ไลฟ์สไตล์

เปิดใจ "วาคานะซัง" ไมโกะแห่งเมืองยามากาตะ

เปิดใจ "วาคานะซัง" ไมโกะแห่งเมืองยามากาตะ

02 เม.ย. 2552

ใครที่เคยดูภาพยนตร์เรื่อง "เกอิชา" คงจะเห็นถึงศิลปะและวัฒนธรรมของชาวญี่ปุ่นในสมัยโบราณ ที่ยังคงมีสืบทอดมาให้จนถึงยุคปัจจุบัน

  ด้วยในอดีตนั้น เกอิชา ถือเป็นอาชีพหนึ่งของสตรีชาวญี่ปุ่นสมัยก่อน พวกเธอจัดว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญทางศิลปะ และการให้ความเพลิดเพลินบันเทิงใจ ที่มีอยู่แพร่หลายโดยเฉพาะในช่วงศตวรรษที่ 18-19 แต่ปัจจุบันเกอิชาก็ค่อยๆ ลดจำนวนลง

 ในอดีตสำนักเกอิชาจะเฟ้นซื้อตัวเด็กหญิงจากครอบครัวยากจน แล้วนำมาเลี้ยงดูฝึกฝนนับตั้งแต่งานรับใช้เป็นผู้ช่วยเกอิชารุ่นพี่ในสำนัก เพราะส่วนหนึ่งของการฝึกฝนเหล่านี้ ถือเป็นการแลกแรงงานชดใช้ค่าเลี้ยงดูและการอบรบสั่งสอนในนามของ "ไมโกะ" หรือ "เกอิชาฝึกหัด" โดยตลอดระยะเวลาของการฝึก พวกเธอต้องเรียนศิลปะหลายแขนง ทั้งการเล่นชามิเซน (รูปร่างคล้ายกีตาร์) ขับร้อง เต้นรำ ชงชา จัดดอกไม้ เรียนรู้เรื่องบทกวีและวรรณคดี การพนันหลายรูปแบบ รู้จักการสนทนาปราศรัยอันเหมาะควร ติดตามเกอิชารุ่นพี่ไปยังโรงน้ำชา งานเลี้ยง และการสังสรรค์อันเป็นสภาพแวดล้อมการทำงานจริงของเกอิชา เก็บประสบการณ์มาสร้างความชำนาญขึ้นเรื่อยๆ

 เมื่อวันเวลาผ่านไปอาชีพเกอิชาก็เริ่มผัน เปลี่ยนจากการซื้อตัวหรือพามายังสำนักเกอิชา มาเป็นการเดินเท้ามายื่นใบสมัครด้วยความใจ โดยการฝึกฝนของไมโกะยุคใหม่นี้ จะต้องเป็นหญิงสาวที่มีอายุระหว่าง 18-25 ปี ไม่ใช่เด็กหญิงเล็กๆ อย่างสมัยก่อน อีกทั้งยังมีข้อจำกัดจำนวนมาก จึงทำให้หญิงสาวสมัยนี้ไม่สนใจกับอาชีพนี้สักเท่าไร 

 "คม ชัด ลึก" มีโอกาสเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นต้นกำเนิดของเกอิชา ภายใต้ทริป โยโคโซะ เจแปน โทโฮขุ ทำให้เรามีโอกาสได้พบกับ วาคานะซัง ไมโกะแห่งยามากาตะ ที่แต่งชุดกิโมโนสีนวลพร้อมลวดลายบนเนื้อผ้าแสนอ่อนหวาน พร้อมสายโอบิสีดำพิมพ์ลวดลายสีทองทับบนสายโอบิสีแดง ออกมาร่ายรำตามบทเพลงญี่ปุ่นให้เราได้ชื่นชม ขณะกำลังดื่มด่ำกับอาหารมื้อค่ำอย่างเอร็ดอร่อย เมื่อโชว์จบลงเสียงปรบมือก็ดังกึกก้องพร้อมรอยยิ้มหวานๆ ของเจ้าตัว

 เรามีโอกาสพูดคุยกับ วาคานะซัง ถึงเส้นทางการก้าวเข้ามาเป็นไมโกะของเธออย่างเปิดอก ซึ่งเธอเล่าถึงแรงบันดาลใจทำให้เธอก้าวเข้าสู่วงการไมโกะว่า คุณแม่ของเธอมีงานอดิเรกคือการจัดดอกไม้ ชงชา ซึ่งเป็นวัฒนธรรมดั่งเดิมของประเทศญี่ปุ่น และได้รู้ว่ามีอาชีพไมโกะที่จะทำให้เรียนรู้เรื่องเหล่านี้ได้ จนกระทั่งเธอได้รู้จักกับบริษัทที่รับฝึกไมโกะ จึงตัดสินใจเข้าไปยื่นใบสมัครที่บริษัทแห่งนั้น

