
สะกิดสาวสูงวัย...ระวังภัยกระดูกพรุน
จากจำนวนประชากร 1 แสนคน พบผู้ที่มีกระดูกหักจำนวน 60 ราย ทั้งยังเสียชีวิตในระหว่างรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลอีกด้วย สถิติที่น่ากลัวกว่านั้น คือ ผู้สูงอายุที่ดูเหมือนปกติดีแต่เมื่อหกล้มแล้วกระดูกข้อสะโพกสามารถหักได้ทันที ภายใน 1 ปี มีจำนวนผู้เสียชีวิตมากถึง
นพ.ปัณณวิชญ์ วงศ์วิวัฒนานนท์ ให้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคกระดูกพรุนว่า กระดูกของคนเราจะมีความหนาแน่นของมวลกระดูกซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น กระดูกปกติ กระดูกบาง หรือเข้าสู่ภาวะกระดูกพรุน โดยนำค่าที่วัดได้ในปัจจุบันนำไปเทียบกับช่วงวัยหนุ่มสาว หรือกลุ่มอายุ 20-30 ปี ผลออกมาถ้าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในเกณฑ์ปกติ คุณผู้หญิงหลายๆ ท่านอาจต้องมาดูว่าตัวเองอยู่ในภาวะกระดูกบาง หรือเข้าสู่ภาวะกระดูกพรุนแล้ว ยิ่งถ้าผู้หญิงอยู่ในวัยหมดประจำเดือน ก็จะสูญเสียมวลกระดูกมากขึ้น ในขณะที่ผู้ชายจะมีอัตราที่น้อยกว่า
นอกจากนี้ นพ.ปัณณวิชญ์ ยังได้แนะนำสาวทุกๆ วัย ถึงวิธีห่างไกลโรคกระดูกพรุนเพิ่มเติมว่า การเตรียมรับมือกับภัยเงียบนี้ สามารถทำได้ตั้งแต่วัยเด็กไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ เพราะสิ่งที่ต้องการคือ การสะสมแคลเซียมหรือตัวกระดูกไว้เยอะๆ เมื่ออายุมากขึ้น แม้มวลกระดูกจะมีการสลายไปบ้างก็ยังมีเหลืออยู่ ยิ่งคนผอมแห้งที่ไม่ค่อยออกกำลังกายยิ่งมีความเสี่ยงสูง เพราะการออกกำลังกายที่มีการเกร็งกล้ามเนื้อ หรือต้านแรงโน้มถ่วงของโลก เช่น เดิน วิ่ง ยกน้ำหนัก จะทำให้เกิดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ และทำให้มีการสร้างเนื้อกระดูก
ทางด้าน อ.ศัลยา คงสมบูรณ์เวช ได้มาบอกเล่าถึงวิธีการสะสมแคลเซียมเพื่อชะลอความเสื่อมของกระดูก ด้วยการปรับพฤติกรรมการรับประทานอาหาร โดยเลือกอาหารที่มีประโยชน์ แคลเซียมสูง และไม่เป็นโทษต่อร่างกาย โดยเฉพาะ "นมวัว" เพราะมีแคลเซียมสูง หากบางคนที่ดื่มนมวัวไม่ได้อาจเลี่ยงไปดื่มนมชนิดอื่นทดแทนกัน เช่น นมถั่วเหลือง เพราะนอกจากจะไม่มีคอเลสเตอรอล ยังมีสารอาหารที่สำคัญต่อกระดูก คือ แคลเซียมสูง วิตามินดี ที่ช่วยในการดูดซึมแคลเซียมเข้าสู่ร่างกาย และมีจมูกถั่วเหลืองที่มีสารไฟโตรเอสโตรเจน ซึ่งช่วยยับยั้งการเสื่อมสลายของแคลเซียม ทำให้กระดูกมีความหนาแน่นมากขึ้น ส่วนอาหารชนิดอื่นที่มากไปด้วยแคลเซียม ได้แก่ ปลา ผักใบเขียว บร็อกโคลี คะน้า ผักกวางตุ้ง ผักกาดเขียว
"ส่วนผู้ที่เลือกรับประทานยาเม็ดวิตามิน หรือผลิตภัณฑ์เสริมแคลเซียมชนิดต่างๆ ควรศึกษา และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง และควรตรวจสอบว่าร่างกายต้องการแคลเซียมในปริมาณเท่าใด เพราะแคลเซียมที่ควรได้รับโดยไม่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายนั้นต้องไม่เกิน 2,500 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งเท่ากับการดื่มนมถั่วเหลืองแค่วันละ 2 กล่องเท่านั้น" นักโภชนาการบำบัดกล่าว



