยืนยันว่าส่งรูปครบ ซึ่งยังไม่แน่ใจว่าเกิดความผิดพลาดตรงไหนหรือไม่ โดยน.ส.ศิริขวัญ เมื่อวานกว่าจะกลับบ้านก็เที่ยงคืนเกือบตีหนึ่ง เขาเสียเวลาไปอยู่ที่ศาลถึงเที่ยงคืนเป็นการบั่นทอนจิตใจพอควร เหตุการณืที่เกิดขึ้นครั้งนี้เราไม่โทษใครเพราะอาจเะกิดความผิดพลาด แต่เรื่องแบบนี้ก็น่าจะอนุโลมได้ ตนอยากบอกผู้ที่ออกมาว่าเรื่องแบบนี้ถ้าผิดพลาดก้ไม่น่าจะเป็นหมอต่อไปนี้คนที่ผิดพลาดเขาจะจำข้อผิดพลาดไปจนตายและไม่ทำผิดพลาดอีก"นายปริญญากล่าว
ขณะที่ สนามสอบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต น.ส.สรัญญาได้ไปรายงานตัวสอบตามเวลาที่กำหนดไว้เช่นกัน และมี น.พ.แท้จริง ศิริพาณิข กรรมการสิทธิฯ ไปให้กำลังใจโดยน.พ.แท้จริงกล่าวว่า นอกจาก น.ส.ศรัญญาแล้ว ยังมีผู้ที่มาขอเข้าสอบอีกคือ นายอนุพงษ์ (ไม่ทราบนามสกุล) โดยอาจารย์ที่คุมสอบก็ใจดีจัดห้องสอบให้ เพราะไม่มีที่นั่งล่วงหน้านอกจากนี้ยังมีการเตรียมการเผื่อกรณีเดียวกันไว้หลายที่นั่ง ทั้งนี้คำสั่งศาลปกครองเพิ่งออกช่วงกลางคืนที่ผ่านมา ทำให้เราก็สื่อสารเท่าที่ทำได้
น.พ.แท้จริงกล่าวว่า กรณีนี้จับมือใครดมไม่ได้ ว่าเกิดจากใคร ซึ่งจริงๆแล้วหากเกิดข้อผิดพลาดและผู้จัดจะเห็นใจก็แค่ติดต่อกลับไป เพราะใบสมัครก็มีทั้งอีเมล์ เบอร์โทรศัพท์ แต่นี่เขาไปเขียนในเว็บ ซึ่งหากเป็นคน ใน กทม. ที่เข้าถึงได้ง่ายคงไม่ใช่ปัญหา แต่นี่เด็กทั้งประเทศอย่างต่างจังหวัดไกลๆ กว่าจะเข้าอินเตอร์เน็ตต้องออกจากบ้านเข้าเมือง มันไม่สะดวก อีกทั้งพอเข้าเยอะไปก็ล่มอีก ดังนั้นน่าจะมีช่องทางอื่น เพราะความผิดพลาดก็ไม่ได้มีเป็นหมื่น นี่เป็นแค่หลักร้อยเท่านั้น ขอให้คิดว่าขอให้คิดถึงอนาคตเด็ก หากเป็นลูกของเรา เราจะทำไหม หากคณะผู้จัดการสอบคิดว่าเกิดกับลูกตัวเองจะทำอย่างไร
"สภาพ น.ส.ศรัญญากว่าจะกลับถึงบ้านก็เกือบห้าทุ่ม น้องชายต้องมานั่งเฝ้าเพื่อให้หลับ และคอยปลุกตอนเช้าเพราะกลัวจะตื่นไม่ทัน ผมก็บอกว่าทำไมไม่ใช้นาฬิกาปลุก เขาก็บอกว่าวกลัวพลาด เราก็เข้าใจว่า คนมันเคยพลาด เลยระแวง แต่เราก็บอกตลอดว่านี่ยังไม่จบการต่อสู้เพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น และกรรมการสิทธิฯจะเป็นกำลังใจ ให้ตลอด"น.พ.แท้จริงกล่าว