 "ตอนที่เข้าไปในบริษัทก็ไปแจ้งกับเจ้าหน้าที่ว่าอยากจะเป็นไมโกะ ซึ่งเขาไม่ได้เปิดรับสมัครทุกปี เพราะถ้าเกิดปีไหนเขาไม่เปิดรับสมัครก็ต้องรอต่อไปเรื่อยๆ แต่ครั้งนั้นโชคดีที่เขาเปิดรับสมัครพอดี แล้วก่อนที่จะได้รับการคัดเลือกก็ต้องมีการสอบสัมภาษณ์ สอบข้อเขียน ความรู้ทั่วไปด้วย ไม่ใช่ว่าทุกคนที่เข้าไปยื่นใบสมัครแล้วจะได้เป็นไมโกะกันทุกคน แต่ก็ไม่ได้มีคนสมัครมาก อย่างไมโกะของเมืองยามากาตะก็มีทั้งหมด 7 คนเท่านั้น ซึ่งงานที่เราจะรับแสดงจะเป็นประเภทงานฉลองในโอกาสต่างๆ งานเลี้ยงตามร้านอาหารทั่วไป" ไมโกะหน้าตาจิ้มลิ้มเล่า

 2 ชั่วโมง คือเวลาที่เธอต้องใช้ก่อนการแสดงโชว์ในแต่ละครั้ง โดยจะเป็นเวลาที่เธอเสียไปกับการแต่งหน้า ทำผม แต่งตัว และเตรียมความพร้อมในการแสดงอยู่เพียงลำพัง สำหรับเครื่องสำอางที่ใช้จะเป็นเครื่องสำอางที่จัดทำขึ้นโดยเฉพาะสำหรับเหล่าเกอิชาเท่านั้น คนทั่วไปจึงไม่นิยมใช้กัน

 "เครื่องสำอางที่ใช้ทางบริษัทจะเป็นคนสั่งซื้อให้ ก่อนจะโชว์แต่ละครั้งจะเสียเวลาไปกับการแต่งหน้านานที่สุด อย่างเวลามีงานโชว์ช่วงเช้าและเย็น หลังจากโชว์เช้าเสร็จก็ต้องล้างเครื่องสำอางออก เพราะไม่อย่างนั้นจะแข็งแล้วล้างออกยาก ก่อนจะถึงโชว์อีกครั้งก็ต้องมาแต่งหน้าใหม่อีกรอบ เลยทำให้เสียเวลาค่อนข้างนาน ส่วนผมทำไม่ยากเพราะจะใส่วิกแล้วก็มีเครื่องประดับติดผมเท่านั้น ส่วนเสื้อผ้าที่จะเลือกใส่ในการโชว์แต่ละครั้ง ก็จะดูความเหมาะสมว่าเราไปโชว์ที่ไหน ถ้าโชว์คนเดียวก็เลือกให้เหมาะกับสถานที่และงานที่จะไป แต่ถ้าเกิดไปโชว์ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ก็จะดูเพื่อนๆ ที่ไปโชว์ว่าเขาจะแต่งตัวกันยังไง เพื่อไม่ให้ดูขัดตาแขกที่มาร่วมงาน" ไมโกะแจกแจง

 ด้วยการเป็นไมโกะที่ไม่เพียงแต่เรียนรู้ศิลปะและวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น หากแต่การเป็นไมโกะยังมีข้อจำกัดอยู่เป็นจำนวนมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือการรักษาพรหมจรรย์ และห้ามแต่งงานระหว่างที่ดำรงตำแหน่งไมโกะเป็นอันขาด หากสาวคนไหนต้องการแต่งงานจะต้องเลิกเป็นไมโกะทันที

 "การเป็นไมโกะจะต้องประพฤติตัวให้เรียบร้อยตลอดเวลา ห้ามพูดจาไม่เพราะ ไม่สุภาพกับแขก และห้ามทำกิริยาไม่สุภาพ แต่การเป็นไมโกะก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเป็นไมโกะตลอด 24 ชั่วโมง มีเวลาที่เป็นอิสระด้วยเหมือนกัน แต่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องมีสามัญสำนึกเสมอ คือต้องอยู่ในขอบเขตที่พอดีและถูกต้องตลอดเวลา แล้วก็อย่างที่รู้กันว่าไมโกะจะแต่งงานไม่ได้ คือถ้าจะแต่งงานก็ต้องเลิกเป็นไมโกะ ซึ่งก็มีคนทำแบบนี้เหมือนกัน แต่ส่วนตัวยังไม่คิดเรื่องแต่งงานเลย เพราะรู้สึกว่าการเป็นไมโกะยังต้องเรียนรู้อีกเยอะ" สาวหน้าขาวปากแดงยิ้มส่งท้าย