ไลฟ์สไตล์

 กะเทาะเปลือกพรีอุส“ไอคอน”รถโลกใหม่

กะเทาะเปลือกพรีอุส“ไอคอน”รถโลกใหม่

31 ต.ค. 2553

พรีอุส รถยนต์ไฮบริด ตัวแรกของโลกที่ผลิตขายแบบแมส กลายเป็นไอคอน หรือสัญลักษณ์ของ รถสมัยใหม่ที่ใช้แหล่งกำเนิดพลังงาน ผสมผสานระหว่างน้ำมันเชื้อเพลิงกับ ไฟฟ้า

 โดยโตโยต้า มอเตอร์ ได้สร้างมาตรฐานของรถประหยัดพลังงานไว้สูงด้วยเทคโนโลยีใหม่ แนวคิดการเลือกใช้พลังงานและผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม จนทำให้ ไฮบริด เป็นที่ยอมรับในวงกว้างมากขึ้นเวลานี้ พรีอุสดำเนินมาถึง เจนเนอเรชั่นที่ 3 ซึ่งจะออกมาผลิต นอกญี่ปุ่นคือในไทยเป็นประเทศ ที่สองของโลกที่ผลิตรถพรีอุส เจนเนอเรชั่น 3นี้

 พรีอุส ยุคที่สามมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย เช่น การออกแบบ เส้นสายและรายละเอียดต่างๆ เพื่อการลดแรงเสียดทาน มีผลต่ออัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง เรียกได้ว่าแตะตรงไหนมีความหมายต่อรถทั้งหมดในเรื่องของการประหยัด การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ อีกหลายอย่างเช่น อัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันดีขึ้นกว่าสองรุ่นก่อนหน้า

 การเพิ่มสมรรถนะของรถ กำลังของรถการสนุกในการขับที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเทคนิคลึกๆ อย่าง ขนาดแบตเตอรี่ การพัฒนาระบบหล่อเย็นสำหรับแบตเตอรี่ใหม่ เป็นต้น พรีอุส มีแผนจะประกอบในไทยและขาย โดยจะเปิดตัวในวันที่ 16 พ.ย. นี้ ซึ่งราคาอย่างไม่เป็นทางการคือ 1.3 ล้านบาท ต่ำกว่าคัมรี่ ไฮบริด ประมาณ 3 แสนกว่าบาท

 เพื่อให้รู้จักพรีอุส อียิ่งขึ้นสำหรับสื่อมวลชน โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศ ไทยจัดทริปเดินทางมาทดสอบ พรีอุส ถึง นาโกย่า ญี่ปุ่นพร้อมไปแวะชมโรงงานแบตเตอรี่ เพื่อดูกันให้ลึกซึ้งไปถึงนวัตกรรมแบตเตอรี่ที่ห่วงกัน ซึ่งเราได้ทดลองขับรถและได้พบกับ หัวหน้าวิศวกรที่ทำ คลอดไฮบริดมากับมือ

 ก่อนอื่นๆ ไปดูรถพรีอุสพื้นฐานนั้นเป็นคอมแพค แบบ 5 ประตู ขนาดก็ใกล้เคียงกับโคโรลล่า ที่ขายดีในบ้านเราแต่ว่า พรีอุส มีเอกลักษณ์ของตัวรถด้วยการออกแบบ ให้มีเส้นสายแตกต่างๆ ไปจากรถทั่วไปมากพอสมควร ไม่ว่า กันชนหน้าที่มี ขนาดใหญ่ ผสมผสานระหว่างเส้นเดิมของโคโรลล่า ดีเอ็นเอ กับแนวทางของพรีอุสเอง เราจึงเห็นกันชนใหญ่ถูกกดลงมา ในขณะที่ด้านหลังเหมือนไม่ลงตัวแต่ก็มีเหตุผลที่ดีคือ พยายามจะให้อากาศด้านหลังที่หมุนอยู่น้อยลงจะได้ไม่ฉุดรถ

เข้ามาภายใน รูปแบบคอนโซน เบาะนั่ง การวางอุปกรณ์ ต่างๆ ได้บรรยากาศใหม่หมด วัสดุแม้จะเป็นพลาสติกแต่ ออกแบบลวดลายได้เยี่ยม ลงตัวทุกส่วน พวงมาลัยสวยทันสมัยแฝงความเป็นสปอร์ตเล็กน้อย ใช้งานถนัดมือ สวิตช์ต่างๆ อยู่ในตำแหน่ง คนโซลกลาง รวมถึงเกียร์แบบใช้ไฟฟ้าควบคุมไม่ต้องการก้านเกียร์ใหญ่โตแบบแมคคานิค

