
หนี้รพ.สธ.ปีสูญกว่า2.3หมื่นล้านบาท
ระบบประกันสุขภาพตามแบบฉบับประเทศไทยกำลังพ่นพิษด้วยผลสำรวจปี 2552 พบว่าโรงพยาบาล สธ.มีหนี้สูญกว่า2.3 หมื่นล้านบาทจาก สิทธิรักษาฟรีมากสุด2.1 หมื่นล้านบาทหากเทียบกับต้นทุนโรงพยาบาลต้องจ่ายเองเรียกเก็บไม่ได้ 1.3 หมื่นล้านบาทหักลบกลบกับกำไรจากส่วนอื่น ยังขาดทุ
ว่ากันว่าจากรายงานของกลุ่มประกันสุขภาพ สำนักงานปลัด กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ในส่วนของการวิเคราะห์ราคาขายและราคาทุน โดยประเมินกำไรขาดทุนจากราคาขายและราคาทุนของผลประกอบการปี 2552 ด้วยการประเมินจากภาพรวมหมวดรายได้หมวดค่ารักษาพยาบาลค่าใช้จ่าย หมวดต้นทุนค่ารักษาพยาบาล พบว่าการตั้งราคาขายของหน่วยบริการสาธารณสุข โดยภาพรวมตั้งราคาขายเพิ่มจากราคาทุนหรือส่วนกำไรเพียง 16.62% เนื่องจากถูกควบคุมตามบัญชีค่ารักษาพยาบาลซึ่งกำหนดโดยกรมบัญชีกลาง และเมื่อประเมินราคาที่หน่วยบริการเรียกเก็บได้ในภาพรวม ณ ราคากำไร 16.62% มีการขาดทุนถึง23,725.51 ล้านบาทแต่เมื่อคิดจากราคาต้นทุน ขาดทุนอยู่ที่10,504.85 ล้านบาท
รายงานดังกล่าวระบุด้วยว่า กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเป็นแหล่งรายได้ค่ารักษาพยาบาลที่ทำให้เกิดผลประกอบการขาดทุนมากที่สุด โดยประมาณการจากทางบัญชีขาดทุนถึง 13,783.02 ล้านบาทโดยมีการเรียกเก็บจากกองทุนนี้ 50,536.66 ล้านบาทแต่มีรายได้สุทธิหรือยอดที่เรียกเก็บได้เพียง 28,667.77 ล้านบาทมีหนี้สูญหรือราคาขาดทุนจากราคาขายถึง 21,868.89 ล้านบาทหากเทียบกับราคาต้นทุนที่รวมค่ารักษาพยาบาลซึ่งประกอบด้วยค่าวัสดุยา วัสดุการแพทย์ เวชภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา ค่าตอบแทนด้านบริการที่อยู่ที่ 42,450.80 ล้านบาทจะเห็นว่ายอดที่เรียกเก็บได้ขาดทุนจากราคาทุนถึง 13,783.03 ล้านบาท
ขณะที่รายได้จากการตามจ่ายผู้ป่วยหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเรียกเก็บ 3,962.25 ล้านบาทเก็บได้ 3,188.07 ล้านบาทหนี้สูญ 774.18 ล้านบาทต้นทุน 3,328.29 ล้านบาทขาดทุน 140.22 ล้านบาท, รายได้ค่ารักษาจากแรงงานต่างด้าว เรียกเก็บ 892.95 ล้านบาทเก็บได้ 875.97 ล้านบาทหนี้สูญ 16.98 ล้านบาทต้นทุน 750.08 ล้านบาทกำไร 125.89 ล้านบาท, รายได้ค่ารักษาผู้ป่วยในเบิกคลังเรียกเก็บ 7,603.20 ล้านบาทเก็บได้ 7,395.93 ล้านบาทหนี้สูญ 207.27 ล้านบาทต้นทุน 6,386.69 ล้านบาทกำไร 1,009.24 ล้านบาท, รายได้ค่ารักษาผู้ป่วยนอกเบิกคลัง เรียกเก็บ 10.914.86 ล้านบาทเก็บได้ 10.895.15 ล้านบาทหนี้สูญ 19.71 ล้านบาทต้นทุน 9,168.48 ล้านบาทกำไร 1,726.67 ล้านบาท
