ไลฟ์สไตล์

อสม.อีสานหนุนกินสุกแต่แซ่บต้านมะเร็งตับ-ท่อน้ำดี

อสม.อีสานหนุนกินสุกแต่แซ่บต้านมะเร็งตับ-ท่อน้ำดี

29 ต.ค. 2553

กินมาตั้งแต่เด็กไม่เห็นเป็นอะไรเลย ใส่มะนาวลงไป ดื่มเหล้าลงไปก็ฆ่าเชื้อได้แล้ว คำกล่าวข้างต้นเอมมี่-อลิสา สารจันทร์ ,ยุทธ-พัทยา แสงตรุสุ และแพท -อรอุมา ขวัญเนตร นศ.ชั้นปีที่4 หลักสูตรสาธาณสุขศาสตร์สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานี หนึ่งใ

 เยาวชนจ.อุดรธานีบอกว่าล้วนเป็นข้ออ้างที่เหล่าผู้เฒ่าผู้แก่ใช้ในการกินปลาน้ำจืดสุกๆ ดิบๆ หรือนำมาประกอบอาหารอีสาน อย่าง ลาบก้อย พฤติกรรม วิถีชีวิตง่ายๆ สะสมกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่า ตายาย ที่ไม่มีใครรู้ว่านำไปสู่การเป็นโรคมะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดี

ตอนแรกที่รู้ว่าจ.อุดรธานีมีสถิติของผู้ที่เป็นโรคมะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดีมากที่สุด พวกเขาทั้ง 3 คนรู้สึกตกใจมาก เพราะเป็นจ.ที่พวกเขาเกิดเติบโตมาตั้งแต่เด็ก ยิ่งสาเหตุที่ทำให้เป็นโรคมะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดี คือ การทานปลาน้ำจืดที่มีพยาธิใบไม้ตับสุกๆ ดิยๆ ร่วมกับการได้รับสารก่อมะเร็จ อย่างสารไตรซามีน ในเนื้อกระป๋อง ปลากระป๋อง หมูแฮม ปลาร้า ปลาจ๋อม แหนม ไส้กรอก และสารอัลฟลาท๊อกซิน พบได้ใน อาหารแห่ง อย่างพริกแห้ง ถั่วลิสง หอม กระเทียม ปลาตากแห้ง ล้วนเป็นสิ่งที่นำมาประกอบอาหารอีสาน ซึ่งเป็นวิถีชีวิตการกินอยู่ของคนอีสาน ในฐานะที่เรียนมาสายวิทยาศาสตร์สุขภาพ จึงอยากช่วยชาวบ้านให้ห่างไกลจากโรคดังกล่าว

ครั้งแรกที่ไปให้ความรู้แก่ผู้เฒ่าผู้แก่ยอมรับว่าเกิดปัญหาค่อนข้างมาก เพราะพวกเขามองเราว่าเป็นเด็ก มีความเชื่อที่พวกเขาคิดว่าถูก ทางกลุ่มอสม.จึงพยายามจัดกิจกรรม อาทิรณรงค์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ให้ความรู้ถึงโทษ คุณ การดูแล การป้องกันไม่ให้เกิดโรคมะเร็งดังกล่าว จัดละครเวที ยกตัวอย่างการใช้ชีวิตอย่างง่ายๆ เช่นจับปลาในหนองน้ำมากินโดยไม่ทำให้สุก จะเป็นโรคอะไร เกมส์วงจรเกิดโรคมะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดี และสื่อต่างๆ เอมมี่เล่า

นอกจากมีสื่อกิจกรรม ความนอบน้อมถ่อมตน ความเป็นลูกหลาน เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้กระบวนการอสม.เยาวชนกลุ่มนี้ ประสบความสำเร็จ แพท บอกว่าการทำความเข้าใจของพวกเขาไม่ได้เป็นการไปชี้แนะ แต่เป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ ภายใต้การคำนึกถึงสุขภาพของผู้สูงอายุ ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ได้ทำการเผยแพร่องค์ความรู้ กิจกรรมต่างๆ ไปยังหมู่บ้าน จึงเน้นการสร้างความรัก ความเข้าใจ เพื่อให้ผู้สูงอายุยอมรับฟัง