 ด้านหน้าของคนขับ มีระบบมัลติดิสเพล์ รวมเอาข้อมูลต่างๆ ของรถไว้ตรงคอนโซลกลาง เพื่อคนขับไม่ต้องละสายตาจากถนน แถมแบ่งข้อมูลให้คนโดยสารไว้ดูเพลินๆ การควบคุมใช้ เพรสเชอร์ สวิตช์ จากพวงมามาลัยเพียงจุดเดียว

 ห้องโดยสารโดยรวมไม่แคบ เบาะคู่หน้าถูกออกแบบ ให้มีขนาดบางลงในบางจุด ผลคือได้พื้นที่ห้องโดยสารเพิ่มมาอีก ประกอบกับการย้ายจุดสูงสุดของหลังคาเยื้องไปด้านหลังช่วยให้หลังคาโปร่งขึ้น รวมๆ แล้วนั่งสบายในตำแหน่งที่นั่งหลัก

 ระบบ ไฮบริด นับว่าเป็นความโดดเด่นของรถคันนี้ด้วยการออกแบบโหมด ต่างๆ ให้เลือกใช้งานได้ สี่โหมด คือ อีวี โหมด จะทำงานด้วยมอเตอร์อย่างเดียวได้เป็นระยะความเร็วไม่เกิน 60 กม./ชม หมายถึงเราไม่ใช้น้ำมันเลย

 นอกจากนี้ยังมีเพาเวอร์ โหมด และอีโค โหมด สำหรับเลือกใช้ ซึ่งเครื่องยนต์ 1,800 ซีซีกับมอเตอร์ จะทำงานร่วมกันในภาวะต่างๆ

 หลังจากได้ทดลองขับในสนาม ซึ่งเป็นสนามแข่งรถที่มีโค้ง มีเนิน และทางตรงเหมาะกับการทดสอบรถพอสมควร อย่างแรกที่โดดเด่นคือ เสียงของรถทั้งเครื่องยนต์ เสียงจากภายนอก ดีมากไม่ต้องกังวลกับเสียงต่างๆ ที่จะมารบกวน ทางด้านสมรรถนะของรถโดยรวม ดีขึ้น การขับขี่มีความต่อเนื่อง ไหลลื่น แทบไม่รู้เลยว่า ขณะขับขี่เราใช้แหล่งพลังงานจากไหนอย่างไร การตัดต่อแหล่งพลังงานเป็นไปโดยอัตโนมัติ อัตราเร่งของรถจากจุดหยุดนิ่งถือว่าดี ออกตัวเร็ว ส่วนการเรียกกำลังในช่วงที่เคลื่อนที่ อยู่ในระดับปานกลาง เพราะว่า การตอบสนองจะค่อยๆ มาแบบผู้ดี คนขับ คงอาจจะต้องทำความคุ้นเคย บุคลิกรถในส่วนนี้ เพราะ ด้วยข้อจำกัดทางด้านแนวคิดรถ การเข้าสู่จุดสูงสุดของสมรณนะรถ หรือเรียกความสนุกในการขับ ต้องใช้เวลาเล็กน้อย

 การขับในโหมด เพาเวอร์ คันเร่งจะตอบสนองเร็วกว่า โหมด อีคาร์ อย่างไรก็ตามเมื่อถังจุดที่รถต้องการกำลังหรือวิ่งด้วยสมรรถนะสูงสุด ทั้งสองโหมดก็จะตอบสนองคนขับได้เหมือนกัน ซึ่งรถจะเรียนรู้จากคันเร่งที่คนขับสั่งงาน

 พรีอุส เป็นรถที่มีเทคโนโลยีอีกมากมาย บรรยายแทบไม่หมด ซึ่งแต่ละส่วนล้วนแล้วเป็นแนวคิดที่ก้าวหน้า มาก การที่ได้ครอบครองพรีอุส ล้อยังไม่ทันหมุน ก็ถือว่าได้เป็นหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการรณรงค์หรือแสดงออกด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว