ไลฟ์สไตล์

เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (6)

เหตุที่ฉันสนใจกล้วยไม้ (6)

29 ต.ค. 2553

ช่วงนั้นฉันวาดฝันเอาไว้เกินเหตุเกินผลมาก ทั้งนี้ฉันรีบแต่งงานและเอาแม่บังเกิดเกล้าไปอยู่ด้วย เพราะแม่กับพ่อของฉันแยกทางกันเดินตั้งแต่ฉันยังมีอายุ 12 ขวบ แถมพ่ออาจถูกแม่เลี้ยงชักใยจึงห้ามไม่ให้ฉันซึ่งเป็นลูกคนโตไปหาแม่อย่างเด็ดขาด ฉันรู้ว่าแม่ตัวเองต้องไป

 ฉันมาคิดได้ในภายหลังว่า ความจริงพ่อไม่ต้องการทำร้ายฉัน เพราะมีความรักอยู่ในส่วนลึก แต่อาจเป็นเพราะต้องการประชดประชันแม่เลี้ยงก็เป็นได้ นี่แหละต่อมาภายหลังฉันจึงรำลึกถึงพระคุณของพ่ออย่างที่สุด

 ทั้งนี้ หากไม่มีพ่อทำกับฉันอย่างนั้น ชีวิตตัวเองก็คงมาไม่แข็งแกร่งมาได้ถึงขนาดนี้
 แถมในช่วงที่ตัวเองยังเรียนอยู่ในอดีต มันก็มีเงื่อนไขที่ค้างคาอยู่ในใจมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ทั้งนี้ เพราะนิสัยที่ไม่ชอบความไม่เป็นธรรมในสังคม แม้เริ่มต้นเห็นจากกล้วยไม้ แต่ตัวฉันเองก็ไม่คิดดูถูกของเล็ก ดังจะเห็นได้ว่าฉันเขียนเรื่อง “เพียงข้าวเมล็ดเดียว” ฝากไว้สอนใจคนในสังคมเพื่อให้คนทั้งหลายได้นำไปคิดกันเอาเอง

 อนึ่ง หากพูดถึงการศึกษาเกี่ยวกับกล้วยไม้แล้ว ในช่วงนั้นก็ไม่มีใครคิดจะเปิดหลักสูตรสอนวิชานี้ นอกจากนั้นแล้วหลังจากดิ้นรนขวนขวายศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง ตนก็ยังถูกราชการจ้องทำร้ายเสียอีกด้วย ทั้งนี้ เพราะแม้แต่ผู้บริหารระดับสูงยังยึดติดอยู่กับกล้วยไม้โดยไม่ได้มองเห็นหัวคน แถมยังมองว่ากล้วยไม้เป็นพืชทำลายเศรษฐกิจของประเทศ 

 อย่างไรก็ตาม อาจเป็นเพราะพวกผู้ดีมีเงินนำเอากล้วยไม้มาปลูกเล่นกันอย่างเอิกเกริกจนกระทั่งทำให้เสียเงินเสียทอง แต่ตัวฉันเองมีรากฐานจิตใจที่อิสระจึงเกิดปัญญาช่วยให้เห็นความจริงว่า แท้จริงแล้วมันไม่ใช่กล้วยไม้ หากอยู่ที่คนมากกว่า ฉันจึงเริ่มคิดตั้งแต่บัดนั้นแล้วว่า ถ้าในอนาคตฉันมีโอกาสเหมาะสมที่จะแก้ไขปัญหาภายในกระบวนการจัดการศึกษา

 นี่ก็คือ การที่ชีวิตจะต้องทำงานอย่างเสียสละและมีวิญญาณการต่อสู้กับเงื่อนไขที่มันแฝงอยู่ภายในจิตใจตนเอง
 จนกระทั่งสามารถเปลี่ยนความรู้สึกที่ยากลำบากให้กลับมาเป็นการทำงานอย่างมีความสุขให้ได้เพื่อใช้เป็นพื้นฐานอย่างสำคัญที่สุด
 
"ศ.ระพี สาคริก"