จริงๆแล้วชาวบ้าน รู้ว่าการกินอาหารสุกๆ ดิบๆ มีโทษต่อร่างกาย แต่วิถีชีวิตที่เห็นมาตั้งแต่เด็ก ความอร่อย อย่าง ลาบก้อย ถ้าไม่ดิบๆ จะเป็นลาบก้อยได้อย่างไร ยุทธ และเพื่อนๆ ได้ช่วยกันสร้างความเชื่อใหม่ๆ การกินปลาน้ำจืดสุกๆดิบๆ และสารที่ก่อมะเร็ง ไม่ใช่ตายทันที แต่เป็นการสะสมเรื่อยๆ บางคนกินไปครั้งเดียวก็เสี่ยงเป็นโรคมะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดีได้ และเมื่อเป็นโรคนี้แล้วการรักษา ก็ต้องรักษาตามกระบวนการของแพทย์ ไม่ใช่ใช้ยาสมุนไพร ซึ่งเรื่องเหล่านี้หน้าที่อสม.ต้องทำให้ชาวบ้านเชื่อให้ได้

การดูแลเอาใจใสระหว่างคนในครอบครัว หลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นสารก่อมะเร็ง ไม่รับประทานปลาน้ำจืดสุกๆ ดิบๆ เลิกดื่มสุรา ทานผัก ผลไม้สด ออกกำลังเป็นประจำ และปรับเปลี่ยนความเชื่อ นพ.ธีรวุฒิคูหะเปรมะ ประธานมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ มั่นใจว่าช่วยให้ประชาชนห่างไกลจากการเป็นมะเร็งได้ เพราะการเรียนรู้เท่าทัน ป้องกันมะเร็งตับ ที่ทางมูลนิธิฯ คณะกรรมการโครงการฯ และบริษัท ไบเออร์ไทย ร่วมกันจัดขึ้นนั้นยิ่งรับทราบข้อมูลที่ถูกต้องเร็ว ยิ่งช่วยให้ประชาชนได้ดูแลตัวเองมากขึ้น อีกทั้งเมื่อได้ อสม.เยาวชนมาเป็นกระบอกเสียง หัวหอกสำคัญในการรณรงค์ให้คนอีสานปรับเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมการกิน เพื่อให้ห่างไกลโรคมะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดี ส่วนหลังจากนี้ คาดว่าจะขอความร่วมมือไปยังกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงพระภิกษุสงฆ์ ในการเป็นผู้ให้ความรู้แก่ชาวบ้าน

แม้ข้อมูลจากสถาบันมะเร็งแห่งชาติ พบว่า ภาคอีสาน มีคนป่วยเป็นโรคมะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดี มากที่สุด ในอัตราประชากร 100,000 คนมีผู้ป่วยเป็นโรคมะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดี ชายเฉลี่ย จำนวน 80 คนหญิง 40 คนแต่หาก กลุ่มอสม.เยาวชน ลูกหลานชาวอีสานด้วยกันเองร่วมแรงร่วมใจกันให้ความรู้ ทำความเข้าใจกับผู้สูงอายุ นพ.ธีรวุฒิ คูหะเประ ประธานมูลนิธิสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เชื่อว่า แชมป์ มะเร็งตับชนิดเซลล์ท่อน้ำดี คงไม่ตกเป็นของคนอีสานอีกต่อไป สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับสาเหตุและวิธีการป้องกันโรคมะเร็งตับ ทั้งจากชนิดเซลล์ตับและชนิดเซลล์ท่อน้ำดี เยี่ยมชมเว็บไซต์ www.nci.go.th และwww.bayer.co.th

0 ชุลีพร อร่ามเนตร 0