
หัวใจไทย-พระมหากรุณาธิคุณพระปิยมหาราช"
เดือนตุลาคมนี้มีวาระสำคัญยิ่งวาระหนึ่งของปวงชนชาวไทย นั่นคือการครบ 100 ปี แห่งการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ซึ่งเสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2453 ต่อมาในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ร
เป็นวันที่ระลึกสำคัญของชาติ เรียกว่า “วันปิยมหาราช” ซึ่งมาจากพระสมัญญาของพระองค์ คือ “พระปิยมหาราช” หรือ “พระพุทธเจ้าหลวง” อันหมายถึง พระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งแห่งปวงชนชาวไทย ซึ่งประชาชนถวายแด่พระองค์ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อประโยชน์สุขของราษฎร
พระราชกรณียกิจที่สำคัญส่วนหนึ่งที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย อาทิ ทรงยกเลิกระบบทาสและระบบไพร่ เพื่อให้ประชาชนมีอิสระในการดำรงชีวิต ทรงปรับปรุงการปกครองของไทยให้ทันสมัย ทรงนำพาประเทศให้รอดพ้นจากการเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสและจักรวรรดิอังกฤษ โดยยอมสูญเสียดินแดนบางส่วนของไทยเพื่อรักษาเอกราชของประเทศไว้ ทรงปรับปรุงการแพทย์และการสาธารณสุขให้ทันสมัย ทรงริเริ่มให้มีกิจการสาธารณูปโภคในประเทศ ได้แก่ การประปา ไฟฟ้า การรถไฟ และการไปรษณีย์-โทรเลข เป็นต้น และด้วยพระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และพระปรีชาสามารถ ทำให้สังคมไทยในขณะนั้นเจริญรุ่งเรืองอย่างก้าวกระโดดทัดเทียมประเทศอื่นๆ และกลายเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศในปัจจุบัน
นอกจากนี้ ทรงให้ความสำคัญต่อการพัฒนาศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมไทย อาทิ ด้านศาสนา โปรดเกล้าฯ ให้มีการสังคายนาและจัดพิมพ์พระไตรปิฎกด้วยตัวอักษรไทยเป็นครั้งแรก ด้านประเพณี ศิลปะและวัฒนธรรม ทรงปฏิรูปการแต่งกายของชาวไทย ทรงให้เลิกตัดทรงผมมหาดไทย เลิกการหมอบคลานเวลาเข้าเฝ้าฯ ทรงปฏิรูปการแต่งกายของชาวไทย ทรงให้เลิกตัดทรงผม มหาดไทย ทรงพระราชนิพนธ์ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองไว้มากมาย อาทิ พระราชนิพนธ์เรื่อง ไกลบ้าน เงาะป่า เป็นต้น นับเป็นเอกสารอันทรงคุณค่า ซึ่งมีความสำคัญยิ่งทั้งทางด้านประวัติศาสตร์และวรรณคดี
พระราชกรณียกิจที่หยิบยกมานี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพระราชกรณียกิจนานัปการที่ทรงบำเพ็ญมาตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ ซึ่งล้วนเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติทั้งสิ้น
อ้างอิงข้อมูลจาก www.m-culture.go.th



