ไลฟ์สไตล์

ผสานวัฒนธรรมถิ่นมังกรลงบนลาคอสต์

ผสานวัฒนธรรมถิ่นมังกรลงบนลาคอสต์

31 ต.ค. 2553

เป็นธรรมเนียมไปซะแล้วสำหรับลาคอสต์ที่ทุกปีจะต้องมีเสื้อเก๋ลิมิเต็ด เอดิชั่น ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์คนดังของโลก และไม่ว่าจะออกมาทีไรก็เป็นที่ถูกอกถูกใจของแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์สัญลักษณ์จระเข้สีเขียวเสมอ

 และปีนี้ลาคอสต์เลือกศิลปินชาวจีน หลี เสี่ยวเฟิง ผู้มีชื่อเสียงในเรื่องของพอร์ชเลน นำลวดลายที่สะท้อนวัฒนธรรมของคนจีนมารังสรรค์เป็นเสื้อโปโล L.12.12 สำหรับผู้หญิงและผู้ชาย พร้อมเลือกเปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลกในเอเชียที่ปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีสื่อมวลชนจากทั่วเอเชียบินมาร่วมงานอย่างคับคั่ง

 หลี เสี่ยวเฟิง ได้เริ่มต้นจากการเป็นนักจิตรกรรมฝาผนัง ก่อนจะผันตัวเองมาเป็นนักประติมากรรม เพื่อที่จะค้นหารูปแบบใหม่ๆ ในการนำเสนอภูมิประเทศของจีน ด้วยการเลือกวัสดุที่ไม่สามารถจะคาดเดาได้ เพราะแทนที่เขาจะใช้หินอ่อน ไม้ หรือแม้กระทั่งแก้ว เขาเลือกที่จะซื้อเครื่องกระเบื้องโบราณที่ค้นพบมาจากพื้นที่ที่นักประวัติศาสตร์สนใจ ซึ่งบางชิ้นนั้นมีอายุย้อนไปถึงราชวงศ์หมิง จากนั้นก็ทำให้เกิดรูปร่าง และขัดพวกมันก่อนที่จะเจาะรูเข้าไปในแต่ละมุม เพื่อเชื่อมมันเข้าไว้ด้วยสายเงิน เพื่อสรรค์สร้าง “การจัดเรียงภูมิประเทศขึ้นมาใหม่” โดยผลงานประติมากรรมเหล่านี้อาจจะอธิบายได้ว่าเป็น “post orientalism” มักจะเกิดขึ้นในรูปแบบของเสื้อผ้า ซึ่งรวมไปถึงเครื่องแต่งกายตามประเพณีของชาวจีน และเสื้อคลุมรวมไปถึงเนกไท และชุดยูนิฟอร์มทหาร ซึ่งของเหล่านี้สามารถสวมใส่ได้จริง แม้ว่ามันจะมีน้ำหนักมากเหมือนกับชุดเกราะ และอาจจะต้องมีผู้ช่วยที่แข็งแรงในการช่วยสวมเข้าและถอดออก

 "ผมไม่เคยรู้จักแบรนด์ลาคอสต์มาก่อนเลย ครั้งแรกที่ทางแบรนด์ติดต่อมาก็งงๆ ไม่เข้าใจ ไม่ค่อยชอบ และได้รู้จักเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมีเจ้าหน้าที่มาชี้แนะพร้อมกับเล่าเรื่องราวของลาคอสต์ให้ฟัง รวมทั้งมีเพื่อนนำเสื้อลาคอสต์มาให้ดูแล้วก็ลองใส่ก็นิ่มและสบายดี ซึ่งเมื่อเขาอยากให้ทำเป็นเสื้อทีเชิ้ตแขนสั้น ที่สำคัญต้องมีสัญลักษณ์ของลาคอสต์คือจระเข้ ก็คิดว่าทำอย่างไรที่จะนำวัฒนธรรมของเรามาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว จึงเลือกเอากระเบื้องมาต่อเป็นแผ่นๆ เหมือนผิวหนังของจระเข้ ข้างหลังก็มีเกล็ดด้วยการนำกระเบื้องมาคว่ำ ส่วนด้านหน้าก็เลือกกระเบื้องสีขาวเสมือนท้องของจระเข้นั่นเอง และที่ชัดเจนคือความเป็นจีนที่ถ่ายทอดจากผิวของกระเบื้องแต่ละชิ้น" หลี เสี่ยวเฟิง เล่าที่มาที่ไป

 นอกจากนี้ หลี ยังได้วาดรูปสัญลักษณ์จระเข้ และตัวหนังสือของลาคอสต์ลงไปในถ้วยกระเบื้อง อีกทั้งยังมีนกฟีนิกซ์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของความร่ำรวย โอกาส และโชคตามวัฒนธรรมของคนจีน นอกจากนี้ตัวศิลปินยังวาดตัวหนังสือโบราณของจีนที่มีความหมายของการอวยพรลงไปในถ้วย พร้อมทั้งทำให้ตัวหนังสือแตกออกจากกันตามชิ้นส่วน เพื่อที่จะทำให้ตัวหนังสือไม่ต่อเนื่อง และไม่สามารถมองเห็นได้เมื่อชิ้นงานเสร็จ นี่เป็นความคิดของเขาที่จะสะท้อนถึงการผสมผสานกันระหว่างความเก่ากับใหม่เริ่มต้นจากการจัดเรียงด้วยชิ้นส่วนเหมือนปกติ แต่แทนที่จะเจาะรูและเชื่อมชิ้นส่วนแต่ละชิ้นเข้าไว้ด้วยสายเหล็ก เขาถ่ายรูปชิ้นส่วนแต่ละชิ้น (251 ชิ้นสำหรับเสื้อโปโลผู้ชาย และ 304 ชิ้นสำหรับเสื้อโปโลผู้หญิง) และจัดเรียงชิ้นส่วนแต่ละชิ้นลงบน Digital Pattern ที่มีขนาดเท่าของจริง ทั้งข้างหน้า ข้างหลัง และแขนเสื้อ เขาเลือกใช้สีน้ำเงินเข้ม สำหรับปกเสื้อ และแขนเสื้อของผู้ชาย และสีน้ำเงินอ่อนสำหรับผู้หญิง โดยชิ้นส่วนสุดท้ายคือการติดสัญลักษณ์จระเข้สีขาวของลาคอสต์ ซึ่งเป็นชนิดที่หายากที่สุดในคอลเลกชั่นของแบรนด์นี้ลงไป อย่างไรก็ตามกับผลงานชิ้นนี้เขาต้องใช้เวลาทั้งหมดไปกว่าสองเดือนในการวาดรูป เผาไฟ การทำให้เป็นชิ้นส่วน การจัดรูปร่าง การทำความสะอาด และสุดท้าย เชื่อมชิ้นส่วนทั้ง 317 ชิ้นเข้าด้วยกันเพื่อสร้าง Porcelain Polo ซึ่งได้กลายเป็นเสื้อโปโลที่พิเศษที่สุด และแพงที่สุดเท่าที่ลาคอสต์เคยมีมา

 ทั้งนี้เสื้อโปโลพิมพ์ลายเครื่องกระเบื้องจะผลิตจำนวนจำกัดเพียงแค่ 2 หมื่นตัว สำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยจะมาในบรรจุภัณฑ์ของกระเป๋าผ้าไหมที่มีตราประดับสีแดงของ LI XIAOFENG และ ลาคอสต์อยู่ด้านบน