ไลฟ์สไตล์

อภ.เล็งขึ้นทะเบียนวัคซีนหวัด09พ.ย.นี้ เผย"ฮู”พอใจใช้เงินร้อยล้านคุ้มค่า

อภ.เล็งขึ้นทะเบียนวัคซีนหวัด09พ.ย.นี้ เผย"ฮู”พอใจใช้เงินร้อยล้านคุ้มค่า

29 ต.ค. 2553

อภ.เล็งขึ้นทะเบียนวัคซีนหวัด 2009 ชนิดเชื้อเป็น เดือนพ.ย.นี้ รับไม่ทันใช้ระบาดระลอก 3 แต่วางแผนผลิตวัคซีนหวัดตามฤดูกาลแทน ประธานบอร์ดอภ. ชี้ไทยไม่เสียหายเพราะได้องค์ความรู้ ทำวัคซีนเป็นแล้ว แถม “ฮู” พอใจใช้เงิน100 ล.คุ้มค่า

เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม นพ.วิชัย โชควิวัฒน ประธานคณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (ประธานบอร์ด อภ.) กล่าวถึงความคืบหน้าการผลิตวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์เอช 1 เอ็น 1 (ไข้หวัดใหญ่ 2009) ชนิดเชื้อเป็น ว่า ขณะนี้ได้ผลการผลิตทุกขั้นตอนเรียบร้อย อยู่ระหว่างการรอการตรวจสอบจากคณะกรรมการจริยธรรมของกระทรวงสาธารณสุข และคณะวิทยาศาสตร์เขตร้อน เพื่อขออนุญาตเปิดฉลากผลการทดลอง

 ขั้นตอนการผลิตวัคซีนนั้นจะไม่อนุญาตเปิดฉลากว่าในจำนวนอาสาสมัครที่ทดสอบนั้นใครได้รับวัคซีนหรือใครได้รับยาหลอก เพื่อไม่ให้มีอคติ ดังนั้นเมื่อผลการทดลองเสร็จสิ้นต้องขออนุญาตเปิดฉลากว่าเมื่อเจาะเลือดออมาแล้วภูมิคุ้มกันที่เพิ่มขึ้นเป็นการเพิ่มเพราะได้รับวัคซีนหรือได้รับยาหลอก ก่อนจะนำข้อมูลไปขอขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) คาดว่าจะสามารถขอขึ้นทะเบียนในเดือนพฤศจิกายนนี้

 นพ.วิชัย กล่าวว่า การผลิตวัคซีนชนิดเชื้อเป็น ถือเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งใช้ระยะเวลาในการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 รวมเวลากว่า 1 ปีเศษ ถือว่าวัคซีนที่ได้นี้ไม่ทันใช้ในการระบาดของไข้หวัด 2009 ระลอกที่ 3 นี้ เนื่องจากประเทศไทยไม่เคยมีประสบการณ์ในการผลิตมาก่อน ซึ่งแผนต่อไปคาดว่า อภ.จะผลิตวัคซีนชนิดเชื้อเป็นเพื่อป้องกันไข้หวัดตามฤดูกาลทุกปีต่อไปและมีวัคซีนราคาถูกกว่าสั่งซื้อจากต่างประเทศ ซึ่งเป็นการเพิ่มความมั่นคงด้านสาธารณสุขของประเทศ

 “การผลิตวัคซีนทำให้ทราบว่า สามารถกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้หรือไม่ จะทดลองในคนไม่ได้ ต้องทดลองในสัตว์ทดลองคล้ายพังพอน เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่เมื่อเป็นไข้หวัดจะมีอาการคล้ายมนุษย์มาก ซึ่งเราได้ส่งวัคซีนที่ผลิตได้ ไปทดสอบที่ห้องแลบประเทศเนเธอร์แลนด์พร้อมกับวัคซีนเชื้อเป็นที่รัสเซียและอินเดียผลิตได้ ปรากฏว่าวัคซีนของไทยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดีที่สุด และเมื่อพ่นเชื้อไข้หวัดใหญ่ใส่สัตว์ทดลองที่ได้รับวัคซีนของเรา ก็ไม่มีสัตว์ตัวใดเป็นโรค” นพ.วิชัย กล่าว

 นพ.วิชัย กล่าวว่า การผลิตวัคซีนครั้งนี้ด้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก (ฮู) กว่า 100 ล้านบาท และผลจากที่ทีมผู้เชี่ยวชาญอิสระจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ได้ประเมินการทำงานแล้วรายงานว่า เราใช้เงินของฮูอย่างคุ้มค่า และหากเกิดระบาดอีกเชื่อจะผลิตวัคซีนได้ทันภายใน 5 เดือน