
เครื่องบดกาแฟ สู่นวัตกรรมยานยนต์(จบ)
ที่โรงงานโบลิเออ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของโลโก้ The Marque ตลอดจนจักรยานคันแรก รถยนต์คันแรก และมอเตอร์ไซค์คันแรกของเปอโยต์ โดยจักรยานเปอโยต์ คันแรกเริ่มผลิตขึ้นในปี 2429 ด้วยรุ่น แกรนด์ ไบ(Grand Bi) ซึ่งมีลักษณะเด่นคือมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางของล้อ 1.35 เมตร
ส่วนมอเตอร์ไซค์แบบ 3 ล้อคันแรกของเปอโยต์ถูกผลิตขึ้นในปี 2441 หลังจากนั้นจึงได้ผลิตมอเตอร์ไซค์สี่ล้อ ในปี 2433 แต่ไม่ได้รับความนิยมมากนักเนื่องจากใช้งานค่อนข้างยาก
ส่วน มอเตอร์ไซค์ 2 ล้อคันแรกของเปอโยต์ที่มีชื่อว่า Motobicyclette ถูกจัดแสดงครั้งแรกในงานแสดงสินค้าที่กรุงปารีสในปี 2444 โดยใช้เครื่องยนต์ขนาด 198 ซีซี 1.5 แรงม้า หลายปีต่อมาจึงเริ่มมีการใช้ เครื่องยนต์แบบ 2 สูบ จนกระทั่งในปี 2457 มอเตอร์ไซค์เปอโยต์ก็สามารถทำสถิติความเร็วได้ที่ 122 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
เปอโยต์ได้เปิดตัวมอเตอร์ไซค์รุ่น 515 ขนาดเครื่องยนต์ 500 ซีซีแบบสี่จังหวะในปี 2536 เพื่อเป็นคู่แข่งมอเตอร์ไซค์อังกฤษที่ใช้เครื่องยนต์ขนาดใหญ่และมีกำลังมาก นับเป็นมอเตอร์ไซค์คันใหญ่สัญชาติฝรั่งเศสรุ่นสุดท้ายอีกด้วย
หลายปีต่อมา เปอโยต์ได้ขยายการผลิตไปสู่สกู๊ตเตอร์และมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็ก ที่ได้รับความนิยมมากขึ้น อันเนื่องมาจากปัญหาเศรษฐกิจ
โดยในปี 2525 เปอโยต์ประสบความสำเร็จอย่างมากจากการเปิดตัวสกู๊ตเตอร์รุ่นใหม่ที่ใช้ตัวถังไฟเบอร์ เป็นรายแรก พร้อมการติดตั้งระบบเบรกเอบีเอสให้แก่สกู๊ตเตอร์ขนาด 125 ซีซีเป็นรายแรกเช่นกัน
ในปัจจุบัน เปอโยต์เป็นผู้ผลิตรถจักรยานยนต์เพียงรายเดียวในบรรดาผู้ผลิตกว่า 300 รายในประวัติศาสตร์มอเตอร์ไซค์ฝรั่งเศสที่ยังคงยืนหยัดอยู่ในตลาด ภายใต้การควบคุมของพีเอสเอกรุ๊ปมาตั้งแต่ปี 2541
เปอโยต์ก้าวเข้าสู่โลกแห่งยานยนต์ในช่วงต้นปี 2432 หรือราว 111 ปีที่แล้วจากวิสัยทัศน์ ของ "อาร์มานด์ เปอโยต์" ซึ่งเริ่มจัดแสดงรถยนต์ Serpollet-Peugeot ที่ใช้พลังงานไอน้ำคันแรกที่กรุงปารีส ในขณะที่น้ำมันมีบทบาทมากขึ้นอาร์มานด์ เปอโยต์ จึงผลิตรถน้ำมันคันแรกในปี 2433
ใช้ชื่อรุ่นว่า เปอโยต์ ไทฟ์ 2 ทั้งนี้ รถยนต์ของเปอโยต์ในช่วงแรกจะมีชื่อเป็น ไทฟ์ (Type) รวมถึง ไทฟ์36 ที่เริ่มใช้พวงมาลัย และ ไทฟ์ 48 ที่ติดตั้งเครื่องยนต์อยู่ด้านหน้า จนกระทั่งในปี 2443 เปอโยต์ มีปริมาณการผลิตรถยนต์สูงถึง 500 คันต่อปี และได้ก่อตั้งสำนักงานใหญ่ขึ้นที่เมืองเลวัลลัวส์ กรุงปารีสในปี 2445
เปอโยต์ ได้เริ่มผลิตรถยนต์อย่างเต็มกำลังด้วยรุ่น 201 ที่มีราคาถูกที่สุดในประเทศฝรั่งเศส โดยรุ่น 201 นี้เป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ใช้โลโก้เปอโยต์แบบใหม่เป็นเลข 3 ตัวที่มีเลข 0 อยู่ตรงกลาง และเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ติดตั้งล้อหน้าแบบอิสระ
ในช่วงทศวรรษ 2473 เปอโยต์ได้รับความนิยมอย่างมากจากการเปิดตัวรูปทรงแอโรไดนามิคของรถเปอโยต์ทุกรุ่น โดยมีไฟหน้าแบบกระจกครอบ หน้าหม้อน้ำที่ลาดเอียงบังโคลนต่ำนอกจากนั้น เปอโยต์ยังได้เปิดตัวรถยนต์รุ่น 401 Eclipse ที่สามารถเปิดปิดหลังคาแบบแข็งได้เป็นคันแรกของโลกในปี 2478และได้นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในรถยนต์รุ่น 301 และ 601 ทั้งที่รถยนต์รุ่น 401 Eclipse ถูกผลิตขึ้นมาเพียง 79 คันเท่านั้น
ในช่วงทศวรรษ2483 และ 2493 เปอโยต์ได้เริ่มผลิตรถยนต์รุ่น 203 และ 403 ขึ้น โดยรุ่น 403 นี้เป็นรถยนต์ดีเซลรุ่นแรกที่เปอโยต์ได้ร่วมงานกับ ฟินิฟารินา(Pininfarina) สำนักออก จากอิตาเลียน และเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานร่วมกันมาจนถึงปัจจุบัน
ในช่วงทศวรรษ 2523 เปอโยต์ได้ผลิตรถยนต์รุ่น 205 ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นรถยนต์คลาสสิกยุคใหม่ โดยปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมอย่างมากก็คือ ระบบกันสะเทือนแบบแมคเฟอร์สันที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการเกาะถนนและความเร้าใจในการขับขี่ เปอโยต์ก็ยังประสบความสำเร็จจากการผลิตรถยนต์อีกหลายรุ่น ทำให้ชื่อของเปอโยต์ได้รับความนิยมอย่างมาก ในฐานะรถที่มี การออกแบบอย่างมีสไตล์ สมรรถนะที่วางใจได้



