
อธิบการบดีมจร.แนะไทยรักสามัคคีถวายร.5
อธิบการบดีมจร.แนะคนไทยรักสามัคคีรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ 100 ปีวันสวรรคต ร.5 ทรงสถาปนามหาวิทยาลัยสงฆ์ นำคณะร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนทางพระพุทธศาสนาระหว่างไทยกับจีน ณ นครเซี่ยงไฮ้ เผยชวนชาวจีนเรียนรู้ศก.พอเพียง
เมื่อวันที่ 26 ต.ค. พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ผู้บริหาร มจร.พร้อมคณาจารย์ เจ้าหน้าที่และนิสิต ได้ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลน้อมรำลึก 100 ปี วันสวรรคตสมเด็จพระปิยมหาราช พระองค์ผู้ทรงสถาปนามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และประกอบพิธีถวายทุนเล่าเรียนหลวง ประจำปีการศึกษา 2553
ภายในงานอธิการบดีมจร.ได้ปาฐกถาเรื่อง “สมเด็จพระปิยมหาราช กับกุศโลบายเพื่อความปรองดอง” เห็นว่า ประเทศไทยอยู่รอดปลอดภัยและเจริญก้าวหน้ามาถึงปัจจุบันก็ด้วยพระปรีชาสามารถของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 ที่ได้สร้างคุณูปการต่อสังคมไทย
นอกจากนี้ พระองค์ยังได้สถาปนามหาวิทยาลัยสงฆ์คือมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ไว้ให้พระสงฆ์และคฤหัสถ์ ได้ศึกษาเล่าเรียน และทรงประกาศเลิกทาสในท่ามกลางกระแสคัดค้านของของแต่ละฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายเช่นเดียวกับปัจจุบัน แต่พระองค์ก็มีกุศโลบายที่สามารถสร้างความปรองดองในชาติได้ จนประเทศไทยยังคงเป็นประเทศเอกราชอยู่ได้จนถึงปัจจุบัน
“เด็กและเยาวชนไทย ต้องตระหนักถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์สร้างไว้ มีความรักความสามัคคีเพื่อความเจริญมั่นคงของประเทศชาติ ลดความเห็นแก่ตัวพวกตัว เพื่อโดยเฉพาะในขณะนี้ที่คนไทยหลายส่วนกำลังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาภัยธรรมชาติ คนไทยควรลดความขัดแย้งทางความคิดและหันกลับมาสร้างความปรองดองกัน ช่วยเหลือคนไทยด้วยกัน ดังเช่นที่พระองค์ท่านเคยทำแบบอย่างไว้เมื่อครั้งอดีต” อธิการบดี มจร. กล่าว
ทั้งนี้ ในงานดังกล่าวพระธรรมาจารย์ใหญ่ ติช นัท ฮันห์ แห่งหมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศสได้ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “ศิลปะแห่งการตื่นรู้” ซึ่งมีพระสงฆ์ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนเข้าร่วมรับฟังจำนวนมากด้วย
เผยชวนชาวจีนเรียนรู้ศก.พอเพียง
พร้อมกันนี้พระธรรมโกศาจารย์ เปิดเผยว่าระหว่างวันที่ 24-28 ต.ค. มจร.ได้รับเชิญจากคณะสงฆ์วัดพระหยก นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ให้เข้าร่วมการสัมมนาแลกเปลี่ยนทางพระพุทธศาสนาระหว่างไทยกับจีน ในหัวข้อ “เมือง โลก วิถีชีวิต” เพื่อเรียนรู้การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตในภาวะที่เมืองมีความเจริญ วิถีชีวิตของผู้คนในการนับถือศาสนา และเป็นการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพระพุทธศาสนานิกายเถรวาทของไทย และคณะสงฆ์มหายานของจีนด้วย
พระธรรมโกศาจารย์ กล่าวต่อว่า ในโอกาสนี้ มจร.ได้เตรียมมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ แด่ท่าน เจษิ่ง เจ้าอาวาสวัดพระหยกขาว ในวันที่ 26 ต.ค. ซึ่งในพิธีดังกล่าวมีการแสดงมุทิตากถาจากพระเถระ ผู้นำจากผู่โถวซาน ประชาชนและศาสนาเขตเซี่ยงไฮ้ นอกจากนี้ มจร.ยังได้สัมมนาแลกเปลี่ยนความรู้ด้านการศึกษาพระพุทธศาสนากับนักวิชาการจีน อาทิ ศ.หยูอู๋จิน และ ศ.สวี่หงซิ่ง คณะปรัชญา มหาวิทยาลัยฟู่ตั้น อาจารย์หลี่เซี้ยงผิง ผอ.ศูนย์สังคมศึกษาและศาสนา มหาวิทยาลัยครูฮวาตง อาจารย์หลิวเหยียนชุน เลขาธิการศูนย์สังคมและวิทยาศาสตร์เซี่ยงไฮ้ และอาจารย์เซี๊ยะจินฮวา นักวิจัยบัณฑิตวิทยาลัยสังคมและวิทยาศาสตร์เซี่ยงไฮ้ เพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาการศึกษาพระพุทธศาสนาของไทยให้มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น
"ถือได้ว่าเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างคณะสงฆ์ไทยกับคณะสงฆ์จีน โดยเฉพาะการสานสัมพันธ์ด้านการศึกษา ซึ่งอาตมาในฐานะอธิการบดี มจร. ได้นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งถือเป็นหลักธรรมสำคัญในพระพุทธศาสนามาบรรยายเพื่อให้รู้ว่า สังคมไทยมีการพัฒนาความเป็นอยู่อย่างพอเพียงและอย่างยั่งยืนได้อย่างไรภายใต้การเปลี่ยนแปลงของเมือง โดยเฉพาะวิถีชีวิตในเมืองใหญ่ ซึ่งนับวันจะขาดความมีน้ำใจ และขาดการมีจิตอาสา
พระธรรมโกศาจารย์ กล่าวด้วยว่า อาตมาได้บรรยายให้ชาวจีนเห็นว่า การอยู่ในสังคมเมืองใหญ่ต้องพัฒนาตามหลักภาวนา 4 คือ ต้องพัฒนากาย อารมณ์ จิต และปัญญา โดยเฉพาะการพัฒนาจิตใจจะต้องเน้นให้มาก ๆ ต้องสร้างคนให้มีจิตอาสามากขึ้น หากไม่พัฒนาจิตใจจะทำให้เมืองกลายเป็นป่าคอนกรีตที่ไม่มีชีวิต ทั้งนี้อาตมาได้ยกตัวอย่างให้ชาวจีนเห็นตัวอย่างของไทยว่า ถึงแม้จะเป็นเมืองใหญ่ แต่เราก็มีวัดเป็นศูนย์กลางคอยอบรมจิตใจคนอย่างต่อเนื่อง จึงส่งผลให้คนไทยยังไม่แล้งน้ำใจและยังมีจิตใจโอบอ้อมอารีอยู่ ซึ่งอาตมาได้นำข้อดีของไทยไปแลกเปลี่ยนให้ชาวจีนได้เห็นและเก็บสิ่งที่ดีจากการพัฒนาพระพุทธศาสนาของคณะสงฆ์จีนกลับไปพัฒนาพระพุทธศาสนาของเราด้วย