รายได้ค่ารักษาเบิกต้นสังกัดเรียกเก็บ 2,034.76 ล้านบาทเก็บได้ 2,015.29 ล้านบาทหนี้สูญ 19.47 ล้านบาทต้นทุน 1,709.20 ล้านบาทกำไร 306.09 ล้านบาท, รายได้ค่ารักษาประกันสังคม เรียกเก็บ 5,374.76 ล้านบาทเก็บได้ 4,574.59 ล้านบาทหนี้สูญ 800.17 ล้านบาทต้นทุน 4,514.80 ล้านบาทกำไร 59.79 ล้านบาทและรายได้ค่ารักษา พ.ร.บ.บุคคลที่3 เรียกเก็บ1,309.73 ล้านบาทเก็บได้ 1,290.88 ล้านบาทหนี้สูญ 18.85 ล้านบาทต้นทุน 1,100.17 ล้านบาทกำไร 190.71 ล้านบาท
จะเห็นได้ว่าแม้รายได้จากแหล่งอื่นจะมีหนี้สูญหากเทียบจากราคาเรียกเก็บเช่นกันแต่หากเทียบกับราคาต้นทุนถือว่ามีกำไร เว้นเพียงรายได้จากกองทุนหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าและรายได้จากการตามจ่ายผู้ป่วยสิทธินี้เท่านั้นที่มีหนี้สูญจำนวนมาก และเมื่อเทียบกับราคาต้นทุนก็ถือว่าขาดทุนจำนวนมากกว่า 1.3 หมื่นล้านบาทและเมื่อนำส่วนที่ขาดทุนมาเฉลี่ยกับส่วนที่กำไรก็ยังพบว่าขาดทุนเมื่อเทียบกับราคาต้นทุนถึง 1 หมื่นล้านบาท" แหล่งข่าวกระทรวงสาธารณสุขรายหนึ่งระบุ
ไม่เพียงเท่านั้นจากที่มีโรงพยาบาลรายงานสถานะทางการเงินมายัง สธ.จำนวน830 แห่งจากทั้งหมด 840 แห่งพบว่า ในไตรมาส 3 ปีงบประมาณ2553 มีโรงพยาบาลที่มีสถานะทางการเงินจัดอยู่ในขั้นวิกฤติถึง289 แห่งเพิ่มจากไตรมาส 2 จำนวน40 แห่งและมีโรงพยาบาลที่ทุนหมุนเวียนสุทธิไตรมาส 3 ปีงบประมาณ2553 แสดงสถานะหนี้หรือยังมีเงินทุนหมุนเวียนจ่ายแต่ไม่เพียงพอที่จะจ่ายทั้งหมดเช่น ต้องจ่ายจริง 120 บาทแต่มีเงินทุนสำรองจ่ายได้เพียงแค่ 100 บาทอีก 20 บาทไม่มีจ่ายในงวดนี้แต่อาจนำเงินในงวดหน้ามาจ่ายได้ถึง 253 แห่งแบ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชน (รพช.) 246 แห่งโรงพยาบาลทั่วไป (รพท.) 6 แห่งและโรงพยาบาลศูนย์ (รพศ.) 1 แห่ง
สิ่งเหล่านี้เป็นการสะท้อนว่าสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ(สปสช.) ยุคนพ.วินัย สวัสดิวร เลขาธิการ สปสช. แล ะ"จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ควรที่จะเร่งในการหาทางแก้ปัญหาการเงินของโรงพยาบาลสังกัด สธ.โดยเร็วที่สุด
0 พวงชมพู ประเสริฐ 0 รายงาน



